พระราชวังจันทรเกษม

แบ่งปัน

พระราชวังจันทรเกษม

 

พระราชวังจันทรเกษม (วังหน้า) ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก (คลองคูขื่อหน้า) ทางด้านทิศเหนือมุมตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยา ใกล้กับตลาดหัวรอ อำเภอ พระนครศรีอยุธยา ปรากฎในหลักฐานพงศาวดารสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา เมื่อ พ.ศ. 2120 โดยมีพระราชประสงค์เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และนอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชถึง 8 พระองค์ ได้แก่

1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5. ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ)

2. สมเด็จพระเอกาทศรถ 6. สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ

3. เจ้าฟ้าสุทัศน์ 7. สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ

4. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 8. กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์

หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 พระราชวังจันทรเกษมได้ถูกทิ้งร้างไปจนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ได้มีการบูรณะ และปรับปรุงพระราชวังจันทรเกษม พร้อมทั้งพระราชทานนามเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2436 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานวังจันทรเกษม เป็นที่ทำการมณฑลกรุงเก่าโดยใช้พระที่นั่งพิมานรัตยาซึ่งเป็นหมู่ตึกกลางของพระราชวัง

สิ่งก่อสร้างในพระราชวังจันทรเกษมที่ปรากฎในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ซ่อมแซมและบูรณะอีกครั้งหนึ่ง

1. กำแพงพระราชวัง ก่อเป็นกำแพงอิฐ มีใบเสมา มีประตูทั้ง 4 ด้าน จากคำให้การของชาวกรุงเก่า มีกำแพง 2 ชั้น เช่นเดียวกับพระราชวังหลวง

2. พลับพลาจตุรมุข ตั้งอยู่บริเวณหน้าชานของพลับพลา แต่เดิมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างอาคารพลับพลาขึ้น เป็นท้องพระโรงสำหรับออกว่าราชการและประทับในเวลาเดียวกัน

3. พระที่นั่งพิมานรัตยา มีลักษณะเป็นหมู่ตึกกลางของพระราชวัง ประกอบด้วยอาคาร 4 หลัง คือ อาคารปลัดซ้าย อาคารปลัดขวา พระที่นั่งพิมานรัตยา และศาลาเชิญเครื่อง กลุ่มอาคารพระที่นั่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นที่ว่าการ มณฑลกรุงเก่า เมื่อ พ.ศ. 2442

4. พระที่นั่งพิสัยศัลลักษณ์ (หอส่องกล้อง) มีลักษณะเป็นหอสูง 4 ชั้น บริเวณกำแพงทิศตะวันออกและทิศใต้ สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สร้างขึ้นใหม่อีกครัง ตามแนวรากฐานเดิม และทรงใช้ทอดพระเนตรดวงดาว

5. ตึกโรงม้าพระที่นั่งตั้งอยู่ริมกำแพงทิศตะวันออกเฉียงเหนือปัจจุบันชำรุดกำลังซ่อมแซม

6. อาคารสโมสรเสือป่า สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

7. ตึกที่ทำการภาค สร้างขึ้น ในสมัยพระยาโบราณราชธานินทร์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว

8. ระเบียงจัดตั้งศิลาจำหลัก แต่เดิมเป็นหลังคามุงสังกะสี ใช้เป็นที่เก็บวัตถุ ศิลปวัตถุ ซึ่งพระยาโบราณราชธานินทร์รวบรวมไว้

เวลาทำการ 9.00 น. ถึง 16.00 น. (หยุดวันจันทร์, อังคาร, และวันนักขัตฤกษ์) ค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างชาติคนละ 30 บาท (นักเรียน พระภิกษุ นักบวช สามเณร คนพิการ ได้รับยกเว้นค่าชม) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม โทร. 035-251586

ขอขอบคุณ pakpon.com

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics