“โบสถ์ดินพอเพียง” สร้างถวาย 4 ภาค

แบ่งปัน

“โบสถ์ดินพอเพียง”สร้างถวาย4ภาค

สร้างโบสถ์ดิน 4 ภาค ถวายในหลวง-สังฆราชฯ พร้อมอัญเชิญพระพุทธรูปหินหยกประดิษฐานเป็นพระประธานพระอุโบสถดินที่วัดป่าพุทธนิมิตร จ.สกลนคร

เป็นต้นแบบวัดแห่งความพอเพียง เผยประดับผลงานศิลปะ ผลงานศิลปินไทยที่ไปดังในต่างแดน  ถวายภาพเขียน “นามธรรม” มาติดแทนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เสมือนแกลลอรีในโบสถ์

        พระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างพระอุโบสถดินแห่งแรกของประเทศไทย ที่วัดป่าพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 โครงการนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 98 พรรษา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2554

ล่าสุดสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ประทานพระพุทธศรีสุวัฒนเทวรัตนมุนี เพื่อประดิษฐานเป็นองค์พระประธานภายในพระอุโบสถดิน และมีกำหนดการพิธีตัดลูกนิมิตรในเดือนกรกฎาคม 2555 นอกจากพระอุโบสถดินแล้ว ยังได้สร้างกุฏิพระและเจดีย์ดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีกด้วย

        พระครูสังฆสิทธิกร กล่าวอีกว่า พระพุทธศรีสุวัฒนเทวรัตนมุนีที่ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นพระพุทธรูปสร้างจากหินหยกทั้งองค์ ซึ่งหินหยกนี้ได้มาจากแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดีย เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิทรงเครื่องประดับนพรัตน์ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว

 

โบสถ์ดินหลังนี้มีขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 15 เมตร รองรับพระภิกษุได้ไม่น้อยกว่า 50 รูป โดยใช้งบประมาณจัดสร้างประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก  หากเทียบกับพระอุโบสถตามวัดต่างๆ ที่ใช้เงินก่อสร้างพระอุโบสถในราคาสูง 10-100 ล้านบาท

วัดแห่งนี้จึงเป็นต้นแบบของการสร้างศาสนสถานแบบพอเพียง และเป็นไปตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้ชุมชนท้องถิ่นได้สร้างอาคารสถานที่ต่างๆ ด้วยความพอเพียงอีกด้วย

         “เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง ขณะนี้ได้ฟื้นฟูให้วัดมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง และถือเป็นวัดกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีพระ 3 รูป

นอกจากนี้ ทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ ยังได้สร้างโบสถ์ดินแห่งที่ 2 ที่วัดสันติวรคุณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีโครงการสร้างโบสถ์ดินให้ครบทั้ง 4 ภาค ตั้งเป้าให้เสร็จภายในปี 2556

โดยสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์โครงการนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา และสมเด็จสังฆราชฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความเป็นวัดพอเพียง” หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ กล่าว

        พระครูสังฆสิทธิกร บอกว่า ส่วนประกอบหนึ่งที่ต้องถือว่าเป็นความแปลกที่ไม่เหมือนพระอุโบสถแห่งใดในประเทศก็คือ ภายในโบสถ์ดินแห่งนี้มีการประดับตกแต่งภาพเขียนแนวนามธรรม หรือแอ็บสแตร็กต์ ผลงานของนางหนูแดง เย็นสบาย จิตรกรชาวไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในต่างประเทศ เคยสร้างผลงานภาพวาดประดับสนามบินกรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ และยังได้เข้าไปสร้างสรรค์ผลงานในวังสุลต่านในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แต่ด้วยความเคารพศรัทธาสมเด็จพระสังฆราชฯ นางหนูแดงจึงถวายรูปภาพเพื่อประดับโบสถ์ดินแห่งนี้ โดยติดตั้งอยู่ด้านหลังองค์พระประธาน การตกแต่งในลักษณะนี้ทำให้พระอุโบสถดินเป็นสถานที่จัดแสดงภาพเขียนศิลปะยุคใหม่แห่งเดียวในประเทศไทย

        “นางหนูแดงมีความศรัทธาในสมเด็จพระสังฆราชฯ เมื่อทราบข่าวการจัดสร้างโบสถ์ดินจึงอาสาที่จะวาดรูปให้เพื่อนำไปประดับไว้ในอุโบสถ โดยภาพชิ้นนี้เป็นศิลปะแนวนามธรรม ซึ่งไม่ได้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังแนวไทยประเพณีดั้งเดิม ซึ่งมีลวดลายไทยแต่อย่างใด

แต่เป็นผลงานที่ใช้ลายเส้นและสีสันสื่อความหมายถึงเปลวรัศมีปัญญาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หากมองผ่านๆ อาจจะไม่เข้าใจภาพเหล่านี้ แต่หากตั้งใจและมีสมาธิในการมองภาพแล้วจะสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก” พระครูสังฆสิทธิกรกล่าว.

ขอขอบคุณ ไทยโพสต์




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10008 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2015 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics