ผักกาดหอม : เสรีภาพ?

แบ่งปัน

เสรีภาพ ?

                                                                                    โดย ผักกาดหอม

ขณะที่คนเสื้อแดงบางกลุ่ม ซึ่งช่วงหลังมีการระบุในเว็บไซต์

ว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เพราะเริ่มจะแตกคอกับรัฐบาลเพื่อไทย รวมไปถึง “กลุ่ม  ครก.112″ และเครือข่ายทั้งหลายกำลังเรียกหาเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ด้วยการเสนอให้โค่น มาตรา 112 ออกไปจากสารบบของประมวลกฎหมายอาญา (เสียงให้ยกเลิกเริ่มจะดังกว่าแก้ไขมากเข้าไปทุกที)

รวมไปถึงเสรีภาพในการแสดงความเห็นในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และเลยเถิดไปถึงเสรีภาพในการที่จะต้องได้ประกันตัว หากความผิดนั้นเป็นความผิดตามมาตรา 112

ประเทศไทยกลับเข้าสู่ยุคโหยหาเสรีภาพกันอีกครั้งแล้วอย่างนั้นหรือ?

สำนักสิทธิมนุษยชนทั้งไทยและเทศก็ดูจะสนับสนุนการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ เพราะยึดหลักการว่า สิทธิเสรีภาพคือพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนทั้งมวล

แต่ดูเหมือนว่า สิทธิเสรีภาพทั้งมวลในประเทศไทยยังถูกจำกัดด้วยความเชื่อที่ว่า สิทธิเสรีภาพนั้นเป็นของใคร

ถ้าไม่ใช่พวกข้า ก็อย่ามาถามหา! ช่วงต้นสัปดาห์มีเรื่องเล็กที่ใหญ่หลวงพอสมควร “เอกยุทธ อัญชันบุตร  อ้างว่าไปให้หมอตรวจร่างกายจากกรณีถูกทำร้ายร่างกายที่โรงแรมโฟรซีซั่นส์  แต่ถูกโรงพยาบาล 2 แห่งปฏิเสธการให้ใบรับรองแพทย์ ให้ใบรับรองแพทย์

ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง นักสิทธิมนุษยชนน่าจะหันมามองกรณีเช่นนี้บ้าง เพราะหากโรงพยาบาลไม่ปลอดจากการเมือง  เลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย ก็จบเห่กันพอดี!

หากวันหนึ่ง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ถูกปฏิเสธจากโรงพยาบาล ไม่ยอมออกใบรับรองแพทย์ให้บ้าง ผลจะออกมาเช่นไร

ยกตัวอย่างมาเช่นนี้คงนึกภาพออกว่า เรายึดมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนกันจริงจังแค่ไหน

เช่นเดียวกับกรณี ว.5 ชั้น 7 โรงแรมโฟรซีซั่นส์ แม้กระทั่งสภาผู้แทนราษฎรก็มิอาจได้คำตอบให้กับประชาชนว่า เกิดอะไรขึ้นบนนั้น

เพราะวันนี้ในสภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีเสรีภาพในการแสดงความเห็นเลย

แน่นอนมีคนอยากรู้เรื่องใต้สะดืออยู่ไม่น้อย แต่ก็มีเรื่องที่ใหญ่กว่าคือ ผลประโยชน์ทับซ้อน ที่มองเห็นภาพรำไรว่าคอรัปชั่นนโยบาย ซึ่งเป็นโลโก้ของระบอบทักษิณกำลังหวนคืนมาอีกครั้ง

ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในฐานะผู้นำประเทศไปคุยกับใคร ด้วยเรื่องอะไร หากเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องลับสุดยอด หากบอกไปก่อนมีผลต่อความเป็นความตายของประเทศ

มีคนแย้งว่า ว.5 ก็รู้อยู่แล้วเรื่องส่วนตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนายกรัฐมนตรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวเช่นกัน

นั่นก็ใช่ ถ้าดึกดื่นเที่ยงคืน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะหกคะเมนตีลังกาที่บ้าน นับเป็นความส่วนตัว ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ไปกล้ำกรายได้

แต่ในเวลางาน เวลาราชการ มีงานประชุมสภารออยู่ นายกรัฐมนตรีกลับไปทำธุระส่วนตัวที่โรงแรมก็ยิ่งต้องมีคำตอบให้ประชาชน

เมื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ใช้กลยุทธ์เดียวกับที่พี่ชายเคยใช้คือ หาเรื่องไปงานในวันประชุมสภาเพื่อไม่ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงปัญหาต่างๆ ต่อสภา

เรื่องงาน เรื่องชาติ เรื่องส่วนตัว และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ก็จะพันกันจนแยกไม่ออก

“ยิ่งลักษณ์” ว.2 ทราบแล้วเปลี่ยน กรุณา ว.6 กับประชาชนเพิ่มเติมว่า ที่เคยบอกไม่มี ว.28 ที่ชั้น 7 โฟรซีซั่นส์นั้น มี ว.5 ด้วยเรื่องอันใด อย่ามัวแต่ ว.7 จากพี่ชาย แล้วอ้างว่าโดน ว.19 อยู่.

**ขอขอบคุณ ไทยโพสต์




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics