ทีมข่าวการเมือง แนวหน้า : การเมืองตัวสร้างปัญหา จับตา 4 เงื่อนไขทหารล้มกระดาน

แบ่งปัน

 

 

ทีมข่าวการเมือง แนวหน้า

 

     บทเรียนจากประวัติศาสตร์ทำให้กองทัพระมัดระวังตัวไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาทางการเมือง เพราะมีแต่เปลืองตัว แต่จากบทเรียนในประวัติศาสตร์ก็สะท้อนให้เห็นเช่นกันว่า ฝ่ายการเมืองนั่นแหละคือตัวการที่เป็นต้นเหตุสร้างเงื่อนไขให้กองทัพออกมาล้มกระดานยึดอำนาจจนประชาธิปไตยต้องสะดุดลง

   การรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 คือบทเรียนสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจของทหารโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งเงื่อนไข 4 ประการที่เป็นต้นเหตุแห่งการรัฐประหารประกอบด้วย 1. รัฐบาลทักษิณปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 2. รัฐบาลสร้างความแตกแยกจนมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าอย่างรุนแรงของคนในชาติอันเป็นภัยต่อความมั่นคง 3. รัฐบาลหลงและลุแก่อำนาจทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างย่ามใจ และ4. รัฐบาลผูกขาดอำนาจและเข้าแทรกแซงยึดกุมองค์กรอิสระต่างๆอันไม่ใช่แนวทางตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

  สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงเงื่อนไขสำคัญอย่างน้อย 4 ประการทึ่จะเป็นระเบิดเวลาทางการเมืองลูกใหญ่ที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนำไปสู่การล้มกระดานโดยกองทัพอีกครั้งประกอบด้วย

  1. ความพยายามที่จะแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฏหมายอาญาว่าด้วยโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุนุภาพ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขอันตรายที่สำคัญที่สุด โดยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาส่งสัญญาณเตือนตอดย้ำอย่างชัดเจนไปยังขบวนการที่คิดร้ายต่อสถาบันเบื้องสูงให้หยุดพฤติกรรมความเคลื่อนไหวที่จะแตะต้องมาตรา 112 ทั้งๆนี้เพราะกองทัพอยู่เคียงคู่มากับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่ก่อร่างสร้างชาติจนถึงทุกวันนี้ดังนั้นกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์จึงผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

   ที่สำคัญพระมหากษัตริย์ทรงเป็นจอมทัพไทยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญซึ่งหมายถึงผู้นำสูงสุดของกองทัพ

  ในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 แม้คนในรัฐบาลโดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯจะสั่งเกียร์ถอยและประกาศว่ารัฐบาลจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมาตรา 112 อย่างเด็ดขาดและไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขมาตรานี้ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นเพียงเกมสร้างภาพและ ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งของระบอบทักษิณที่ไร้อำนาจอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ยังมีความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งเป็นเครือข่ายระบอบทักษิณเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศย้ำอย่างแข็งกร้าวว่าจะเดินหน้าแก้ไขมาตรา 112 ต่อไปหลังปีใหม่

   นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตุว่า ระบอบทักษิณกำลังเดินเกมตีสองหน้าโดยด้านหนึ่งยอมถอยยังไม่แตะต้องมาตรา 112 ก็เพื่อสร้างภาพลดกระแสต่อต้านและลดการเผชิญหน้ากับกองทัพชั่วคราว แต่อีกด้านหนึ่งก็ไฟเขียวปล่อยให้ขบวนการเครือข่าย กลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มนิติราษฏร์รวมทั้งแนวร่วมอีกหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแก้มาตรา 112 อย่างต่อเนื่องซึ่งถือเป็นการเดินยุทธวิธีแบบ “แยกกันเดิน แต่ร่วมกันตี”

   2. ความพยายามที่จะแก้ไขพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ซึ่งถือเป็นจุดล่อแหลมเป็นอย่างยิ่ง โดยในปีหน้าเชื่อว่ารัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษืณภายใต้การนำของ นายกฯยิ่งลักาณ์ ชินวัตร ยังมีความพยายามเปิดเกมรุกเพื่อแก้ไขกฏหมายหวังยึดอำนาจจากกองทัพให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

   3. ความพยายามของรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะรื้อฟื้น เร่งรัด บิดเบือนคดี 91 ศพเหยื่อเหตุการณ์ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองโดยพยายามโยนความผิดว่า รัฐบาลชุดที่ผ่านมาและทหารฆ่าประชาชน ทั้งๆที่มีทหารหลายนายโดยเฉพาะ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (ยศขณะนั้น) เสียชีวิตโดยฝีมือกองกำลังชุดดำที่ปะปนอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง

    4. ความพยายามที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกกฏนิรโทษกรรมที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อลบล้างโทษความผิดทั้งหมดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง รวมทั้งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืนซึ่งจะนำไปสู่การออกมาต่อต้านของพลังมหาชนที่คัดค้านจนเสี่ยงที่จะนำไปสู่กลียุคนองเลือดและในที่สุดกองทัพต้องออกมาคลี่คลายเหตุการณ์และจัดระเบียบประเทศใหม่

   เพราะฉะนั้นแนวโน้มสถานการณ์ปีงูใหญ่ที่จะถึงนี้จึงต้องจับตา 4 เงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นให้ดี และอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ย้ำมาตลอดว่า ทหารไม่อยากปฏิวัติรัฐประหาร แต่ข้อสำคัญฝ่ายการเมืองอย่างสร้างเงื่อนไขบีบให้กองทัพจำต้องออกมาใช้กำลังทั้งๆที่กองทัพเองยังเข็ดขยาดจากบทเรียนในอดีต

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics