สรุปสถานการณ์น้ำท่วม (7 ธ.ค.54)

แบ่งปัน

 

 

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม (7 ธ..54)

 

บก.จร.แจ้งเปิดใช้ ถ.พหลโยธิน-วิภาวดีฯ ตลอดสาย

      ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งเส้นทางที่ระดับน้ำลดลง สามารถเปิดการจราจรอย่างไม่เป็นทางการ คือ ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดี-รังสิต ทั้งขาเข้าและขาออก เปิดการจราจรตลอดสาย ถึงสุดเขตนครบาล

   ส่วนเส้นทางที่ยังคงปิดการจราจร เหลือเพียง 2 สาย คือ ถนนบรมราชชนนี ทั้งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่ทางลงคู่ขนานลอยฟ้า ถึงถนนพุทธมณฑลสาย 4 มีน้ำท่วมขังเป็นระยะ ความสูง 30 – 50 เซนติเมตร และ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตลอดสาย ยังมีน้ำท่วมสูง 30 – 40 เซนติเมตร

กรมชลฯ เร่งกู้ชุมชนฝั่ง ตต.ระยะ 2 หลังหลายพื้นที่น้ำลด

     นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการติดตามประเมินผลการกู้ชุมชนที่มีปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาของเจ้าหน้าที่จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมานั้น มีหลายพื้นที่ใน 4 อำเภอที่ระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประกอบด้วย อำเภอเมืองนนทบุรี ได้แก่ พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางไผ่ บางกร่าง ไทรม้า และบางศรีเมือง ที่อำเภอบางกรวย ได้แก่ อบต.บางสีทองและเขตเทศบาลบางกรวย และอำเภอบางบัวทอง ได้แก่ ถนนบางกรวย-ไทรน้อยและช่วงถนนกาญจนาภิเษก-ตลาดบางบัวทอง ส่วนอำเภอเมืองปทุมธานี ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี หมู่บ้านปาริชาติ หมู่บ้านมณีรินทร์ ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 15 เซนติเมตรและคาดว่าจะแห้งภายในวันนี้

     อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า จากระดับน้ำที่ลดลงทำให้ในหลายพื้นที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง กรมชลประทานได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขังร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่น พร้อมประเมินสภาพพื้นที่ โดยในระยะที่ 2 ได้แบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็นโซนที่ 20 – 30 โดยในวันนี้กรมชลประทานจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่โซนที่ 21 และ 22 ซึ่ง อยู่ในพื้นที่ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ และตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จะต้องใช้กระสอบทรายเสริมแนวคันกั้นน้ำให้มีความแข็งแรงประมาณ 8,000 กระสอบ พร้อมเครื่องสูบน้ำจำนวน 19 เครื่อง ส่วนโซนที่ 20 และ 23-30 อยู่ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทองและอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ขณะนี้มีระดับน้ำท่วมขังอยู่ประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตรนั้นจะเข้าดำเนินการประมาณวันที่ 9 ธันวาคม 2554 นี้ เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ปภ.เผยยังเหลือ 12 จว.ประสบอุทกภัย เสียชีวิต 648 คน

     กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รายงานว่า ขณะนี้ยังคงประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช และ กรุงเทพมหานคร และมีจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ระหว่างฟื้นฟูรวม 54 จังหวัด ส่วนยอดรวมผู้เสียชีวิตมี 684 คน สูญหาย 3 คน จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 คน และอุตรดิตถ์ 1 คน

     ขณะเดียวกัน ปภ.ยังประกาศให้อำเภออมก๋อย และอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือภัยหนาว รวม 11 ตำบล 140 หมู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

“ยงยุทธ” ยันจะสูบน้ำให้แห้งหมดก่อน 20 ธ.ค.นี้

     นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เร่งสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมให้แห้งหมดก่อนสิ้นปี ว่า จะเร่งระบายน้ำ ทั้งใน จ.ปทุมธานี นนทบุรี และนครปฐม ให้หมดภายในวันที่ 20 ธันวาคม โดยจะระดมเครื่องสูบน้ำมาดำเนินการอย่างเต็มที่

    ส่วนการจ่ายเงินชดเชย 5,000 บาทนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้ล่าช้า แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ มีขั้นตอน สำหรับกรุงเทพมหานคร หากส่งข้อมูลมา รัฐบาลพร้อมอนุมัติทันที

ทล.เตือน ปชช.เลี่ยงทางหลวง 4 จว.ประสบภัย

     นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) รายงานการเกิดอุทกภัย กรมทางหลวง ประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2554 ว่า ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ 7 จังหวัด จำนวน 20 สายทาง จำนวนรวม 21 แห่ง ผ่านได้ 9 แห่ง และผ่านไม่ได้ 12 แห่ง

     ทั้งนี้ เพื่อให้การเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนที่จำเป็นต้องสัญจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยคล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น กรมทางหลวง ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทาง 12 สายทางที่ผ่านไม่ได้ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานครและจังหวัดนครปฐม

     อย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนที่จำเป็นต้องสัญจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย ขอให้โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้นด้วย และให้สอบถามเส้นทางก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือทุกระยะในการเดินทาง สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามสภาพเส้นทางการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์ไปได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

สธ.ร่วม WHO ทำแถลงการณ์ยืนยันไทยปลอดภัยหลังน้ำลด

     นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้ร่วมกับองค์การอนามัยโลก หรือ WHO และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข จัดทำแถลงการณ์ให้ความมั่นใจแก่ประชาชน และนานาประเทศ ว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัย ไม่พบปัญหาโรคระบาดรุนแรงหลังน้ำท่วมใหญ่ ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่ให้ความมั่นใจกับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

กนอ.บิ๊กคลีนนิ่ง 3 นิคมฯ มั่นใจต้นปีกลับสู่ภาวะปกติ

      นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดูแลนิคมอุตสาหกรรมหลังน้ำลด ว่า วันนี้เป็นวัน Big cleaning วันแรกของ 3 นิคมอุตสาหกรร คือ บางปะอิน บ้านหว้า (ไฮเทค) และสหรัตนนคร หลังจากที่เริ่มสูบน้ำออกเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา วันนี้ได้แห้งสนิทแล้ว พร้อมเริ่มให้ผู้ประกอบการทั้งหลายเข้าไปปรับปรุงดูแลโรงงาน ทั้งพัฒนา ดูแลระบบต่างๆ รวมถึงการทำความสะอาดเครื่องจักร ส่วน กนอ. จะเข้าไปดูแลระบบส่วนกลาง ระบบน้ำเสีย สาธารณูปโภค ให้พร้อมกับฝ่ายเอกชน โดยฝ่ายโรงงานคงเข้าไปตรวจสอบว่ามีระบบอะไรต้องซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงบ้าง คาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้ น่าจะแล้วเสร็จ จากนั้นก็เริ่มทยอยเดินเครื่อง แต่ก็มีบางโรงงานใน 3 นิคมฯ เริ่มเดินเครื่องไปได้บ้างแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

     สำหรับในส่วนของการช่วยโรงงานมีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนของตัวโรงงาน เครื่องจักร กนอ. ได้จัดรถโมบายยูนิตเข้าไปช่วยผู้ประกอบการทำการรีโอเปอร์เรทใหม่ อีกส่วนคือ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะให้ผู้ประกอบการ เป็นลักษณะของเครื่องมือเครื่องจักร ที่ผู้ประกอบการนำออกไปผลิตข้างนอกชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม กลับเข้ามาในโรงงานใหม่ ส่วนเขตปลอดอากร หรือ Free Zone ได้ขอความร่วมมือจากกรมศุลกากร เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี ที่สำคัญ ได้มีการนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มาช่วยดูแล ตรวจสอบเครื่องมือเครื่องจักรของผู้ประกอบการเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่า ไตรมาสแรกของปี 2555 สถานการณ์ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

“ประชา”ถกผู้ว่าฯกทม.-ปริมณฑลแก้น้ำท่วม กันมวลชนชุมนุม

      พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ.ได้เชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมหารือสถานการณ์น้ำท่วมและประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดจากมวลชนในบ่ายวันนี้ โดยจะย้ำให้ทุกจังหวัดเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ป้องกันไม่ให้มวลชนชุมนุมกดดันที่ ศปภ.อีก

กรมชลฯ เผย 4 อำเภอ จ.นนท์-ปทุมฯ เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

    นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการติดตามประเมินผลการกู้ชุมชนที่มีปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้มีหลายพื้นที่ใน 4 อำเภอ ที่ระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประกอบด้วย อ.เมืองนนทบุรี อ.บางกรวย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

    ส่วนในหลายพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง กรมชลประทานสำรวจพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่น พร้อมประเมินสภาพพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

 

 

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics