เมื่อไหร่ “นักการเมืองไทย”จะรู้จักคำว่า “สปิริต”

แบ่งปัน

 

ผลการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว

ถ้าเป็นวงไฮโล..ก็ชัดเจนแบบ ไฮโล เปิดถ้วยแทง ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนน ตัดสินใจ เลือก กันให้ ขาด ไปข้างหนึ่งว่า จะเอา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลต่อ หรือจะให้ เพื่อไทย เป็นรัฐบาล เอากันแบบว่า ให้เป็นพรรคเสียงข้างมาก เกิน กึ่งหนึ่ง กันไปเลย คือ 500 ไม่ ปชป. หรือ เพื่อไทย ต้อง ได้ต่ำสุด 250

ผลเพื่อไทย ทะลุไปถึง 265 ในขณะที่ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ง่อยแดกกันถ้วนหน้า เพราะทุกพรรคได้ต่ำกว่าที่ ประมาณการ เอาไว้ และที่โผล่มาแบบไร้ร่องรอย เอาชนะได้แม้กระทั่งพรรค รักษ์สันติ ของ อดีต รมต.ไม้บรรทัดมือปราบสายเดี่ยวก็คือ พรรค รักษ์เมืองไทย ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ เพราะพาเหรดเดินเข้าสภาถึง 4 ที่นั่งใน สส.บัญชีรายชื่อ ในขณะที่พรรคกิจสังคมของ นายสุวิทย์ คุณกิตติ ไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียวฮา

นี่คือ ฉันทานุมัติที่ ชัดเจน ของ ประชาชน ที่ตัดสินใจที่จะให้ พรรค เพื่อไทย เป็นรัฐบาล

ไม่ต้องไปสนใจเรื่อง พรรคเป็นของใคร ใครบงการ ออกคำสั่ง

ชาวบ้านเขากินข้าวไม่ได้กินแกลบ เขารู้กันอยู่แก่ใจว่า นี่คือพรรคของ ตระกูลชิณวัตร และของ พ.ต.ท. ทักษิณ และ พ.ต.ท. ทักษิณ คือคนกำหนดทุกอย่าง และเป็นคนตัดสินใจคนสุดท้าย

นส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวก็คือ ตัวแทน ที่ไม่ต้องปฏิเสธกัน ส่วนใครจะเรียกว่าอะไรก็ว่ากันไป ก็ใช้ทั้งนั้นแหละ นอมินี หุ่นเชิด ร่างทรง….

ไอ้ที่มันน่าทุเรศก็คือ พรรคการเมืองขนาดกลาง ที่จ้องจะเป็นรัฐบาลมันอย่างเดียว โดยเฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนา ของ คนโตตัวเตี้ยเมืองสุพรรณ..ซึ่งถึงขนาดบินไปเจรจาต่อรองเก้าอี้กับทักษิณถึงเมืองนอก…. เล่นการเมืองแบบ กลัว ความอดอยาก แบบนี้ ประชาชนและบ้านเมือง อิ๊บอ๋ายอย่างเดียว

ส่วนภูมิใจไทย งานนี้ ผู้กุมอำนาจ หนาวแน่นอน ไม่ว่าจะ เนวิน อนุทิน หรือ วิชัย นายทุนใหญ่จากร้านสินค้าปลอดภาษี ล่าสุดข่าวว่า กลุ่มเรียงหินก็ดูเหมือนจะถูกปฏิเสธ..สถานะ งูเห่าจากนายใหญ่ฝั่งเพื่อไทยแล้วว่า ไม่เอามันทั้งยวงหรือยกโขยงไม่เอากันเลย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและตามมาหลังผลการเลือกตั้งและก่อนหน้าการประกาศ รับรอง ของ กกต. ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆซาก ๆ ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็คือ การประท้วงผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะ ใครประท้วงใคร ?

เรื่องแบบนี้ แทบจะหาไม่ได้ และหาไม่พบในบรรดา นักการเมืองไทย

ไอ้เรื่อง ซื้อเสียง หรือการใช้วิชามาร เป็นเรื่องที่ ทำกันทุกพรรค ไม่ว่าจะพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ข้อแตกต่างก็คือ ใครทำได้แนบเนียนกว่า ใครถือ ความได้เปรียบมากกว่ากัน ทั้งข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และอำนาจอื่นๆ แม้กระทั่ง อำนาจ เงิน สด ๆ ในมือ ที่กำหนด ราคาต่อ เสียง 1 เสียง

แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราประชาชนกลับได้เห็น การกระทำที่ ไร้สปิริต.. ไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียนให้ นับคะแนนใหม่ การร้องเรียนว่าคู่แข่งขันกระทำการทำผิดกฎระเบียบการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร แม้กระทั่ง กรณี ผัดหมี่โคราชหรือ แคะขนมครก ของนส.ยิ่งลักษณ์และ นายกฯรักษาการณ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นี่คือ การแสดงออกถึง นิสัยสันดานของความงี่เง่า งอแง ไร้น้ำใจนักกีฬาฯและขี้แพ้ชวนตี

กรณีการให้มีการนับคะแนนใหม่ ถ้าคะแนนระหว่างผู้ชนะกับผู้ได้อันดับที่สอง ห่างกันในหลักพันคะแนน ไอ้นี่ยังพอฟังได้ แต่ถ้าเกินห้าพันไปนี่ มันจะไปนับใหม่ทำไมให้เสียเวลาทิ้งกันห้าพันถึงหลักหมื่นนี่ มันไม่น่าจะให้มีการนับคะแนนอะไรใหม่กันอีกแล้ว

นี่คือสิ่งที่เป็นตัวถ่วงมาตรฐานและความเจริญก้าวหน้าของการเลือกตั้งและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เกิดจากนิสัยสันดานของ นักการเมืองไทย บางคน บางกลุ่ม ในพรรคการเมืองอย่างแท้จริง

ไม่ว่า กกต.จะชักใบเหลืองหรือใบแดง เป็นจำนวนกี่ใบก็ตาม

สิ่งที่ ประชาชนและประเทศชาติจะต้องสูญเสียก็คือ เวลา และ เงิน ที่จะต้องหมดไปอีกครั้ง กับ นิสัยสันดาน ไร้สปิริตของนักการเมืองไทย..

หรือว่า คนไทยอาจจะต้อง รอให้ การเมืองไทยเหลือเพียง 2 พรรคแบบสหรัฐฯอเมริกา เมื่อนั้นเราถึงจะได้เห็นคุณภาพในนักการเมืองไทย

สนจ.ว่า สนจ. ตายก่อนฮา




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics