ประวัติศาสตร์ที่(สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล)เพิ่งสร้าง (๒) | พระบรมราชโองการที่ไร้ผู้รับสนองฯ

แบ่งปัน

ข้าสู่ตอนที่ ๒ | พระบรมราชโองการที่ไร้ผู้รับสนองฯ จริงๆเป็นเรื่องที่เป็นข้อถกเถียงในแวดวงวิชาการมานานแล้ว มีนักวิชาการที่ศึกษาและตั้งข้อสังเกตมากมาย ไม่ได้จำเพาะที่ สมศักดิ์ เจีบมธีระสกุลคน เดียวที่พูด แต่อย่างที่ผมบอกในตอนแรกว่าผมมีส่วนที่เหมือนกับสมศักดิ์คือการศึกษา ประวัติศาสตร์การเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ พูดง่ายๆคือชอบศึกษาเรื่องแบบเดียวกันนั่นเอง ทำให้ผมได้มีโอกาสตามบทความของสมศักดิ์ ซึ่งยอมรับว่าบทความของเขาสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้คนประเภทผมได้เป็น อย่างดีทีเดียว

และเรื่อง พระบรมราชโองการที่ไร้ผู้รับสนองฯ ก็เป็นผลพวงจากการตามบทความของสมศักดิ์ เจียมธีระสกุล ได้เขียนลงใน เว็ปไซต์ ประชาไท เป็นเหตุให้ นักวิชาการบางคนฉวยโอกาสอันนี้ บิด เหตุการณ์ในครั้งนั้นเขียนไปว่าเป็นการสถาปนาสมบูรณาญาสิทธิราชย์ใหม่เลยทีเดียว

 

คราวนี้ลองไปดูตัวอย่างคำพูดในการเสวนาเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาธิปไตย ของสมศํกดิ์ เจียมธีระสกุล ครับ

http://www.prachatai3.info/journal/2010/12/32310

 

ยกตัวอย่างกรณีง่ายๆ นี่คือประกาศที่ผมขุดขึ้นมาในไม่กี่ปีก่อน นี่คือที่ในหลวงแต่งตั้งสฤษดิ์ (ธนะรัชต์)คือสฤษดิ์ทำรัฐประหารจอมพล ป.เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 ในหลวงทรงมีพระราชโองการให้สฤษดิ์เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร โดยขอให้ประชาชนทั้งหลายอยู่ในความสงบ และให้ฟังคำสั่งจอมพลสฤษดิ์ ทีนี้ประกาศนี้สำคัญตรงไหน มันไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ขณะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับ 2495 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ อันนี้สำคัญ ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญทุกฉบับบอกว่า พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ จะต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

เวลาผมอ่านบันทึกของสมศักดิ์ เรื่องนี้ทีไร ผมนึกถึงตอนที่ในหลวงทรง มีพระราชดำรัสเรื่องตุลาการภิวัฒน์ ตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้าไม่เคยทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับก็ทำมาหลายสิบปี ก็ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบ ถ้าทำอะไรตามใจชอบแล้วก็เข้าใจว่าบ้านเมืองต้องล่มจมไปนานแล้ว”

ก่อนจะอธิบายเหตุผลที่ผมได้ไปหามาอธิบายเพื่อแก้ต่างสิ่งสมศักดิ์พูดอยู่ นี้ ก็จะต้องขอเล่าย้อนไปก่อนเพื่อให้เข้าใจสภาพก่อนและหลังพระบรมราชโองการฉบับ นี้ครับ

หลังจากจอมพล ป. จี้นายควงให้ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.ก็ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเป็นรัฐบางผสมที่ค่อนข้างมีปัญหาซับซ้อนมาก จนเมื่อจอมพล ป. ไม่สามารถควบคุม ส.ส. ในรัฐบาลได้แล้วจึงหาเรื่องรัฐประหารตัวเองเมื่อปลายปี ๒๔๙๔ โดยอ้างภัยคอมมิวนิสต์

จอมพล ป. ได้ประกาศให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๔๗๕ (แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๙๕) เป็นธรรมนูญปกครองประเทศ เหตุที่จอมพล ป. สามารถอ้างเรื่องภัยคอมมิวนิสต์ได้โดยสะดวกปากนั้นก็เพราะตั้งแต่ก่อนรัฐ ประหารตัวเอง จอมพล ป. เป็นผู้ที่เลือกข้างอเมริกา(เสรีนิยม) ต่อต้านโลกคอมมิวนิสต์(สังคมนิยม) อย่างเปิดเผยมาโดยตลอด

การกลับมาและหลังการเลือกตั้งปี ๒๔๙๕ จอมพล ป. ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และในขณะนั้นก็มีขั้วอำนาจใหม่ที่เริ่มจะสร้างบารมีทัดเทียมกับจอมพล ป. ขึ้นมานั่นคือ พล.ต.อ.เผ่า อธิบดีกรมตำรวจ และพล.อ.สฤษดิ์ผบ.ทบ. โดยจอมพล ป. เลือกที่จะรักษาทั้งเผ่าและสฤษดิ์ไว้ให้คานอำนาจซึ้งกันและกัน แต่เพราะเผ่านั้นมีชื่อเสียมากกว่าด้วยการผัวพันการค้าฝิ่น การสังหารอดีตรัฐมนตรี และอีกหลายเรื่อง ทำให้ภาพลักษณ์ของสฤษดิ์ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองและอยู่เงียบๆกว่าเผ่านั้น ดูโด่ดเด่นและเป็นที่จับตามองมากขึ้นตามลำดับ

จนมาเกิดเหตุ เมื่อเกิดการประท้วงการเลือกตั้งในปีกึ่งพุทธการที่ทุจริต ฉาวโฉ่จนทำให้นักศึกษาออกมาประท้วง จอมพล ป. ส่งพล.อ.สฤษดิ์ไปปราบนักศึกษา แต่กลับกลายเป็นสฤษดิ์ไปเข้าด้วยกับกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องให้จอมพล ป. รับผิดชอบ ซึ่งจอมพล ป. ก็รับปากว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้สฤษดิ์ได้ใจนักศึกษาและประชาชนในตอนนั้นเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งมีการแถลงการเรียกร้องให้จอมพล ป. และพล.ต.อ.เผ่า ลาออกจากทุกตำแหน่ง โดยผู้เรียกร้องนั้นคือสฤษดิ์ ซึ่งนำไปสู่การ รัฐประหารปิดฉากคณะราษฎร(ในการเมืองไทย)ในวันต่อมา !!

 

 

 

 

 

พระบรมราชโองการแต่งตั้ง ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารที่ไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

ผมจะไม่ขอเล่ารายละเอียดการใช้กำลังหรือการควบคุมสถานที่สำคัญอย่างไรนะ ครับ เพราะจะเข้าส่วนสำคัญคือเรื่องไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการเลยครับ

จริงอยู่ครับที่ คณะรัฐประหาร ไม่ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ ๒๔๗๕ (แก้ไข ๒๔๙๕) ตามที่จอมพล ป. ประกาศไว้ในรัฐบาลตัวเอง แต่เพราะลักษณะการมาของคณะรัฐประหารที่ใช้กำลังทหารเข้า ยึดอำนาจการปกครอง จากนายกรัฐมนตรีจอมพล ป. นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์อำนาจหรือที่เรียกว่า รัฏฐาธิปัตย์ เพราะหากยึดคำกล่าวที่ว่าผู้ใดยึดอำนาจการปกครองไว้ได้ ผู้นั้นคือรัฏฐาธิปัตย์ตัวจอมพลสฤษดิ์ก็คือ รัฏฐาธิปัตย์ ณ ขณะนั้น

แล้วทำไม? จำต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ?

เป็นที่รู้กันว่าในขณะที่จอมพล ป. เรืองอำนาจนั้น ความพยายามของจอมพล ป. ที่จะแข่งบารมีกับพระมหากษัตริย์ และไม่ได้ให้ความสำคัญกับพระมหากษัตริย์(ร.๙)สักเท่าไร(เพราะยังทรงพระเยาว์ และไม่ได้ประทับในประเทศไทยเป็นเวลานาน) การกระทำของจอมพล ป. นั้นยังทำให้ประชาชนผู้ภักดีไม่พอใจหลายครั้ง การที่สฤษดิ์ได้เข้าไปพึ่งพระบารมีพระเจ้าอยู่หัวในยามนั้นนอกจากจะได้ใจผู้ ภักดีแล้วก็ยังได้รับ ข้ออ้างอันชอบธรรมจากพระบรมราชโองการแต่งตั้งนั่นเอง

ดังคำให้สัมภาษณ์ว่า

ข้าพเจ้าเป็นผู้รักษาพระนครและมีอำนาจหน้าที่ในการออกคำสั่งได้ตามกฎหมาย เพราะเป็นพระบรมราชโองการ

หากจะว่าโดยนัยแล้วการรัฐประหารคือการล้มล้าง รัฐบาลชุดเก่า ฝ่ายบริหารคือรัฐบาล(ถ้าไม่สามารถเอาชนะคณะรปห.ได้)ก็หมดสิทธิ์บริหารราชการ ต่อไป ถ้าคณะรปห.ฉีกรัฐธรรมนูญฝ่ายนิติบัญญัติ(ส.ส.,ประมุขคือประธานรัฐสภา)ก็จะ หมดสิทธิ์ทำงานไป ส่วนตุลาการนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงตกไป

ผู้ที่มีสิทธื์รับสนองพระบรมราชโองการ ถ้าจะว่าตามที่กล่าวไว้ก็จะมี ประธานรัฐสภา(คนเดียวเพราะนายกหมดสิทธิ์อันชอบธรรมแต่เดิม)

แต่! โดยลักษณะการรัฐประหารแล้ว เมื่อฝ่ายบริหารตกไป สิ่งที่ตามไปด้วยก็คือ ส.ส. ยกขโยงที่มากับรัฐบาลชุดนั้นด้วย ซึ่งก็จะนับรวมประธานรัฐสภา(ในตอนนั้นมี ส.ส.ประเภทที่ ๑และ ๒)ด้วย (แม้จะไม่ได้ฉีกรัฐธรมนูญที่กำหนดที่มาของ ส.ส.ชุดนี้ก็ตามที)

ซึ่งการรัฐประหารของสฤษดิ์ก็ใช้หลักการเดียวกันกับที่กล่าวข้างต้น ดังประกาศคณะรัฐประหารที่ว่า

ให้ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญเดิมต่อไป แต่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่อไปนี้ ๑. ให้ ส.ส. ทั้งประเภทที่ ๑ และ ๒ สิ้นสุดลง แล้วให้เลือก ส.ส. ประเภทที่ ๑ ใน ๙๐ วัน ในระหว่างที่ไม่มี ส.ส. ประเภทที่ ๑ ให้แต่งตั้ง ส.ส. ประเภทที่ ๒ ทำหน้าที่แทนไปพลางก่อน

ซึ่งประกาศนี้ ประกาศเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๐๐ หลังมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ๒ วัน หากสมศักดิ์หรือพวกจะแถไปว่าก่อนหน้านั้น(๑๖)ประธานรัฐสภายังดำรงตำแหน่ง อยู่ทำไมไม่ให้เขารับสนองฯทั้งๆที่เป็นหน้าที่อัน สมควร(ผู้ที่รับสนองได้จะต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้อง , รับผิดชอบโดยตรง )

แต่นั่นหากจะพิจารณามองไปข้างหน้า ในเมื่อคณะรัฐประหารสั่งปลด ส.ส. ทั้งหมดในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ ตำแหน่งประธานสภาก็จะเด้งไปตามกลไก ผู้รับสนองก็จะหลุดไปตามหลักการด้วย จึงทำให้สันนิษฐานว่า สฤษดิ์(ซึ่งได้เข้าเฝ้า)อาจจะกราบบังคมทูลว่าจะทำอะไรต่อไปอย่างไรตั้งแต่ วันที่ ๑๖ แล้ว(ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ) ทำให้จึงไม่มีผู้รับสนองมาตั้งแต่วันที่ ๑๖ เป็นต้นมา

ซึ่งหากพิจารณาแบบนี้ก็จะไปพ้องกับบันทึกของ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากรที่ว่า

ฑูตอังกฤษถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นพระเจ้าอยู่หัวพอพระทัยหรือไม่ ตอบว่า ทรงปฏิบัติต่อในฐานที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว(fait accompli)

อีกทั้งในขณะนั้นที่ต้องการความสงบเรียบร้อยในเวลาฉับพลัน การออกพระบรมราชโองการกระทันหันย่อมไม่ทันได้ให้ประธานรัฐสภารับสนองฯตามรัฐ ธรรมนญ ก็เป็นได้ (จึงจำให้ต้องปลด ส.ส. ทั้งสองประเภทในเวลาต่อมา??)

ซึ่งหากจะบอกอีกว่าการที่จอมพลสฤษดิ์ไม่ได้ยกเลิกรัฐธรรนูญแต่แรก แต่ใช้การ ประกาศใช้ฉบับเดิมและ แก้ไข เงื่อนไขบางประการ ก็เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับเก่าหมดสิทธิ์ลงไปโดยฉับพลันเพราะมีการประกาศ เงื่อนไขการใช้รัฐธรรมนูญ(เช่นเดียวกับที่พระยามโนปกรณ์ประกาศงดใช้รัฐ ธรรมนูญบางมาตรา ซึ่งเท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญเก่าโดยไม่ต้องประกาศ และเป็นการรัฐประหารเงียบครั้งแรกหลังการปฏิวัติ)

ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยรับรองประกาศคณะรัฐประหารที่ว่า

ด้วยคณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศเป็นผลสำเร็จ การบริหารประเทศชาติในลักษณะเช่นนี้คณะรัฐประหารย่อมมีอำนาจที่จะเปลี่ยน แปลงแก้ไขยกเลิกหรือออกกฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติเพื่อบริหารประเทศชาติ ต่อไป มิฉะนั้นประเทศจะตั้งอยู่ในความสงบไม่ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว ๒๔๙๐ จึงเป็นกฎหมายอันสมบูรณ์


ภาพคณะรัฐประหาร ๒๕๔๙ รอรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี สนธิเป็นผู้รับสนองเอง

ดังนั้นเพื่อให้ไม่เป็นที่กังขาเรื่อง ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แบบในอดีต คณะรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ที่นำโดยพล.อ.สนธิจึง มีบรมราชโองการแต่งตั้งฯคณะรัฐประหารเพื่อควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองในลักษณะ เดียวกับสฤษดิ์ในอดีต(ลักษณะพึ่งพาพระบารมีเพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมโดย สมบูรณ์)แต่แตกต่างกันที่พระบรมราชโองการแต่งตั้งปี ๒๕๔๙ นั้นมีผู้รับสนองฯคือพล.อ.สนธิเอง!!

จากที่ประมวลมาให้ได้อ่าน เพื่อแก้ปัญหาข้อสงสัยของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาก หลังจากผมเจอคำถามนี้จากบรรดาสาวกของสมศักดิ์ และทำให้ผมต้องครุ่นคิดและค้นคว้ามจนเจอคำตอบ(ตามแบบที่ผมเข้าใจและเชื่อว่า ใช้ได้) ซึ่งก็จะต้องขอขอบพระคุณหนังสือเอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญที่ได้เน้นย้ำคำตอบ ในใจผมให้ชัดเจนขึ้น ขอบคุณครับ!!!

 

ผู้เขียน …. อธิปัตย์




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3931 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics