ตราบที่คนไทยมี “ในหลวง” อยู่ในดวงใจ .. ตราบนั้น กฎหมายมาตรา 112 ยังมีความจำเป็น… ได้ยินไหม “สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ” แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย !

แบ่งปัน


ภาณุมาศ ทักษณา

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2554 หน้า 10 สัมภาษณ์ความเห็นนักวิชาการ 3 คน

ถึงกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงและนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง พยายามจะดึงสถาบันมายุ่งกับการเมือง โดยอ้างว่ามาตรา 112 เป็นการละเมิดสิทธิ์ในการแสดงออกนั้น

นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ว่า

ไม่เห็นด้วย เพราะในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกมาตราดังกล่าว เนื่องจากองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐไทย ที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น

จึงเป็นความชอบธรรมตามหลักนิติรัฐที่ต้องมีกฎหมายปกป้อง มิให้มีการละเมิด หรือการหมิ่นประมาทประมุขแห่งรัฐ


นายปกรณ์ ปรียากร อดีตคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงและกลุ่มนักวิชาการต่างๆ อย่างนายใจ อึ๊งภากรณ์ นักเคลื่อนไหวทางวิชาการและการเมืองสัญชาติไทย-อังกฤษ กลุ่มมหาลัยเที่ยงคืน พยายามจะดึงสถาบันมายุ่งกับการเมือง โดยอ้างว่ามาตรา 112 เป็นการละเมิดสิทธิ์ในการแสดงออกนั้น

ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และเชื่อว่าคนไทยอีก 90% ก็ไม่เห็นด้วย

จากกรณีที่ทหารพระธรรมนูญไปยื่นฟ้องนายจตุพรและพวกต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ที่ผ่านมาถือว่าเป็นการกระทำที่น่าชมเชย

แต่อยากจะขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการทำคดีนี้ ให้เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีความชัดเจนให้แก่สังคมต่อไป


นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า

กฎหมายมาตรา 112 ไม่มีความจำเป็นกับประเทศไทย และหากมีการยกเลิกก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศ ดังนั้นควรจะยกเลิกไปให้สิ้นเรื่อง

เพราะในปัจจุบันมีการนำมาตราดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการแอบอ้างของกลุ่มคนบางกลุ่มเสมอ

ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศอังกฤษหรือญี่ปุ่น ต่างก็มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับประเทศไทย และทั้งสองประเทศดังกล่าวก็ไม่มีกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ แต่ก็สามารถปกครองประเทศได้อย่างปกติด้วย”


เขากล่าวด้วยว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้ทหารพระธรรมนูญแจ้งความต่อ สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีกับนายจตุพร ในความผิดตามมาตรา 112 นั้น

ตนสงสัยว่ากองทัพกำลังจะใช้อำนาจใดในการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เพราะปกติในการฟ้องหมิ่นประมาทนั้น คู่กรณีจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง ดังนั้นการยื่นครั้งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ที่ผมนำความเห็นของนักวิชาการ 3 คน เกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 มานำเสนอในวันนี้

ไม่เพียงแต่ต้องการ ยืนยัน ว่า วันนี้ ยังมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่จริง เท่านั้น แต่ผมต้องการนำเสนอ นักวิชาการ ที่ผมเคยอ้างว่า

คนกลุ่มดังกล่าวได้อาศัยสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ ฟักตัว โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(จากเรื่อง เสธ.ไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด คนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ใช่ สายบัว หากกองทัพบกเอาจริง.. เด็ดแล้วต้องขาด อย่าให้เหลือเยื่อ http://www.oknation.net/blog/netmom/2011/04/12/entry-2) มาให้เห็นว่า

นักวิชาการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็คือ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คนนี้นี่เอง

นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เคยเป็นนักข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งซึ่งเลิกกิจการตัวเองไปแล้ว นายสุธาชัย เป็นใคร มาจากไหน มีพฤติกรรมอย่างไร ผมเชื่อว่าในหน่วยข่าวของทางราชการคงมีประวัติเก็บไว้แล้ว

ผมจึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงให้ยาวความ..แต่ผมมีข้อคำถามถึงนายสุธาชัยในกรณีที่คุณพูดว่า

1.กฎหมายมาตรา 112 ไม่มีความจำเป็นกับประเทศไทย และหากมีการยกเลิกก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศ

คุณเป็นนักวิชาการ และเป็นนักประวัติศาสตร์เหมือนนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คุณย่อมรู้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ว่า ประเทศไทยเป็นชาติที่มั่นคงมาได้ทุกวันนี้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งแต่กรุงสุโขทัย

การมีกฎหมายมาตรา 112 ก็เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มคนชั่ว ที่ต้องการเนรคุณแผ่นดินเกิด ทำลายคุณงามความดีที่สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงมีต่อแผ่นดินไทยเหมือนที่พวกมันกำลังพยายามกันอยู่

คุณย่อมรู้ดีกว่าคนที่เรียนหนังสือน้อยกว่าคุณว่า ก่อนหน้านี้เรามีกฎหมายคอมมิวนิสต์ เป็นเสมือนกำแพงชั้นนอกที่ป้องกันมิให้กลุ่มคนชั่ว ทำลายชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

ต่อมากฎหมายคอมมิวนิสต์ได้ถูกยกเลิกไป ทำให้คนที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ออกมาเดินเต็มท้องถนนและยังคงพยายามที่จะทำลายสถาบันพรมหากษัตริย์อยู่ตามที่พวกมันตั้งใจไว้

แต่โชคดีที่สังคมไทยยังมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 เป็นเสมือนกำแพงชั้นในที่ป้องกันมิให้กลุ่มคนชั่วเข้าถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

พวกคุณคิดว่า กฎหมายมาตรา 112 นี้เป็น อุปสรรคขวากหนามในการเข้าถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ใช่ไหม จึงเหี้ยนกระหือรือที่จะให้มีการยกเลิก ด้วยการให้เหตุผลว่า การยกเลิกก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศ

แต่ในความรู้สึกของคนที่รักในหลวงอย่างผม ผมคิดว่าหากมีการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 นี้เมื่อไหร่ ประเทศไทยจะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน..

ผมเชื่อว่า ทันทีที่มีการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 นักวิชาการสถุลรุนชาติที่แฝงตัวหากินอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางคนบางกลุ่มคงจะไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจ

เพราะต่อจากนี้ไป พวกมันคงจะสามารถบิดเบือนประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดจนบิดเบือนประวัติศาสตร์พระราชจักรีวงศ์ได้อย่างเต็มที เนื่องจากไม่มีกฎหมายฉบับใดลงโทษพวกมัน คุณเห็นด้วยมั๊ย !

เหมือนที่ทุกวันนี้ กลุ่มคนที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์พากันแต่งเครื่องแบบสีเขียวสวมหมวกดาวแดงซึ่งเป็นเครื่องแบบของทหารป่าของ พคท.เดินเต็มถนน หรือไม่ก็ตั้งเวทีด่าประเทศที่ตัวเองซุกหัวนอนได้อย่างสบาย ๆ

2.ดังนั้นควรจะยกเลิกไปให้สิ้นเรื่องเพราะในปัจจุบันมีการนำมาตราดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการแอบอ้างของกลุ่มคนบางกลุ่มเสมอ

ผมอยากถามคุณว่า ใครกันหรือ ที่นำเอามาตราดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือ…

คุณเป็นนักวิชาการ คุณน่าจะรู้ดีกว่าการออกกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ว่าจะมีกี่มาตราก็ตาม ต้องผ่านการกลั่นกรองมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสมาชิกมาแล้ว

และกฎหมายแต่ละฉบับจะมีผลก็ต่อเมื่อมีการบังคับใช้ของผู้ที่ดูแลกฎหมายนั้น ๆ กรณีกฎหมายมาตรา 112 ก็มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดูแล หากไม่มีใครละเมิดกฎหมายมาตรานี้ กฎหมายก็จะอยู่นิ่ง ๆ เหมือนกฎหมายอื่น ๆ

เว้นเสียแต่มีคนชั่วกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พยายามไปกระทำความผิดตามที่กฎหมายมาตรานี้บัญญัติไว้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองผู้ดูแลกฎหมายก็จะนำกฎหมายนี้มาใช้ทันที

วันนี้ หากคุณออกจากบ้านไปสอนหนังสือที่จุฬาฯ เลิกงานก็ไปพักผ่อนตามที่คุณอยากไป ค่ำลงก็กลับบ้านดูข่าวดูหนัง ตื่นเช้าเตรียมตัวสอนเหมือนอาจารย์คนอื่น ๆ ที่ไม่ฟุ้งซ่านเรื่องมาตรา 112

ผมอยากถามว่า มีใครหน้าไหนไปทำอะไรคุณได้บ้าง

เหมือนอย่างวันนี้ หากคุณไม่ให้สัมภาษณ์ในทำนองต้องการทำลายกำแพงชั้นในที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์เอาไว้ ผมก็คงไม่ต้องมาเขียนถึงคุณให้เมื่อยมือแม้แต่นิดเดียว

ถามจริง ๆ นะคุณสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ วันนี้คุณก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว อายุอานามคงอ่อนกว่าผมไม่กี่ปี (คุณน่าจะรุ่นเดียวกับ ศุภฤกษ์ ตั้งใฝ่คุณธรรม ที่เรียกผมว่าพี่)

ถามจริง ๆ เถอะ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไปทำอะไรให้คุณเดือดร้อนมากมายนักหรือ

ทุกวันนี้คุณก็สอนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงสถาปนาขึ้นมาแท้ ๆ คุณยังกล้ามองข้ามความสำคัญของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 อีกหรือ

ผมตั้งคำถามให้คุณเอานอนคิดนะครับ ไม่ต้องตอบผมก็ได้ (หากคุณนึกละอายใจ)

อ้อ ขอถามคุณอีกเรื่องหนึ่งว่า ที่คุณตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพใช้อำนาจใดในการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพรตามมาตรา 112 เพราะปกติในการฟ้องหมิ่นประมาทนั้น คู่กรณีจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง นั้น

คุณถามเพราะแกล้งโง่ หรือ โง่จริง ๆ จึงไม่รู้ว่า คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่างจาก คดีหมิ่นประมาท อย่างไร

หรือ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อยากลองดีกับกฎหมายมาตรา 112 จึงกล้าท้าทายออกมาอย่างนั้น?!?



 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics