ทหารไทย-เขมร เปิดศึกใหญ่ปะทะหนักรอบ “เขาวิหาร”

แบ่งปัน

 

 

วันนี้(7ม.ค.2554) ทหารไทย-เขมร เปิดศึกใหญ่ปะทะกันหนักรอบเขาพระวิหาร มีรายงานผู้บาดเจ็บแล้ว 7 ราย เป็นทหาร 5 นาย ชาวบ้านไทย 2 ราย โฆษก ทบ.เผยเขมรหยุดยิงแล้ว เมื่อ 21.25 น. อ้างไม่แปลกใจพฤติกรรมเขมร ปฏิบัติการด้านเขาพระวิหารไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนไปโจมตีช่องตาเฒ่า ยืนยันฝ่ายไทยรับมือได้ ปัดข่าวทหารกัมพูชายึดพื้นที่ไทยได้

มีรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.ที่หอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง นายประทีป กีรติเรขา รองอธิบดีกรมการปกครอง และข้าราชการระดับสูงของกรมการปกครอง ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้นกรณีการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยสงครามจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ซึ่งผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ได้รายงานสรุปสถานการณ์ให้ทราบ

ก่อนมอบเงินช่วยเหลือประชาชนชาว ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ที่บ้านเรือนถูกกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายทหารกัมพูชาตกใส่เกิดระเบิด ไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง จำนวน 7 รายๆ ละ 30,000 บาท จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์อพยพหนีภัยสงคราม ที่หอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ หลังใหม่ที่อยู่ใกล้กัน และได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ตัวแทนประชาชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน

นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ได้ลงมาตรวจดูความเรียบร้อยของการอพยพประชาชนดซึ่งเบื้องต้นมีประชาชนประมาณ 6,000 คน จากหลายตำบลใน อ.กันทรลักษ์ อพยพมายังจุดรองรับ 7 จุด เช่น ที่หอประชุม อ.กันทรลักษ์ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา วิทยาลัยการอาชีพ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าสว่าง

ทั้งนี้ การการอพยพและดูแลประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี มีความพร้อมทั้งที่นอน อาหาร ยารักษาโรค ส่วนการจะเคลื่อนย้ายประชาชนกลับไปยังภูมิลำเนานั้น ต้องรอดูสถานการณ์การเจรจาระหว่างทหารระดับสูงของไทยและกัมพูชาก่อนจนกว่าจะยืนยันว่าไม่มีการสู้รบกันอีก

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความมั่นใจ เมื่อทางการยืนยัน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษก็สามารถแจ้งชาวบ้านให้กลับได้ ซึ่งคาดว่าอาจต้องรออีกประมาณ 2-3 วัน ซึ่งหากยังไม่มีความมั่นใจก็ไม่อยากให้รีบกลับ และในวันที่ 7 ก.พ.นี้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่มาตรวจดูความเรียบร้อย โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ประจำอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า วันนี้ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และสั่งให้มีการจ่ายเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบทางราชการ ที่ผู้ว่าฯ มีอำนาจเบิกจ่ายได้ 50 ล้านบาทโดยเบื้องต้น ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รายละ 50,000 บาท บ้านเรือนเสียหายทั้งหลังได้หลังละ 30,000 บาท

นอกจากนี้ ได้รับทราบนโยบายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงว่า ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือสร้างบ้านให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนถูกกระสุนปืนใหญ่และไฟไหม้ โดยจะให้เงินสนับสนุนมาและขอรับการสนับสนุนแรงงานในการก่อสร้างจากวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ และวิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ ให้ส่งนักศึกษาช่างก่อสร้างมาช่วยดำเนินการก่อสร้างให้ชาวบ้าน ตามที่ชาวบ้านต้องการ ไม่ใช่การสร้างบ้านแบบสำเร็จรูป

ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านที่สวนยางพาราถูกกระสุนปืนใหญ่และไฟไหม้เสียหายนั้น ต้องใช้เงินที่ได้รับบริจาคมาให้การช่วยเหลือ เนื่องจากไม่มีระเบียบกำหนดไว้เกี่ยวกับการให้การช่วยเหลือในส่วนนี้ ซึ่งจะได้รายงานเรื่องนี้ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทวงมหาดไทยทราบ เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามในครั้งนี้อย่างเต็มที่ต่อไป

นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรณีที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา และส่งผลกระทบต่อชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งนี้ ทางราชการได้ให้การช่วยเหลือและดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากทางจังหวัดศรีสะเกษและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องซักซ้อมทำความเข้าใจถึงแนวปฏิบัติในการช่วยเหลือชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 6 ก.พ.2554 ที่ โรงเรียนบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายวรรณะ บุญสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 ได้นำคณะมาตรวจสอบโรงเรียนอยู่ใกล้กับทางขึ้นเขาพระวิหาร และโรงเรียนแห่งนี้ถูกกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา จำนวน 2 ลูก ทำให้รั้วของโรงเรียนพังเสียหาย ส่วนคณะครู นักเรียน ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

นายวรรณะ บุญสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 กล่าวว่า จากการปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชาในครั้งนี้ ทำให้เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 5,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ได้สูญหายไประหว่างวิ่งหลบหนีภัยสงคราม ซึ่งตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้ทราบ และจะได้พิจารณาหาทางช่วยเหลือต่อไป

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เดินตรวจสอบสภาพความเสียหายของ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ซึ่งอาคารเรียนขนาด 3 ชั้น และอาคารชั่วคราวของโรงเรียนถูกกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา ได้รับความเสียหายพังยับเยินจำนวยหลายห้องเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยโรงเรียนบ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 2 ต.โนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ มีราษฎรในพื้นที่บ้านท่าสว่าง บ้านโนนสำราญ บ้านโศกขามป้อม และจากหมู่บ้านใกล้เคียง ได้อพยพมาอาศัยอยู่จำนวนประมาณ 2 พันคน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมที่นอนบนอาคารเรียนไว้ให้ผู้อพยพได้นอนพัก นอกจากนั้น ได้กางเต็นท์ไว้กลางสนามของโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แจ้งว่า ข้าวปลาอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ผู้ที่นำสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็จะนำไปที่ศูนย์อพยพที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าอยู่ใกล้ไปสะดวก

นางธีรภัทร ดอกรัก อายุ 20 ปี อยู่บ้านโศกขามป้อม ต.ภูผาหมอก หนึ่งในผู้อพยพ กล่าวว่า ตนเพิ่งคลอดลูกคนแรกได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น และต้องได้พามาอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ ลูกต้องอยู่อย่างลำบากกลางคืนอากาศหนาวเย็นมาก ตนอยากให้สถานการณ์การสู้รบที่ชายแดนเขาพระวิหารยุติลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะชาวบ้านเขาเดือดร้อนกันหมดทุกคน หลายคนสูญเสียบ้าน บางคนสูญเสียคนรัก คือคนที่เสียชีวิต จึงอยากให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาให้จบโดยเร็วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีประชาชนชาวบ้านภูมิซรอลส่วนหนึ่งที่อพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่ศูนย์อพยพหอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และเห็นว่ามีการประกาศหยุดยิงระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาแล้ว ด้วยความเป็นห่วงทรัพย์สินและบ้านเรือน จึงได้พากันเก็บข้าวของกลับมาอยู่ที่บ้านเช่นเดิมจำนวนหลายสิบครอบครัวด้วยกัน แต่ว่าเมื่อมีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาขึ้นอีก เมื่อช่วงเวลา 13.30 น.ของวันนี้ (6 ก.พ.) อีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านพากันหอบลูกจูงหลานหลบหนีภัยสงครามกลับมาอยู่ที่บริเวณศูนย์อพยพหอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ อีกเช่นเดิม ซึ่งภายในหมู่บ้านภูมิซรอล และทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้เหลือเพียงชุดรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยรักษาความสงบเรียบร้อยป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของชาวบ้านเท่านั้น

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 18.40 น.วันนี้ (6 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารไทย-กัมพูชา ได้เปิดศึกปะทะกันอย่างหนัก ถล่มกันด้วยกระสุนปืนใหญ่ อาวุธหนักนานาชนิดและอาวุธประจำกาย ที่บริเวณช่องโดนอาว ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากปะทะกันอีกหลายจุดตลอดแนวเขาพระวิหาร ทั้งด้านทิศตะวันออกของเขาพระวิหาร คือ ช่องซำแต ช่องตาเฒ่า รวมทั้งบนเขาพระวิหาร และ ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ภูมะเขือ และช่องโดนอาวดังกล่าว

หลังจากนั้น ยังคงได้ยินเสียงปืนทั้งอาวุธหนักและอาวุธประจำกายอย่างต่อเนื่อง ส่วนชาวบ้านตามหมู่แนวชายแดนเขาพระวิหาร ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา ได้ถูกสั่งให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่แนวชายแดนกันครั้งใหญ่อย่างเร่งด่วนเพราะได้มีกระสุนปืนใหญ่มาตกในพื้นที่หมู่บ้านราษฎรไทยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 20.15 น. พ.อ.สรรสเริญ แก้วกำเหนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการปะทะระหว่างกองกำลังทหารไทย กับกองกำลังทหารกัมพูชาอีกครั้งว่า เมื่อเวลา 18.40 น. ทหารกัมพูชาได้ยิงกระสุนส่องสว่างเข้ามจำนวน 2 ลูกบริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับระดมยิงปืนใหญ่รถถังเข้ามาตกบริเวณบ้านพรายยาว ทางด้านขวาของเขาพระวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร กินพื้นที่บริเวณรอบเขาพระวิหารลงมาทางช่องเขาสะพายโมย ส่งผลให้ฝ่ายไทยได้รับการเสียหาย ทางผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ดวย การสั่งยิงปีนใหญ่ตอบโต้อย่างสมเหตุสมผล แต่สถานการณ์ยังพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อทางกองกำลังทหารกัมพูชาได้ตอบโต้ ด้วยการยิงจรวดติดรถแบบ บีเอ็น21 อีกจำนวนมากถล่มเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องระดมยิงปืนใหญ่ตอบโต่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

จากนั้นจึงเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทหารทั้ง 2 ฝ่าย ตลอดแนวชายแดนเขาพระวิหารเป็นระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร ตั้งแต่ด้านทิศตะวันตก ที่พลาญยาว ภูมะเขื่อ ช่องโดนอาว ไปถึงช่องตาเฒ่า ทางด้านทิศตะวันออกเขาพระวิหาร ซึ่งช่องตาเฒ่าอยู่ห่างจากเขาพระวิหารไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 6 กม.

พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อว่า สถานการณ์ จนกระทั่งเวลา 21.00 น.ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบ อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่า ทางผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่ในระดับรัฐบาลได้พยายามประสานไปยังผู้ใหญ่ฝ่าย กัมพูชาขอให้หยุดยิงซึ่งก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นทางฝ่ายทหารไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบในการเจรจาหยุดยิง อย่างไรก็ตามเชื่อมว่าสถานการณืน่าจะคลี่คลายได้ในที่สุด เพราะฝ่ายไทยไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียจาการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย

เมื่อเวลา 20.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ว่ายังคงได้ยินเสียงปืนการปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชา จากชายแดนเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มเบาบางลง และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลกันทรลักษ์ จำนวน 7 ราย เป็นทหาร 5 นาย และชาวบ้านไทย 2 ราย

ต่อมา เมื่อเวลา 21.30 น.มีรายงานว่า มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 2 นาย รวมเป็น 9 นาย สาหัส 1 นาย ส่วนชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บนั้น เป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านโดนอาวร์ ซึ่งถูกกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชายิงถล่ม

เวลา 22.10 น. มีรายงานว่าที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชาได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังจากที่มีการหยุดยิงชั่วคราวแล้วทหารไทยได้เข้าไปนำคนบาดเจ็บในหมู่บ้นออกมา ล่าสุดที่ รพ.กันทรลักษ์มีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวแล้ว 12 คน

ต่อมา เมื่อเวลา 11.05 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เมื่อเวลา 21.25 น. ทางฝ่ายกัมพูชาได้หยุดยิงแล้ว เมื่อถามถึงสาเหตุของการปะทะกันในวันนี้ โฆษกกองทัพบกระบุว่าทางกองทัพไม่ค่อยแปลกใจนักเพราะทางฝ่ายกัมพูชามักจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ โดยเมื่อทางฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติการด้านเขาพระวิหารไม่สำเร็จ ก็เปลี่ยนไปโจมตีทางด้านช่องตาเฒ่า ซึ่งทางฝ่ายทหารไทยยืนยันว่าสามารถรับมือได้ ส่วนเราจะหยุดยิงก็ต่อเมื่อทางกัมพูชาหยุดยิงเท่านั้น กล่าว

พ.อ.สรรเสริญยังระบุด้วย ทางฝ่ายกัมพูชาได้พยายามออกข่าวว่า ทัพกัมพูชาสามารถรุกคืบเข้ามาในเขตพื้นที่ของไทยแล้ว โดยสามารถยึดจุดนู้นเนินนี้ได้ โดยทางกองทัพไทยขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นจริง

 




ความเห็น



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 35985 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics