พิธีมงคลอุปสมบท

แบ่งปัน

 

          ประเพณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนไทย มีตั้งแต่แรกเกิดจนไปถึงวันสุดท้ายแห่งสังขาร เริ่มจากประเพณีทำขวัญวัน ทำขวัญเดือน โกนผมไฟ โกนจุก บรรพชา จนเมื่อมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หากเป็นชายก็จะต้องอุปสมบท หรือบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย นำมาเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติต่อไปในการออกมาครองเรือนในภายภาคหน้า

 

กิจเบื้องต้นสำหรับการบรรพชาอุปสมบท

          เมื่อผู้ที่มีความประสงค์จะบวชมีอายุครบตามกำหนดแล้ว จะต้องตระเตรียมหาวันบวชและหาอุปัชฌาย์เพื่อบวชให้ตน ซึ่งในสังคมไทยส่วนใหญ่หน้าที่นี้จะเป็นของพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของผู้ที่จะบวช โดยทั่วไปแล้วเชื่อว่าท่านได้เตรียมการไว้ล่วงหน้านานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าทายาทคนใหม่คลอดออกมาเป็นชาย มีอวัยวะครบบริบูรณ์สามารถบวชเรียนได้

          การบวชในเมืองไทยมักนิยมบวชกันตามประเพณีในช่วงก่อนวันเข้าพรรษา คือในราวเดือน ๕ ถึงเดือน ๗ ของไทย เทียบกับเดือนของทางราชการก็อยู่ในราว เมษายน ถึงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ส่วนใหญ่จะบวชกันราว ๓ เดือน และสึกหรือลาสิกขาเมื่อพ้นจากวันออกพรรษา ในราวเดือน ๑๑ หรือเดือนตุลาคม แต่ถ้าใครจะบวชต่อเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป และเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็ไม่มีเหตุขัดข้องประการใด

 

การกำหนดฤกษ์ยาม

          ก่อนจะทำการบวชจะต้องหาฤกษ์ยามอันเป็นมงคลหรือหากำหนดการที่แน่นอนลงไปโดยพ่อแม่ต้องนำบุตรชายผู้ที่จะบวช ไปพบกับอุปัชฌาย์หรือท่านเจ้าอาวาส เพื่อให้ท่านตรวจวันเดือนปี เมื่อเห็นว่ามีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงดูฤกษ์ยามกำหนดวันบวชให้

          ในการไปหาอุปัชฌาย์นั้น ต้องนำดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะติดมือไปด้วย ตามธรรมเนียมของชาวพุทธย่อมจะไม่ไปวัดมือเปล่า ครั้นเมื่อได้กำหนดฤกษ์ยามอันเป็นมงคลแล้ว ผู้ที่ต้องการจะบวชก็กลับมาร่ำลาญาติมิตร แล้วจึงไปอยู่วัดเพื่อเตรียมฝึกหัดท่องคำขานนาคและฝึกซ้อมเกี่ยวกับพิธีบวช ในช่วงที่มาอยู่วัดนี้ ชาวบ้านจะเรียกผู้ที่เตรียมจะบวชว่า นาค หรือ พ่อนาค

 

การขอขมาลาญาติมิตรเพื่อเข้าอุปสมบท

          หน้าที่สำคัญอันหนึ่งของผ้ที่ต้องการจะบวช คือ การซักซ้อมขั้นตอนในพิธีกับพระพี่เลี้ยงและต้องท่องคำขอบวช ซึ่งเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า คำขานนาค ให้ได้ขึ้นใจ เมื่อใกล้ถึงวันจะบวช จะต้องนำดอกไม้ธูปเทียน ไปลาญาติพี่น้องและผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ เป็นการแสดงความเคารพ และขอขมาขออโหสิกรรม ในสิ่งที่ตนเคยล่วงเกิน ไม่ว่าจะเป็นทาง กาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

          และในวันสุกดิบ หรือก่อนที่จะทำการนำนาคไปทำพิธีอุปสมบทที่วัด ได้จัดให้มีพิธีขอขมาและลาญาติมิตรด้วย ทั้งนี้เพราะเป็นการสะดวกเนื่องจากทุกคนมาชุมนุมกันเพื่อช่วยงานและร่วมแสดงความยินดี ผู้ใดที่พ่อนาคยังไม่ได้ขอขมาลาโทษก็สามารถกระทำได้ในวันนี้

          บางครั้งเจ้าภาพก็จะให้พ่อนาค แนบบัตรขอขมาร่วมไปกับบัตรเชิญมาร่วมงาน

 

การปฏิบัติสำหรับผู้ได้รับการขอขมา

          ในการขอขมา ผู้ใหญ่จะนำเจ้านาค ถือดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปกราบลาญาติพี่น้องและผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ พร้อมกล่าวคำขอขมาว่า

          กรรมหนึ่งกรรมใด ที่ข้าพเจ้าเคยผิดพลาดล่วงเกิน ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอท่านโปรดอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าด้วย

          ผู้รับขอขมาต้องกล่าวคำว่า อโหสิ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อให้เจ้านาคมีความสบายใจ หรือหากได้รับบัตรขอขมา ก็กำหนดในใจว่า ขอให้อภัยและอโหสิ ด้วยจิตใจที่แจ่มใสเช่นเดียวกัน

 

สรุปหน้าที่สำคัญ สำหรับเจ้าภาพในการจัดงานอุปสมบท

๑.     พาผู้ที่จะอุปสมบท ไปพบพระอุปัชฌาย์ เพื่อฝากตัวและขอฤกษ์หรืกำหนดวันนัดหมายที่จะให้ทำการบวช

๒.    บอกข่าวงาน จัดเตรียมงานและสถานที่ จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในพิธีต่างๆ

๓.    ติดต่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประกอบพิธีสงฆ์ เช่น นำสวดมนต์  ขอศีล  และนำนาคเข้าโบสถ์

๔.    จัดเตรียมเครื่องบวช ได้แก่ เครื่องอัฐบริขาร

๕.    จัดเตรียมอาหาร สำหรับเลี้ยงพระและแขกที่มาร่วมงาน

 

สรุปหน้าที่สำคัญ สำหรับผู้ที่จะอุปสมบท

๑.     ให้ท่องคำบวช หรือ คำขานนาค อันได้แก่  คำขอบรรพชาอุปสมบท  คำสมาทานสิกขาบท คำขอนิสัย คำตอบคำถามของพระกรรมวาจา  ฯลฯ ให้จำได้ขึ้นใจ

๒.    เมื่อใกล้ถึงวันบวช จะต้องไปอยู่วัด เพื่อฝึกซ้อมขั้นตอนพิธีการบรรพชาอุปสมบท จากพระพี่เลี้ยง และดูจากเจ้านาคคนอื่นๆ ที่อุปสมบทก่อนเรา

๓.    ไปขอ ฉายา (ชื่อใหม่ของตน เมื่อบวชเป็นพระแล้ว) จากอุปัชฌาย์หรือเจ้าอาวาส เพื่อใช้ตอบคำถามของพระกรรมวาจาต่อหน้าที่ประชุมสงฆ์ในเวเลาทำพิธีบวช

๔.    ท่องบทสวดมนต์พระปริตรต่างๆ พร้อมบทให้ศีลให้พร บมอนุโมทนา ฯลฯ หลังจากที่บวชเป็นสามเณรหรือภิกษุแล้ว

 

เครื่องอัฐบริขาร

          เครื่องอัฐบริขารเป็นสิ่งจำเป็นที่สำคัญซึ่งพระภิกษุจะต้องมีไว้ใช้ หรือเป็นเครื่องอาศัยในการดำรงเพศบรรพชิต มีทั้งหมด ๘ อย่าง ได้แก่ บาตร จีวร สบง สังฆาฏิ ผ้าประคดเอว หม้อกรองน้ำ กล่องเข็มพร้อมด้าย มีดโกน และหินลับมีด

          ในวันบวชพระอุปัชฌาย์ต้องตรวจดูว่ามีเครื่องอัฐบริขารครบถ้วนตามพระวินัยหรือไม่

 

งานในวันสุกดิบ

          วันสุกดิบ คือวันเตรียมตัวก่อนวันทำพิธีบวช ๑ วัน ก่อนหน้านี้เจ้าภาพจะต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับการบวชและเลี้ยงรับรองแขกไว้ให้เรียบร้อย

 

การมารับนาคที่วัด

          ในตอนสายของวันสุกดิบ เจ้านาคซึ่งมาหัดท่องคำขานนาคและซักซ้อมพิธีบวชอยู่ที่วัด จะกลับบ้านไปให้พ่อแม่ทำพิธีขริบผมเอาฤกษ์เอาชัย แล้วจึงกลับมาวัดมาให้พระพี่เลี้ยงโกนผมให้ หรือบางทีพ่อแม่ก็มาขริบผมที่วัดเลย แล้วแต่ความสะดวกไม่เคร่งครัดอะไร

          ในการขริบผมนั้น จะทำพอเป็นพิธี เจ้านาคจะนำใบตองมาปู นำมาล้างเท้าบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่พร้อมกราบขอพรอโหสิกรรม ผู้เป็นบิดามารดาจะใช้กรรไกรขริบผมนาคพร้อมอวยชัยให้พร เมื่อทำพิธีขริบผมเสร็จแล้ว พระพี่เลี้ยงก็จะทำการโกนผมและแต่งชุดนาค คือนุ่งขาวห่มขาวให้ ต่อจากนั้น เจ้านาคต้องไปทำพิธีลาพระประธานในโบสถ์และลาพระสงฆ์ (พระผู้ใหญ่) ในวัด พร้อมทั้งไปไหว้บอกกล่าวแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งตามธรรมเนียมนั้นคนไทยนิยมนำกระดูกของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วมาใส่โกศ ใส่เจดีย์ไว้ที่วัด

          ในการมารับเจ้านาค เพื่อนำไปทำพิธีทำขวัญที่บ้านนั้น ส่วนใหญ่จะมีขบวนเถิดเทิงกลองยาวหรือแตรวงมาด้วย เพื่อเป็นการสนุกสนานครื้นเครง ขบวนผู้มารับนาคจะร่ายรำกันไปตลอดทางที่นำเจ้านาคกลับไปทำขวัญ และหากในท้องถิ่นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ ก็มักจะพาเจ้านาคไปกราบขอขมาลาโทษและกราบลาอุปสมบทด้วย

 

การทำขวัญนาค

          บางท้องที่อาจมีทั้งเทศน์สอนนาคและทำขวัญนาคควบคู่กันไป หรืออาจมีเทศน์สอนนาคอย่างเดียวไม่ต้องมีการทำขวัญ ข้อนี้แล้วแต่ความนิยมหรือสะดวกเหมาะสม

          การทำขวัญนาค คือ การสอนให้เจ้านาครำลึกถึงคุณบิดามารดา คุณประโยชน์ในการบวชเรียน  ฯลฯ

          หากทำพิธีโดยรวบรัด ในวันสุกดิบก็เพียงให้เจ้านาคโกนผม โกนคิ้วนุ่งห่มชุดขาวอยู่ที่วัด รุ่งขึ้นจึงพาเข้าโบสถ์ทำพิธีอุปสมบท

 

ในวันอุปสมบท

          ครั้นรุ่งเช้า เจ้าภาพจึงจัดแจงตั้งขบวนแห่นำนาคไปวัด มีการถวายภัตตาหารเช้าหรือภัตตาหารเพลแก่พระที่วัด ต่อจากนั้นจึงแห่นาครอบโลสถ์ ๓ รอบ โดยมีคนกางร่มหรือกลดบังแดดให้

          ในขบวนแห่นี้ ให้เจ้านาคถือดอกไม้ธูปเทียนพนมไว้ในมือ มารดาอุ้มไตร บิดาสะพายบาตร สำหรับหมอนนั้นนิยมให้คนรักหรือแฟนเจ้านาคเป็นคนอุ้ม ชาวบ้านมักจะคอยดูว่าสาวคนไหนจะเป็นคนอุ้มหมอนให้เจ้านาค ส่วนข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ นั้นผู้มาร่วมงานก็แบ่งกันถือ คนเฒ่าคนแก่ที่มาร่วมอนุโมทนามักจะเข้ามาสับเปลี่ยนกันถือไตรและบาตร เชื่อกันว่าได้บุญมาก

 

การวันทาเสมา และโปรยทาน

          เมื่อเวียนรอบโบสถ์ครบ ๓ รอบแล้ว ก่อนเข้าโบสถ์เจ้านาคต้องจุดธูปวันทาเสมาแล้วจึงโปรยทาน ต่อจากนั้นจึงพาตัวเจ้านาคเข้าโบสถ์

 

การนำนาคเข้าโบสถ์

          เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตามความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง คือเมื่อวันทาเสมาแล้ว ต้องรีบนำเจ้านาคเข้าโบสถ์ ไม่ควรชักช้าโอ้เอ้ เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือเภทภัยที่อาจทำให้ไม่สามารถบวชได้ เช่น  มีมารคอยผจญมาคอยขัดขวาง  บรรดาญาติพี่น้องจะต้องช่วยกันอุ้มนาคเข้าโบสถ์โดยไม่ให้เท้าของเจ้านาคเหยียบธรณีประตูโบสถ์ หลังจากนำนาคเข้าโบสถ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างก็มีความสบายอกสบายใจเพราะเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี




ความเห็น

  • ศักดา wrote on 21 กรกฎาคม, 2012, 7:22

    เป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกชายอุปสมบทมากค่ะ ดิฉันมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจน้อย
    เกิดอาการกังวลหลายอย่างจนนอนไม่หลับ ตื่นเต้นด้วย ปลาบปลื้มปิติด้วย ลูกชายบวช ทั้งสองคน อยากบอกเพื่อน ๆแต่เกรงว่าต้อนรับเขาได้ดีไม่เท่าที่ควรจึงไม่ได้เท่่ไรนักบอก ร้อยกว่าคน ขอบคุณมาก ๆ

  • ชนัดดา wrote on 21 กรกฎาคม, 2012, 7:27

    ขอแก้ไขชื่อ จากศักดา เป็น ชนัดดา (แม่)เขียนชื่อผิดและ E- mail sornor.cha@gmail.com





1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 35977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics