กวางทอง

แบ่งปัน

 

กวางทอง

อย่าทำลายผู้เป็นมิตร

ณ กรุงพาราณสี สมัยอดีต มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งมีทรัพย์ถึง 80 โกฎิ มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อ มหาธนกะ  เมื่อบุตรเจริญอยู่ในวัยศึกษาก็มิได้ส่งบุตรเข้าเรียน โดยคิดว่า  มีลูกคนเดียวจะให้ศึกษาเล่าเรียนไปทำไม เงินทองที่มีไว้ก็เหลือใช้แล้ว จึงมอบทรัพย์ทั้งหมดให้ลูกบริหาร หาภรรยาผู้เหมาะสมให้คนหนึ่ง เวลาล่วงไปไม่นาน มารดา บิดาก็ล่วงลับไป

          พอสิ้นมารดา บิดาแล้ว ก็หมดหลักยึดเหนี่ยวในการบริหารทรัพย์ จึงใช้จ่ายไปตามความพอใจของตนเอง โบราณท่านสอนว่า  ยามมีเงินเขาก็นับว่าน้อง ยามมีทองเขาก็นับว่าพี่ เมื่อยากจนเงินทองญาติพี่น้องก็ไม่มี มหาธนกะจึงถูกแวดล้อมด้วยญาติพี่น้องและมิตรสหาย ซึ่งล้วนแต่หวังอาศัยกินด้วยทั้งนั้น อีกทั้งพวกนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ต่างก็มารุมล้อมผูกมิตรไมตรีกันมากมาย มหาธนกะก็หลงมัวเมาไปกับการสรรเสริญเยินยอของเพื่อนกิน จึงใช้เงินทองอย่างไม่อั้น

          เวลาล่วงไปไม่นานนัก เงินทองก็ร่อยหรอลง  จนกระทั่งหมดไปในที่สุด บุตรเศรษฐีก็ยังมิสำนึกตัว เก็บของมีค่าขายกินไปทีละชิ้นสองชิ้น ขายจนกระทั่งที่ดินและทรัพย์อื่นๆ   และก็หมดไปในที่สุดเช่นเดียวกัน เมื่อไม่มีสมบัติขายกินแล้ว ก็เที่ยวกูหนี้ยืมสินเพื่อนบ้านใกล้เคียง มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่มีเงินส่งดอกและต้น เจ้าหนี้ก็พากันรุมทวง เช้าเย็น เพื่อนฝูงก็ต่างพากันหนีหน้าไปหมด หันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ จึงคิดว่า ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีทางใช้หนี้สินเขาได้ ตายเสียแล้วคงหมดเรื่องเสียทีครั้นคิดดังนี้แล้วจึงแกล้งออกอุบายลวงเจ้าทรัพย์ว่า ท่านที่เป็นเจ้าทรัพย์ขอให้มาประชุมกัน ณที่นี้ ข้าพเจ้าจะพาท่านไปขุดทรัพย์ที่บิดาฝังไว้ เพื่อใช้หนี้ให้ทั่วทุกราย จงมาช่วยกันขุดเอาตามความพอใจเถิด

          เมื่อเจ้าทรัพย์มาประชุมพร้อมแล้ว จึงพาไปยังริมฝั่งแม่น้ำ ชี้สถานที่ให้ขุด ตัวเองหลบไปด้วยตั้งใจจะกระโดดน้ำตายเสีย ณ สถานที่แห่งหนึ่

          เมื่อไปถึงริมฝั่งแม่น้ำที่ปลอดคน กระโดดลงไปด้วยหวังจะฆ่าตัวตาย แต่พอจะจมน้ำเข้าจริงๆ ก็ยังไม่อยากตาย จึงว่ายกระเสือกกระสนร้องขอให้คนช่วยไปตามสายน้ำ จนกระทั่งถึงกระแสน้ำวนแห่งหนึ่งในเวลาพลบค่ำ

          ณ ดงมะม่วงใกล้วังน้ำวนนั้น  มีกวางป่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ กวางนี้เป็นกวางพระโพธิสัตว์ มีขนกายสีเหลืองเรียบ เสมือนบุไว้ด้วยทองคำ เท้าเสมือนสีครั่ง หางเสมือนจามรี้ เขาเสมือนช่อเงินยวง เป็นกวางงามมาก จึงได้นามว่า พญากวางทอง เมื่อนายมหาธนกะลอยมาติดที่วังน้ำวน เป็นเวลาที่พญากวางทองมากินน้ำพอดี เมื่อได้ยินเสียงร้องของมนุษย์ ก็เกิดความสงสาร จึงว่ายตัดกระแสน้ำไป และให้นายมหาธนกะเกาะที่หลัง แล้วว่ายเข้าฝั่งด้วยความปลอดภัยทุกประการ

          เวลาล่วงไป 2-3 วัน  กวางจึงกล่าวกับนายมหาธนกะว่า ท่านมหาบุรุษผู้เจริญ ข้าพเจ้าจะพาท่านไปส่งให้พ้นป่า ถึงทางไปกรุงพาราณสี ข้าพเจ้ามิได้หวังอะไรตอบแทนจากท่าน ขออย่างเดียวว่าท่านอย่าบอกที่อยู่ของข้าพเจ้าให้พวกมนุษย์ทราบโดยเด็ดขาด ท่านจะให้คำปฎิญาณแก่ข้าพเจ้าได้หรือไม่?”

          บุรุษนั้นตอบว่า ได้ซิท่านพญากวางทอง ข้าพเจ้าขอปฎิญาณว่าจะปกปิดไว้เป็นความลับ ท่านจงเบาใจเถิด

ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าจะพาท่านไปส่งเดี๋ยวนี้กล่าวแล้วก็ให้นายมหาธนกะขี่หลัง แล้วเดินลัดป่าไปยังหนทางไปกรุงพาราณสี แล้วกลับมาอยู่ในป่านั้นตามเดิม นายมหาธนกะจึงมุ่งตรงไปยังกรุงพาราณสี เผชิญชีวิตเสี่ยงโชคต่อไป

          ครั้งนั้น เป็นการบังเอิญที่มเหสีพระเจ้ากรุงพาราณสีสุบินไปว่า ได้เห็นกวางทองตัวหนึ่ง รูปร่างสวยงดงามมาก  กวางทองได้กล่าวธรรมสอนพระนาง ตื่นบรรทมขึ้นมาแล้ว เกิดความอิ่มเอิบพระทัยใคร่จะเห็นกวางทองตัวจริง ดำริว่า ถ้ากวางไม่มีจริง เราก็คงไม่ฝันเห็น แต่นี่คงมีกวางทองตัวจริงแน่ เราจึงฝันเห็น  คิดดังนั้นแล้วจึงกราบทูลพระสวามี ขอให้หากวางทองดังที่เห็นในสุบินให้จงได้ ถ้าไม่ได้ก็จะยอมสิ้นพระชนม์เสีย

          พระราชาทรงปลอบพระนางว่า พระนางอย่าหวาดวิตกไปเลย ของสิ่งใดที่มีในมนุษย์โลกแล้ว พี่จะหามาให้ครบทุกประการ ตรัสดังนั้นแล้วจึงรับสั่งให้พวกพราหมณ์เข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า  กวางทองเช่นที่พระนางฝันนั้นมีในโลกหรือ ?”  เมื่อได้รับคำยืนยันว่ามีจริง จึงรับสั่งให้บรรจุถุงเงิน 100 กษาปณ์ลงในผอบทอง ตั้งไว้บนคอช้าง แล้วให้ป่าวประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ถ้าใครรู้ที่อยู่ของกวางทอง ขอให้ไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน จะพระราชทานทรัพย์ในผอบทั้งหมดให้ พร้อมด้วยช้าง 1 เชือก บ้านส่วยสาอากรอีกจำนวนมาก

          อำมาตย์จึงถือแผ่นทองเที่ยวประกาศไปทั่วเมือง ชาวพาราณสีต่างก็กระตือรือร้นอยากจะได้รางวัล จึงเล่าลือกันไปทั่วทุกหนทุกแห่ง นายมหาธนกะเดินทางมาถึงเมืองพอดี เมื่อได้ทราบข่าวนั้นก็ดีใจ อยากได้ของรางวัล ลืมคำปฎิญาณที่ให้ไว้แก่กวางทอง  จึงเข้าไปหาอำมาตย์ผู้หนึ่ง ให้พาตนเข้าไปเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลแหล่งที่อยู่ของกวางทองนั้น  อำมาตย์ได้สอบสวนทวนคำดูแล้ว เห็นว่าบุรุษนี้รู้จริง จึงพาขึ้นช้างไปสู่ราชสำนัก นำเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน  แล้วกราบทูลว่า ขอเดชะมหาราช ชายผู้นี้อ้างว่ารู้แหล่งอาศัยของกวางทอง  ใคร่จะขอกราบทูล ขอได้ประทานแก่เขาเถิด

          พระราชาทรงดีพระทัย จึงตรัสถามว่า พ่อหนุ่ม  เจ้ารู้จักที่อยู่ของกวางทองจริงหรือ

          ขอเดชะ ข้าพเจ้ารู้ดีพะยะค่ะ ได้ยินว่า เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลแล้ว พระองค์จะพระราชทานทรัพย์ บ้านส่วยและหญิง จริงหรือ พะย่ะคะ

จริงสิพ่อหนุ่ม พระราชาทรงยืนยัน จงบอกมาเถิดว่าอยู่ที่ไหน ? เราจะให้รางวัลแก่เจ้าทันที

เมื่อนายมหาธนกะบอกสถานที่ให้แล้ว ทรงให้นายมหาธนกะเป็นมัคคุเทศน์ พระองค์พร้อมด้วยข้าราชบริพารขบวนใหญ่ มุ่งตรงไปยังป่าที่เป็นที่อาศัยของพระโพธิสัตว์ เมื่อถึงจึงรับสั่งให้ทหารทุกคนมีชีวิตประจำตัว โอบล้อมป่านั้นไว้โดยรอบ มิให้กวางหนีไปได้ เมื่อล้อมไว้เรียบร้อยแล้วให้เปล่งเสียงโห่ร้องเพื่อให้กวางตกใจจะได้วิ่งออกจากป่าละเมาะไม้ไป ณ ด้านใดด้านหนึ่ง ให้พยายามจับเป็นให้จงได้

          กวางโพธิสัตว์ได้ยินเสียงโห่ร้องก็รู้ได้ทันทีว่า เป็นเสียงกองทหารหลวงมาล้อมจับ และเดาถูกได้ว่า อันตรายครั้งนี้ต้องมาจากบุรุษที่เราช่วยไว้อย่างแน่นอน จึงได้ใคร่ครวญดูว่า หนทางใดจะปลอดภัยที่สุด มองไปด้านหนึ่งซึ่งมีพระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่ จึงคิดว่า ด้านพระเจ้าแผ่นดินนี้เป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด จึงเดินออกจากพุ่มไม้ มุ่งตรงไปยังพระราชาด้วยอาการปกติ พระราชาทรงคิดว่า เนื้อนี้ตรงมายังเรา อาจวิ่งชนเราด้วยกำลังแรงแล้วหนีไปก็ได้ จึงรับสั่งทหารใกล้พระองค์โก่งธนูไว้ หากพลาดพลั้งอย่างไร ให้ยิงพอบอบช้ำแล้วค่อยจับเอาภายหลัง

          กวางทองจึงเดินเข้าไปใกล้พระราชา หมอบลงตรงพระพักตร์แล้วกล่าวด้วยวาจาอ่อนหวานว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า โปรดอย่าได้ยิงข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าใคร่จะขอทราบว่า พระองค์มีพระประสงค์ประการใด และใครเป็นผู้แจ้งแหล่งอาสัยอันลี้ลับนี้ให้พระองค์ทราบพระเจ้าข้า 

          พระราชาทรงพอพระทัยในรุปลักษณะ และมธุรพจน์ของกวางทอง จึงสั่งให้ลดธนูลงหมดทุกคน ฝ่ายบุรุษผู้เป็นมัคคุเทศก์เห็นพระโพธิสัตว์เดินรี่เข้ามาก็ถอยออกไป ทำหันรีหันขวางอยู่  พระราชาจึงตรัสตอบว่า สหายเอ๋ย บุรุษผู้วางท่ากะเร่อกะร่ายืนอยู่ห่างๆนั้นแหละบอกแก่ฉัน ท่านต้องการทราบทำไมรึ

          พระโพธิสัตว์จึงตรัสว่า ข้าแต่มหาราช โบราณท่านกล่าวว่า ไม้ลอยน้ำมา เก็บเอาไว้ยังมีประโยชน์ ใช้เป็นเชื้อไฟหุงต้มได้ แต่มนุษย์ผู้ใจบาปหยาบช้าเห็นแก่ตัว ถึงเก็บเอาไว้ก็มิได้ประโยชน์ มีแต่โทษโดยส่วนเดียว คำโบราณนี้ช่างเป็นอมตะจริงๆ

          พระราชาทรงสะดุ้งพระทัย ย้อมถามไปว่า ท่านพญามฤค  ท่านกล่าวคำนี้มุ่งติเตียนพวกเนื้อ นก หรือมนุษย์พวกเรากันแน่ เราฟังท่านพูดแล้วอดสะดุ้งใจมิได้เลย

          ข้าแต่มหาราช ภัยที่ข้าพเจ้ารับอยู่นี้ เกิดจากบุคคลผู้หนึ่งซึ่งข้าพเจ้าช่วยชีวิตไว้ เขาลอยน้ำมาในสายน้ำเชี่ยวเกือบจะจมที่วังน้ำวน  ข้าพเจ้าสงสารเสี่ยงชีวิตช่วยชีวิตขึ้นมาได้ ได้ปฎิญาณว่าจะไม่บอกแหล่งที่อยู่แก่ใคร แล้วข้าพเจ้าก็ต้องตายเพราะคนที่ข้าพเจ้าช่วย การสมาคมกับคนใจหยาบช้าให้ทุกข์ดังนี้เองพระเจ้าข้า

          พระราชาได้ฟังดังนั้น ทั้งสงสารทั้งเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์ ทรงกริ้วบุรุษใจบาปนั้น จึงรับสั่งให้ราชบุรุษนำไปประหารเสีย แต่พระโพธิสัตว์ทรงขอชีวิตไว้ และให้ประทานรางวัลตามที่ทรงประทานไว้ ปล่อยให้บุรุษนั้นไป และเพื่อหยั่งพระทัยพระราชา จึงกล่าวว่า

          ข้าแต่มหาราช สำเนียงสุนัข นก หรือสัตว์อื่น เป็นสำเนียงส่อภาษาซื่อ ตรงกับใจ รู้ได้ง่าย แต่สำหรับมนุษย์ไว้ใจมิได้เลย ใจคิดอย่างหนึ่ง แต่ปากพูดไปอีกอย่างหนึ่ง ดูแต่บุรุษนั้นเถิด ปฎิญาณไว้แต่ก่อนอย่างหนึ่ง แต่กลับปฎิบัติอีกอย่างหนึ่ง ไม่คงเส้นคงว่าเลย

          พระราชาสดับคำนั้นแล้ว จึงตรัสว่า  ท่านพญามฤค ท่านไม่ควรวัดมนุษย์ทั้งหมดด้วยการกระทำของมนุษย์เพียงคนเดียว ฉันน่ะแม้จะทิ้งราชสมบัติ ก็ไม่ยอมทิ้งวาจาที่ได้กล่าวไปแล้ว ท่านจงขอพรเถิดเราจะมอบให้ พระโพธิสัตว์ขอรับ พรการให้อภัยทานแก่สรรพสัตว์ ทรงโปรดประทานพรแล้ว พาพะโพธิสัตว์ไปยังพระราชสำนัก ให้แสดงธรรมแก่พระมเหสี ยังความเลื่อมใสอิ่มเอิมบพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

          ครั้นเสร็จภารกิจแล้ว ก็กลับไปยังป่าเดิม พากวางอื่นเที่ยวหากินอยู่บริเวณนั้นจึงถึงกาลอวสานแห่งชีวิต

นิทานชาดกเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า บุคคลแม้จะมิใช่ญาติสายโลหิต แต่ถ้ามีความเอื้อเฟื้อขนาดเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือได้ ควรได้รับการยกย่องบูชาเสมอ มารดาบิดา การทรยศต่อบุคคลเช่นนี้ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประทุษร้ายต่อบุคคลผู้เป็นมิตร ย่อมได้รับการติเตียนว่าเป็นคนเลว เช่นเดียวกับนายมหาธนกะ เป็นคนพาล สันดานหยาบ ได้รับการช่วยชีวิตจากความตายแล้ว ยังเห็นแก่อามิสรับสินบนนำไปจับพระโพธิสัตว์  จึงถูกพระราชาสั่งประหาร และอาศัยความเมตตาจากพระโพธิสัตว์จึงรอดพ้นไปได้  จึงควรได้ถือเป็นตัวอย่าง อย่าถือการประพฤติของนายมหาธนกะเป็นแบบอย่างต่อไป

รุรุชาดก

อรรค. เตรส.ขุ.ชา 33/240




ความเห็น

  • ภากร จิ๋วหนองโพธิ์ wrote on 13 มกราคม, 2015, 13:58

    ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหนครับ ราคา ประมาณ เท่าไหร่ 
    อยากได้ 2 ตัว ครับ

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics