พระราชินีกับโครงการป่ารักน้ำ

แบ่งปัน

 

          เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทำอย่างไรจะให้ชาวบ้านไม่เห็นว่าป่าเป็นศัตรูกับเขา ชาวบ้านโดยมากมักจะได้รับลูกยุ แล้วบุกเข้าไปตัดป่า ตำรวจจะไปจับชาวบ้านซึ่งยากจนนี่ก็ลำบาก จะทำให้ศัตรูของประเทศได้โอกาส จะทำอย่างไรดี ในที่สุดท่านก็คิดออก ท่านบอกว่า ถ้าชาวบ้านปลูกป่าเสียเอง ดูแลป่าเสียเอง เขาได้กินได้อยู่มีความสุขความเจริญในป่า เขาก็จะดูแลป่า ถึงได้เกิดโครงการป่ารักน้ำขึ้น

 

พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

พระราชทาน ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

 

โครงการป่ารักน้ำแห่งแรก

 

          การตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรตามต่างจังหวัดทุกภูมิภาคของประเทศเป็นเวลายาวนาน ทำให้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณว่าป่าไม้มากมายได้ถูกทำลายไปโดยฝีมือมนุษย์ สาเหตุของการตัดไม้ทำลายป่า เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง เพราะความเห็นแก่ตัวบ้าง และความยากจนทำให้ต้องรับจ้างตัดไม้เลื่อยไม้ เผาถ่าน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว เป็นการดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด เมื่อป่าหมดสภาพไป นอกจากทำให้เกิดภาวะฝนแล้ง ปลูกพืชพรรณธัญญาหารไม่ได้ผล สัตว์ป่าเมืองไทยที่เคยมีชุกชุมตามป่าเขาลำนำไพร ก็พลอยลดจำยวนลง บางชนิดสูญพันธุ์ไปก็มี

          สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใยในปัญหาดังกล่าว ดังนั้นในขณะที่ทรงสร้างงานด้านศิลปาชีพเพื่อให้ราษฎรมีรายได้เสริม มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ทรงสร้างงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดจนปลูกฝังคุณธรรม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นพร้อมกันไปด้วยดังจะเห็นว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแหล่งน้ำ เรื่องดิน เพื่อพัฒนาที่ทำกินให้แก่ราษฎร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็สนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดตั้ง โครงการป่ารักน้ำแห่งแรกขึ้นที่บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้พระราชทานเงินของมูลนิธิส่งเสริมสิลปาชีพและเงินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จำนวนหนึ่ง ตั้งเป็นกองทุนอาชีพสำหรับโครงการป่ารักน้ำ ทรงมอบหมายให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ และพันเอกเรวัต  บุญทับ (ปัจจุบันคือ พลเอกณพล  บุญทับ) ผู้บังคับการกรมทหาราบที่ ๒๓ เตรียมพื้นที่ ๑ ไร่ เพื่อทรงปลูกป่าเป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพราหมณ์มาทำพิธีบวงสรวงประกาศอัญเชิญเทพยดา อารักษ์ เจ้าป่า มาสถิตอยู่ ณ ป่าที่ทรงปลูก เพื่อรวมน้ำใจชาวบ้านและสร้างความศักดิ์สิทธิ์แก่โครงการ ทรงปลูกอย่างถูกวิธีเป็นตัวอย่าง แล้วทรงชวนราษฎรร่วมกันปลูกป่า

 

          พันเอกเรวัต  บุญทับ ได้เล่าถึงโครงการป่ารักน้ำในการอภิปรายเรื่อง จากจิตรลดาสู่ประชาไทย เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖ ตอนหนึ่งความว่า

 

          พอประชาชนได้ทราบถึงความห่วงใยของพระองค์ท่าน ก็ได้โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นการใหญ่ ในพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะในอำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเดียว ราษฎร ๑๘๔ หมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๒ไร่ ระดมกันปลูกป่า แต่เดิมเขาตัดไม้อย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ท่านทรงแก้ไข โดยที่ราษฎรช่วยกันปลูกป่าถวายบางรายไม่ต้องการอะไรตอบแทนด้วย แต่ในพื้นที่บางส่วน ท่านต้องไปทรงจัดตั้งหมู่บ้านให้ รับสั่งว่าประชาชนที่เขายากจนเป็นคนที่คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ไปทรงพบเห็นด้วยพระองค์เองนั้น บางคนมีลูก ๘ คน ไปเก็บยางบนต้นไม้กิโลกรัมละ ๓ บาท ได้วันละ ๓ กิโลกรัม คิดแล้วได้เงินเพียง ๙ บาท เลี้ยงลูกๆ ๘-๙ คนจะเลี้ยงยังไงไหว เขาคิดไม่ออกว่าจะทำอาชีพอะไร จึงไปรับจ้างตัดไม้ เลื่อยไม้ บางทีก็เผาถ่าน ท่านก็รับสั่งถามว่า เอาไม้อะไรมาเผาถ่านกันจ๊ะ ชาวบ้านก็บอกว่า ไม้ประดู่ไม้แดง เมื่อประทับบนรถยนต์พระที่นั่ง ท่านก็รับสั่งว่า ฉันจะเป็นลม นี่คือประชาชนไม่รู้ ความไม่รู้จึงทำให้เขาเหล่านั้นทำได้ทุกอย่าง เพื่อทำให้เขามีชีวิตอยู่รอดไปวันหนึ่งๆ ท่านจึงทรงแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆเหล่านั้นให้ จนกระทั่งชาวบ้านเหล่านั้นมีชีวิตใหม่ โดยเฉพาะในหมู่บ้านป่ารักน้ำในขณะนี้ พระราชทานเงินเดือนๆ ละ  ๑,๕๐๐ บาท มีบ้านให้ ๑ หลัง มีธนาคารข้าวไว้ให้ มีถังเก็บน้ำฝน มีโคคนละ ๒ ตัว มีเกวียน มีทุกอย่างให้ คนที่ใกล้จะจมน้ำตายเหมือนกับถูกฉุดขึ้นมาน่ะครับ

 

          ในปีต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเล่าถึงการดำเนินงาน โครงการป่ารักน้ำ พระราชทานคณะบุคคลผู้มาเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ความตอนหนึ่งว่า

 

          …ไปเช่าและซื้อที่ดินจากชาวบ้านตั้งแต่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ติดต่อเชื่อมโยงกับหมู่บ้านใหญ่ และให้ราษฎรที่หมู่บ้านใหญ่เป็นผู้ตัดสินเองว่า คนยากจนในหมู่บ้านของเขาคนใดบ้างที่สมควรได้รับการสนับสนุนให้มาอยู่ในหมู่บ้านป่ารักน้ำ โดยที่สมาชิกฝ่ายชายหัวหน้าครอบครัวมีอาชีพปลูกป่า เพราะกล้าไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นต้นไม้โตเร็วทั้งนั้น จุดมุ่งหมายแรกคือ มุ่งให้รากของต้นไม้นั้นรักษาความชุ่มชื้นในแผ่นดิน จุดที่สองคือ ต้องการให้ชาวบ้านมีไม้สำหรับเป็นเชื้อเพลิงในการหุงหาอาหาร นับว่าเป็นการช่วยตัวเอง โดยไม่ต้องซื้อหามาจากข้างนอก จุดที่สาม ในเมื่อต้นไม้อายุได้ ๓ ขวบขึ้นไป สามารถใช้ไม้นั้นซ่อมแซมหรือปลูกเพิ่มเติมที่อยู่อาศัยได้ นอกจากปลูกป่าและเพาะกล้าต้นไม้แล้วก็ยังสนับสนุนให้ผู้ชายเลี้ยงสัตว์ มีบ่อปลา บ่อกุ้ง เป็นช่างไม้ ช่างปั้น ในขณะที่ภรรยาเป็นสมาชิกทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า ทอผ้าห่ม ทอฝ้ายปนไหมพรม ทำนวมสำหรับขายและสำหรับใช้ในหน้าหนาว

 

          หลังจากนั้นก็ได้เกิดโครงการป่ารักน้ำ ในพื้นที่ต่างๆตามมาอีกหลายแห่งเช่น โครงการป่ารักน้ำบ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร  โครงการป่ารักน้ำบ้านป่ารักน้ำ จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำบ้านจาเลาะสโตร์ จังหวักนราธิวาส เป็นต้น




ความเห็น

  • กบร.ศสพ. wrote on 22 ตุลาคม, 2010, 8:15

    ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ

  • จิดารัตน์ สนโศก wrote on 26 กรกฎาคม, 2012, 17:19

    ขอให้ท่านทรงพระเจริญ   ขอให้พลาอนามัยแข็งแรง

  • จิดารัตน์ พ่วงแสนสุข wrote on 26 กรกฎาคม, 2012, 17:23

    ขอให้ท่านทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics