มอนเตฯ ยันให้สัญชาติ “ทักษิณ” ในฐานะนักลงทุน

แบ่งปัน

 

 

วันนี้(13ต.ค.2553) กษิตรายงานผลเยือนมอนเตเนโกรต่อที่ประชุม ครม.รับให้สัญชาติ ทักษิณจริง เพราะไปลงทุน 5 เเสนยูโร แต่มีข้อแม้ห้ามพำนักอยู่นานเกิน 15 วัน ในเเต่ละครั้ง อ้างมอนเตฯ รับปาก กดหัวแม้วไม่ให้เคลื่อนไหวอีก ยันจะดำเนินขั้นเด็ดขาดหากใช้เป็นเวทีโจมตีไทย

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงว่า ครม.ได้รับทราบตามที่กระทรวงการต่างประเทศ รายงานผลการเยือนสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ช่วงวันที่ 30-31 ส.ค.2553 ที่ผ่านมา

โดยมีวัตถุประสงค์ของการเยือน เพื่อ 1.ทำความรู้จักเเละสร้างความคุ้นเคยกับสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ซึ่งเป็น ประเทศที่ไทยอาจใช้ประโยชน์เป็นประตูการค้า เพื่อเข้าสู่ประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน และภูมิภาคยุโรปตะวันออกได้ 2.เพื่อวางพื้นฐานการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีเพื่อปูทางสำหรับการดำเนินความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างไทยกับมอนเตเนโกรต่อไป

มีรายงานอีกว่า รายละเอียดของเรื่องนี้เป็นบันทึกข้อความ เลขที่ นร 0506/2391/3 ลงวันที่ 27 ก.ย.2553 เรื่องผลการเยือนสาธารณรัฐมอนเตเนโกรของ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งสำนักเลขาธิการ ครม.นำเสนอเรื่องนี้ให้ ครม.รับทราบ ในเอกสารยังระบุว่า นายกษิต ได้พบ และหารือข้อราชการกับผู้นำระดับสูงของมอนเตเนโกร เช่น นายฟิลิป วูจาโนวิค ประธานาธิบดีมอนเตเนโกร, นายมิโลยุ คาโนวิค, นายกรัฐมนตรี, นายมิลาน โรเซน รมว.ต่างประเทศ และนายบรันโก วูโจวิค รมว.เศรษฐกิจ ซึ่งได้หารือกันใน 4 ประเด็นหลัก คือ การส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือในกรอบพหุภาคี การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการส่งเสริมความร่วมมือด้านโลจิสติกส์

ทั้งนี้ มีการระบุว่า ทางมอนเตเนโกร เป็นผู้หยิบยกประเด็นเรื่องการให้สัญชาติ และหนังสือเดินทางของมอนเตเนโกร เเก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเห็นว่า ไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง และไม่ได้มีเจตนาจะเเทรกเเซงกิจการภายในของไทยเเต่อย่างใด และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในมอนเตเนโกร เป็นเวลานานกว่า 15 วัน ในแต่ละครั้ง ซึ่งทางการมอนเตเนโกรได้กำชับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเเล้วว่า ไม่สามารถใช้มอนเตเนโกร เป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไทยได้

โดยบอกว่า หากมีการเคลื่อนไหวในมอนเตเนโกร รัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม ไทยได้แจ้งให้มอนเตเนโกร ทราบว่า ประเด็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมอนเตเนโกร เเละไม่ควรนำประเด็นของบุคคลดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวพันกับความร่วมมือของ 2 ประเทศ

ส่วนทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติม ซึ่งระบุไว้ในเอกสารดังกล่าว ว่า มอนเตเนโกร มีศักยภาพจะเป็นฐานการผลิต และประตูผ่านของสินค้าจากไทยเข้าสู่ตลาดใน EU ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากเมืองท่าบาร์ เพื่อเป็นจุดส่งผ่านสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรปได้ เเต่ท่าเรือมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ และเครื่องมือที่ล้าสมัย รวมถึงยังไม่มีอู่ซ่อมเรือ จึงน่าจะต้องศึกษาศักยภาพเมืองท่าของประเทศในแถบทะเลเอเดรียติกเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบก่อน

นายกษิต จึงสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำโครงการศึกษาการใช้ประโยชน์จากท่าเรือที่สำคัญในคาบสมุทรบอลข่าน และยุโรปตะวันออก เช่น ท่าเรือโคเปอร์ในสโลวีเนีย ท่าเรือสปลิทในโครเอเชีย หรือในแอลเบเนียรวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ท่าเรือดังกล่าวเป็นประตูการค้าของไทยในการเข้าสู่ตลาดยุโรปตะวันออกต่อไป

ทั้งนี้ ทางมอนเตเนโกร ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเกี่ยวกับกรณีการยกเลิก หรือต่ออายุหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมีการลงทุนในมอนเตเนโกรจริง ซึ่งตามนโยบายการให้สถานะพลเมืองทางเศรษฐกิจของรัฐบาลมอนเตเนโกร จะให้สัญชาติเเก่ผู้ที่มีมูลค่าการลงทุนในมอนเตเนโกร อย่างน้อย 5 เเสนยูโร อย่างไรก็ดี ผู้นำระดับสูงของมอนเตเนโกร ได้เเสดงความจริงจังที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าว และแสดงความพร้อมที่จะมีการเจรจาที่เปิดเผยกับไทย

พร้อมทั้งให้คำมั่นกับไทยว่ามอนเตเนโกร ไม่ต้องการเเทรกเเซงกิจการภายในของไทย เเละต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย เพื่อสร้างบรรยากาศฉันท์มิตร และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ทางมอนเตเนโกร เข้าใจดีกว่ากรณีดังกล่าวจะมีผลต่อการได้รับการพิจารณาสมัครเข้าเป็นสมาชิก EU ของมอนเตเนโกร ด้วย

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics