สนามกอล์ฟอัลไพน์ ไม่ใครก็ใครต้องนอนคุก

แบ่งปัน

สนามกอล์ฟอัลไพน์  ไม่ใครก็ใครต้องนอนคุก

สำเริง   คำพะอุ  

 

           ในที่สุด   ปปช.ก็ตัดสินใจฟ้องเองคดีทุจริตสนามกอล์ฟอัลไพน์   และคดีซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม.   โดยมอบหมายให้สภาทนายความเป็นผู้ดำเนินการ    เนื่องจาก   อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

         นายกล้านรงค์    จันทิก    กรรมการ   ปปช.ในฐานะโฆษกเปิดเผยว่า   ที่ประชุมใหญ่   ปปช.มีมติให้ดำเนินการส่งฟ้องเอง   ๒  คดี    คือที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์     และคดีซื้อรถและเรือดับเพลิงของ   กทม.

          คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง    ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับ  ปปช.เมื่อเดือนมีนาคม    ๒๕๕๓  เนื่องจากอัยการเห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์  และเมื่อวันที่   ๔    สิงหาคม  คณะทำงานร่วมของสำนักอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งมายัง   ปปช.ว่า   พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะหาข้อยุติได้จึงสั่งไม่ฟ้อง

            ขณะเดียวกับที่   ปปช.เห็นว่า   พยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว    จึงได้ดำเนินการตามมาตรา   ๑๑  ของ   พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง    เพื่อส่งฟ้องนายเสนาะ   เทียนทอง       อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

           นายกล้านรงค์กล่าวว่า    ปปช.จะได้ประสานกับสภาทนายความให้ดำเนินการฟ้องร้องต่อไป    และเชื่อมั่นว่าจะส่งฟ้องได้ทันก่อนหมดอายุความ

          ว่ากันว่าอายุความที่จะเอาคนผิดเข้าคุกในคดีนี้จะสิ้นสุดลงวันที่    ๒๐   สิงหาคมนี้เอง     นับว่าเป็นเรื่องที่ฉิวเฉียดจริง      ถ้าผลของคดีนี้มีคนต้องติดคุก    นอกจากจะเป็นการติดคุกตอนแก่แล้ว     ยังเป็นการติดคุกอย่างฉิวเฉียด    ทั้งที่ทำท่าจะรอดอยู่แล้ว    โดยอายุความหนึ่ง    โดยความเห็นของอัยการสูงสุดอีกหนึ่ง

         ว่ากันถึงอายุความ     ที่ธรณีสงฆ์     ไม่สามารถเอาอายุความมาอ้างได้     พูดง่ายๆก็คือ      ไม่มีอายุความ       วันนี้สนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นของ   ทักษิณ   ชินวัตร    อีก   ๑๐   ปี   ๒๐    ปี   ทักษิณให้ลูกชายลูกสาวครอบครองต่อ    ไปจนกระทั่งถึงหลานถึงเหลน      วันหนึ่งข้างหน้า     เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม   ประจวบคีรีขันธ์        หรือกรมการศาสนา   นึกเฮี้ยนขึ้นมาจะทวงคืนเสียเมื่อไรก็ได้

          คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้แนวทางเรื่องที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดถึงวัดไว้แล้วว่าเป็นที่   ธรณีสงฆ์    

           ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วเช่นเดียวกัน

          ผู้ที่ครอบครองที่ดินที่เป็นธรณีสงฆ์นอกจากมีบาปคาใจอยู่แล้วยังต้องร้อนทุรน     เป็นทุขว่าเมื่อไรหนอ    เจ้าของคือ    วัดจะมาทวงคืน     ไม่วันนี้ก็สิบปี  ร้อยปี  พันปีข้างหน้า    เพราะที่ธรณีสงฆ์คือที่ของวัด     ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่น

             ทำไมที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์จึงจะต้องมาฟ้องร้องเอากันอย่างฉิวเฉียดจะหมดอายุความในวันนี้แล้ว     ?

           กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์นี้ต้องขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่นำเรื่องนี้มาเปิดโปงด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาให้ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นเหล่กระเท่อันสกปรกโสโครกของนักการเมืองบางคน (หลายคน)    ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยบางคน     ขณะเดียวกันก็ต้อง    ด่า    พรรคประชาธิปัตย์ให้หนักๆโทษฐานที่เปิดโปงเรื่องนี้แล้วก็ไม่ทำให้ตลอด      ไม่ลากคอคนผิดเข้าคุกทั้งที่มามีอำนาจในช่วงรัฐบาลต่อจาก    พลเอกชวลิต   ยงใจยุทธ   ล้มเหลว

             และมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหลัง รัฐบาล  สมชาย    ตู้เย็น   (คนละชนิดกับ  ยุทธ    ตู้เย็น)     ก็ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะลากคอคนผิดเข้าคุก    เอาที่ธรณีสงฆ์คืนวัด    ตามเจตนารมณ์ของนางเนื่อม    ชำนาญชาติศักดา   ที่ยกที่ดินให้วัดธรรมิการาม     ได้แต่ออกมาป้อ    และขู่ว่าจะรื้อฟื้นคดีนี้มาพิจารณาเท่านั้นเอง     สมกับที่มีผู้กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า    เก่งแต่ตีฝีปากจริงๆ

            เหตุที่เรื่องนี้ดำเนินมาอย่างช้านานก็เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า     เมื่อครั้งที่นายเสนาะ  เทียนทอง    เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย     นายเสนาะในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามได้มาซึ่งที่ดินที่นางเนื่อม   ยกให้วัด

           เป็นที่ดินที่คลองซอยที่ ๕    ฝั่งตะวันออก   (บึงตะเคียน)    อำเภอคลองหลวง    จังหวัดปทุมธานี  ที่    ๗๓๐  ไร่   ๑   งาน   ๕๑   ตารางวา

           เมื่อนายเสนาะในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ไม่อนุญาต   ประกอบกับเจ้าอาวาสวัดอยากจะขาย   เพราะเห็นว่าที่อยู่ไกลกับวัดหนึ่ง     จะต้องจ่ายค่าโอนเป็นเงินจำนวนมากอีกหนึ่ง     ก็เลยมีบริษัทแห่งหนึ่งช่วยสงเคราะห์ซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้

         บริษัทที่รับซื้อไว้คือ   บริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท   และบริษัท  อัลไพน์กอล์ฟ  แอนด์สปอร์ตคลับ

            บริษัทที่ว่านี้มีนางอุไรวรรณ   เทียนทอง     เมียของนายเสนาะถือหุ้น    ผู้ถือหุ้นอื่นๆมีน้องชายนายเสนาะ   มีนักการเมืองร่วมก๊วนนายเสนาะ

          ข้อดีสำหรับนายเสนาะในกรณีนี้ก็คือเหตุการณ์เกิดเมื่อ    ๒๑   สิงหาคม   ๒๕๓๓    ก่อนที่กฎหมาย   ปปช.ที่ว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนจะออกมา       ไม่เช่นนั้นก็ไม่แตกต่างกันกับกรณีที่ดินรัชดาฯ    ที่ทำเอาทักษิณต้องหนีคุกหัวซุกหัวซุนอยู่ขณะนี้

          แต่กระนั้นก็เถอะ    อย่าได้ชะล่าใจไป    เมื่อสภาทนายความ   รับเอาคดีนี้มาจาก   ปปช.ฟ้งร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง    แล้วก็อดหวาดเสียวแทนนายเสนาะมิได้เพราะข้อหาที่ฟ้องคือ     ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ    ข่มขืนใจ   หรือจูงใจเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน    โทษหนักนะครับพ่อแม่พี่น้อง      ความผิดมีระวางโทษถึงประหาร   แน่ะ

          เพราะกรรมวิธีของการซื้อที่ดินที่เป็นที่ธรณีสงฆ์แห่งนี้พิลึกพิลั่นทีเดียว    ลำดับความได้ดังนี้

          วันที่   ๒๐  พฤศจิกายน    ๒๕๑๒   นางเนื่อมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้วัด

           วันที่   ๒๒    พฤษภาคม    ๒๕๑๔    นางเนื่อมถึงแก่กรรม   แทนที่ที่ดินจะถูกจดทะเบียนโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด    พระราชเมธาภรณ์   อดีตเจ้าอาวาสแสดงเจตนาที่จะขายที่ดิน     ผู้จัดการมรดกไม่ยอมให้ขาย

          มีการตั้งผู้จัดการมรดกใหม่เป็นมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย

          วันที่  ๓๑  สิงหาคม   ๒๕๓๓   ขายที่ดินให้บริษัทอัลไพน์    เป็นเงิน ๑๓๐   ล้านบาท     วันเดียวกันนี้เอง     บริษัทอัลไพน์ก็จำนองที่ดินแปลงนี้ทันที     ดูเหมือนจะได้   ๒๐๐   กว่าล้านบาท

             เมื่อสร้างบ้านจัดสรร     สร้างสนามกอล์ฟแล้ว     ต่อมานายเสนาะ    เทียนทอง    ก็ขายให้   ทักษิณ   ชินวัตร     ๕๐๐    ล้านบาท

           และต่อมานายเสนาะ   เทียนทอง  ก็เข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย      สนับสนุนทักษิณ    จนในที่สุดทักษิณก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

               พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล   ทักษิณ

            ร้อยตำรวจเอกเฉลิม   อยู่บำรุง   เป็นหนึ่งในฝ่ายค้านที่อภิปรายในเรื่องนี้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน

           ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย   เปี่ยมสมบูรณ์    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   ที่ว่ากันว่า   ตรงเป็นไม่บรรทัด    เจอกรรีนี้เข้าได้แต่   แบะ    แบะ

             นายยงยุทธ   วิชัยดิษฐ์    ขณะนั้นเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย    ก็อ้าขาผวาปีกช่วย    ทักษิณ   ในกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์   มาถึงวันนี้     น่าจะไม่พ้นบ่วงกรรม    เพราะ   ปปช.แยกกรณีของนายยงยุทธ    วิชัยดิษฐ์    อีกสำนวนหนึ่ง

             สนุกครับสนุก       โปรดติดตามต่อไปจนกว่าจะเห็นใครสักคนติดคุก

 

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

 

    




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics