นึกว่าแน่.. ที่แท้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ก็เหมือน “เด็กเลี้ยงแกะ” เข้าใจผิด คิดว่าแกนนำ นปช.เล่นละครจาบจ้วง ?

แบ่งปัน

 

 

                                                                                                                                        ภาณุมาศ ทักษณา

 

          ผมขอบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยหน่อยนะครับว่า

 

วันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปีขาล ตรงกับวันที่ 22 กรกฎาคม พุทธศักราช 2553

 

(ขอเขียนเต็ม ๆ นะครับ เพื่อเป็นเกียรติประวัติทุกคนที่เกี่ยวข้อง ฮา)

 

ได้เกิดปรากฎการณ์ ปรองดองแห่งชาติขึ้นแล้ว โดยมิพักต้องอาศัยมือของคณะกรรมการปฏิรูปชุดใดทั้งสื้น

 

เป็นความปรองดองของ ผู้นำคนสองกลุ่มที่ล่อกันแบบเอาเป็นเอาตายมาอย่างยาวนาน จนเป็นเหตุให้ประเทศชาติได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก

 

จนบริษัทโฆษณาชื่อดังต้องลงทุนสร้างหนังโฆษณาชื่อ ขอโทษประเทศไทย(ฮา) ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยเกิดความสำนึก

 

หรือ อาจเป็นเพราะหนังโฆษณาชุดนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ที่ทำให้ ผู้นำกลุ่มคนสองสีเกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจึง จับมือ กันต่อหน้าศาล…

 

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หน้า กรุงเทพการเมือง พาดหัวรองว่า

 

แดง-เหลืองชื่นมื่นถอน 8 ดคี

 

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หน้า 1 พาดหัวรองเช่นกันว่า

         

นปช.ฟ้องหมิ่น สนธิยุติ / ศาลไกล่เกลี่ยสำเร็จ

         

ผมดูเนื้อข่าวแล้วไม่ต่างกัน ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 ศาลอาญา ถนนรัชดา ได้มีการนัดประนอมข้อพิพาทคดีที่ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลื้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด กับพวกรวม 11 เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

         

หลังจากใช้เวลาพูดคุยกันระหว่างโจทก์กับทนายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเวลา 7 ชั่วโมง

 

นายเกริกฤทธิ์ อิฐรัตน์ เลขานุการศาลอาญาแถลงว่า

 

          นายจตุพร นายวีระ และนายณัฐวุฒิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิเป็นจำเลยนั้น มีรายละเอียดตกลงกันคือ

 

นายสนธิ จำเลยที่ 1 รับทราบข้อเท็จจริงจาก นายจตุพร นายวีระ และ นายณัฐวุฒิ ฝ่ายโจทก์ ว่า

ไม่มีการเล่นละครที่มีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) ในวันที่ 1 พ.ย.2551 ตามที่มีการกล่าวอ้างถึง

 

จึงยอมรับว่า ข้อความที่กล่าวไม่เป็นความจริง โดยจำเลยที่ 1 เข้าใจคลาดเคลื่อนไป จึงทำความเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายจึงขอถอนฟ้องคดีที่พิพาทกันทั้ง 8 สำนวน

นั่นคือถ้อยแถลงของ เลขานุการศาลอาญาตามข่าวนะครับ

 

ผมนั่งอ่านข่าวที่ตีพิมพ์ในทั้งกรุงเทพธุรกิจและผู้จัดการ 2 3 รอบ จึงเกิดอาการมึนงงขึ้นมาทันทีว่า

 

เป็นไปได้อย่างไรกัน ที่นักหนังสือพิมพ์ผู้เต็มไปด้วยอุดมการณ์ ผู้แม่นฉมังในวิชาประวัติศาสตร์ไทยและเทศ ผู้สร้างสื่อกระแสหลักอย่างเครือผู้จัดการ ผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล

 

ซึ่งมีผู้สื่อข่าวในเครือข่ายเพียบ จะได้รับข่าวสารผิด ๆ จากลูกน้องที่เป็นนักข่าว แล้วเอามาพูดเป็นตุเป็นตะ ว่า นายจตุพร นายวีระ นายณัฐวุฒิ เล่นละครมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์” 

 

เป็นไปได้อย่างไรกันนี่… ที่ก่อกำเนิดกลุ่มพลังมวลชนอันยิ่งใหญ่ คือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สามารถทำให้การเมืองเปลี่ยนไปได้ด้วยวาทะศิลป์ จะจำอะไรผิด ๆ ถูก ๆ

 

หากเป็นอย่างนี้แล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ๆ ที่ผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล พูดถึง จะเป็นจริงละหรือ..

 

ไม่ว่าจะเป็น นักการเมืองอย่าง ทักษิณ ชินวัตร หรือ  นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ยังรับราชการอยู่ หรือ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บางคนถูก ผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล ถอดยศด้วยปากมาแล้ว

 

 

 

ล้วนไม่จริงอย่างนั้นใช่ไหม ?

 

แสดงว่าที่ผ่านมา ผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล สวมบทบาท เด็กเลี้ยงแกะ หลอกให้ชาวบ้านปรบมือให้อย่างนั้นใช่ไหม

 

ทำสำคัญ ต่อไปนี้ แสดงว่าแกนนำ นปช.ที่เคยถูกกล่าวหาว่า หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็สามารถนำเอาการ ข้อตกลง ดังกล่าวนี้ไปอ้างได้อย่างนั้นใช่ไหมว่า

 

พวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้กระทำการจาบจ้วงต่อสถาบันแต่อย่างใด เพราะขนาด ผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล ที่มีคนเชื่อถือนับหมื่นนับแสนยังเข้าใจผิดเลย

 

หากเป็นเช่นนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเล่านี่…

 

ผมมึนงงไปหมดแล้วจริง ๆ ครับ แล้วต่อไปนี้ เราควรจะเชื่อถือผู้มีนามว่า สนธิ ลิ้มทองกุล กับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กี่มากน้อยเล่าเนี่ย

 

ใครรู้ช่วยบอกผมทีเถอะครับ ?

 

 




ความเห็น



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 3933 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics