‘อนุพงษ์’เซ็นคำสั่งเช็คบิล 83 ท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดงแล้ว ขู่เบี้ยวเจอคุก 2 ปี

แบ่งปัน

วานนี้(21 มิ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า  ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ลงนามในคำสั่ง 78/2553  เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพื่อให้ถ้อยคำเกี่ยวกับธุรกรรมที่ต้องสงสัย และอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลทำการ หรือมิให้กระทำการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน  หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน  ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

            
นายธาริต กล่าวว่า สำหรับคำสั่งนั้นมีสาระสำคัญ 3 ส่วนคือ 1. ให้ผู้ทีมีรายชื่อทั้งหมด 83 รายชื่อมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ  เพื่อให้ถ้อยคำและส่งมอบเอกสารหรือหลักฐาน เกี่ยวกับการทำธุรกรรมต้องสงสัย ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2553 ทั้งนี้ตามเวลา และสถานที่ตามที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งให้ทราบต่อไป  ทั้งนี้ให้บุคคล 83 รายชื่อมาพบคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งประกอบไปด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ  เจ้าหน้าที่ ปปง. และเจ้าหน้าที่ ปปส. และสรรพากร โดยทั้ง 4 หน่วยงานจะสนธิกำลังเป็นหน่วยรับแจ้งคำชี้แจง แสดงหลักฐานต่างๆจากบุคคลทั้ง 83 ราย 

            
นายธาริต กล่าวว่า 2. ให้ผู้ที่ถูกสั่งห้ามทำนิติกรรมทั้ง 152 รายเดิม เมื่อเป็นบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว อยู่นอกเหนือจาก 83 รายชื่อในคำสั่งวันนี้ ก็สามารถทำธุรกรรมปกติต่อไปได้ ซึ่งเดิมบุคคลเหล่านี้มีคำสั่งห้ามทำธุรกรรมการเงิน 152 รายชื่อ ถึงวันนี้ได้คัดกรองเหลือ 83 รายชื่อที่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย ที่เหลือนอกจากนั้นก็สามารถทำธุรกรรมตามปกติได้ทันที นับจากคำสั่งฉบับนี้ออกไป  3.คำสั่งที่เกี่ยวกับสถาบันการเงินที่ต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับ 83 รายตามแต่ที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะร้องขอ

           
นายธาริต กล่าวว่า ในขั้นตอนทั้ง 4 หน่วยงานได้ประชุมหารือกันแล้วจะนำเอาเอกสารหลักฐานซึ่งขณะนี้สถาบันการเงินได้ส่งมาให้แล้วย้อนหลัง 9 เดือน โดยจะมาพูดกันในข้อเท็จจริงในแต่ละธุรกรรมตั้งแต่ 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเราจะมีการซักถามเพื่อให้มีการชี้แจง เช่น การทำธุรกรรมที่ทำนั้นมีเงินเข้ามาในบัญชีแหล่งเงินมาจากไหน โอนมาจากใคร แล้วถ้าถอนออกไป โอนไปที่ไหน เอาไปทำอะไร ชำระหนี้หรือส่งมอบให้ใครอย่างไร และถ้าถอนเงินสด ต้องอธิบายได้ว่า ใช้เงินสดนั้นไปทำอะไร และตรงกับแบบที่แจ้งไว้ทำธุรกรรมกับธนาคารหรือไม่ เพราะหากเงินที่ทำธุรกรรมเกิน 2 ล้านบาทต้องแจ้งกับ ปปง. บางรายถอนเงินสดจำนวนเงินกว่าร้อยล้าน จะต้องแสดงเอกสาร ซึ่งการเชิญมาพบเพียงรอบเดียวอาจไม่พอ อย่างไรก็ตามทางกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งกับศอฉ.ว่า เราขอใช้เวลา 60 วันในการดำเนินการเรื่องทั้งหมด คงจะการชี้แจงกันไปมาหลายรอยจึงจะได้ข้อยุติ หากเวลา 60 วันไม่เพียงพอก็จะมีการหารือกันอีกครั้ง

            
นายธาริต กล่าวว่า ได้จัดกลุ่มที่เกี่ยวข้องออกเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่1 กลุ่มที่เป็นเครือญาติกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มี 23 ราย กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มนักการเมืองมี 23 ราย กลุ่มที 3 คือ อดีตข้ราชการทหาร ตำรวจจำนวน 5 ราย กลุ่มที่ 4 คือ นักธุรกิจจำนวน 15 ราย และกลุ่มที่ 5 คือ กลุ่ม นปช.17 ราย โดยทั้งหมดจะทยอยเรียกมาพบที่ดีเอสไอ ซึ่งดีเอสไอจะออกเป็นจะเริ่มออกหมายเรียกตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.นี้เป็นต้นไปและจะให้เริ่มมาชี้แจงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มิ.ย.นี้ ซึ่งดีเอสไอ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมาเวลาใดเราจะเปิดเผยทุกขั้นตอน แต่หากใครฝ่าฝืน ไม่มาชี้แจงถือว่า มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจับทั้งปรับ แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนอยากมาเพื่อชี้แจง มิเช่นนั้นจะเป็นผลร้ายแก่ตนเอง

                        
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า มีการวิ่งล็อบบี้เจ้าหน้าที่ในการสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 83 ราย นายธาริต กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มี  เพราะการทำงานทำด้วยความโปร่งใส ทุกอย่างตรวจสอบได้ มีเหตุผล และเราทำงานอย่างตรงไปตรงมา เช่นบางคนเปิดบัญชี 1 พันบาท แต่วันรุ่งขึ้นโอนเข้ามา 1 ร้อยล้าน และอีกไม่กี่วันก็ถอนออกไป ซึ่งคนธรรมดาคงไม่ทำธุรกรมแบบนี้ จึงต้องอธิบายว่า ทำไมทำธุรกรรมแบบนี้ ซึ่งทาง ปปง.เป็นผู้คัดกรองจากผู้ที่เคยห้ามทำธุรกรรม 152 คน จนเหลือ 83 คน




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics