เสด็จประพาสสำเพ็ง น้ำพระทัยของในหลวงที่คนจีนมิรู้ลืม
- วันอังคาร 9 กุมภาพันธ์ 2553 8:57
- ปริทัศน์เสวนา ปยุต เจริญประสิทธิ์, เรื่องเด่นวันนี้
- อ่าน 226 ครั้ง
- 1 ความเห็น
เสด็จประพาสสำเพ็ง น้ำพระทัยของในหลวงที่คนจีนมิรู้ลืม
ปยุต เจริญประสิทธิ์
หากเราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยโดยเฉพาะในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปี 2475 แล้วคงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2489 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8 ) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งเป็น สมเด็จพระอนุชาในขณะนั้น ได้ทรงเสด็จประพาสสำเพ็ง ซึ่งเป็นหมายกำหนดการหนึ่งในหลายพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์ หลังจากที่ได้เสด็จนิวัติกลับประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2488
ก่อนหน้าที่จะเสด็จพระราชดำเนินไม่นาน มีการเคลื่อนไหวของคนจีนในประเทศไทยที่แสดงออกถึงความไม่พอใจรัฐบาลไทยในขณะนั้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และประเทศไทยซึ่งถูกบีบบังคับให้เป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่นก็ต้องอยู่ในฐานะประเทศที่พ่ายแพ้สงครามเช่นกัน และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งมีเงื่อนไขประการหนึ่งก็คือ ให้กองทัพจีนส่งกำลังทหารเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในประเทศไทย แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยห่วงใยในเรื่องความมั่นคงของชาติ และต้องการพลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร จึงขอให้ทหารญี่ปุ่นยอมวางอาวุธ ต่อลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบตเตน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอังกฤษ ประจำภาคเอเชียตะวันออกไกล ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวจีนขณะนั้น กอรปกับการที่ประเทศจีนได้ให้สัญชาติจีนกับคนจีนที่เกิดนอกประเทศ ยิ่งทำให้เกิดกระแสชาตินิยมในหมู่ชาวจีนเป็นอย่างมาก คนจีนที่พักอาศัยในบริเวณย่านเยาวราช ราชชวงศ์สำเพ็ง ต่างได้แสดงออกถึงความรู้สึกชาตินิยมด้วยการประดับธงชาติจีนตามร้านค้า บ้านเรือน เพื่อแสดงออกว่าตนเป็นคนจีนไม่ใช่คนไทย นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ทำร้ายคนไทยที่ผ่านเข้าไปในย่านของคนจีนที่เรียกกันว่า “เลี๊ยะพะ” รวมทั้งการหยุดงาน ปิดร้าน ทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับคนจีนในประเทศ
การตัดสินพระทัยของพระองค์ท่านในขั้นต้น ได้รับการทักท้วงเพราะรัฐบาลเกรงว่าจะผิดราชประเพณี แต่ทรงมีรับสั่งให้สำนักราชเลขานุการในพระองค์ แจ้งยืนยันให้รัฐบาลทราบ เพราะทั้งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินมาแล้ว จึงมีหมายกำหนดการเสด็จประพาสเยี่ยมชาวจีนที่สำเพ็ง ในวันที่ 3 มิถุนายน 2489 และเมื่อชาวจีนในสำเพ็งได้ทราบข่าวอันน่ายินดีนี้ ต่างได้ร่วมแรงร่วมใจกันเก็บกวาดขยะสิ่งรกรุงรังเพื่อเตรียมสถานที่รอรับเสด็จ
เมื่อล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาถึงในเวลา 9 นาฬิกาแล้ว นายกเทศมนตรีพระนคร เป็นผู้ถวายบังคมทูลเบิกผู้รักษาการแทนนายกสมาคมพาณิชย์จีน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จฯทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสำเพ็ง โดยชาวสำเพ็งได้จัดสร้างซุ้มรับเสด็จถึง 7 ซุ้ม มีการจัดตั้งโต๊ะหมูบูชา และประดับธงไตรรงค์ดูสวยงาม โดยที่ตลอดสองข้างทางมีคนจีนที่อาศัยในย่านนั้นเดินทางมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นจำนวนมาก และในระหว่างเสด็จพระราชดำเนิน บรรดาพ่อค้าชาวจีนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของมีค่า เช่น เครื่องกระเบื้อง และสิ่งของที่ทำด้วยหยก รวมทั้งถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล รวม 13,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากในสมัยนั้น ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้ทรงตั้งเป็น “ ทุนพ่อค้าหลวง”และพระราชทานแก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อให้เก็บดอกผล สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ยากไร้
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินจนสุดย่านสำเพ็งแล้ว ได้เสด็จเยือนสถานที่สำคัญในย่านใกล้เคียง ได้แก่โรงพยาบาลเทียนอัน สมาคมพาณิชย์จีน ที่สาทร ทรงเสวยพระกระยาหารกลางวันที่ทางสมาคมจัดถวาย แล้วเสด็จเยี่ยมมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และโรงพยาบาลหัวเฉียว ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ในช่วงเย็นวันดังกล่าว
ด้วยพระราชกรณียกิจในครั้งนั้น ช่วยให้สัมพันธภาพระหว่างคนไทยกับคนจีนกลับมาแน่นแฟ้นกันอีกครั้งหนึ่ง และนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่คนไทยเชื้อสายจีนต่างน้อมรับและเทิดทูนไว้ตั้งแต่รุ่นบรรพชนจนถึงรุ่นลุกหลานในปัจจุบันอย่างมิรู้ลืม
ในโอกาสที่คนไทยเชื้อสายจีน จะร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่เยาวราช ในระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ ศกนี้ จึงขอเชิญชาวไทยทุกคนไปร่วมงานดังกล่าว และพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพู เพื่อเป็นการถวายพระพรให้ในหลวง และพระราชินีทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พร้อมทั้งขอให้คนไทยทุกคน มั่งมี ศรีสุข และสมัครสมาน สามัคคี เพื่อชาติ บ้านเมืองอันเป็นที่รักของพวกเรา
ชินเจียยู่อี่ ชินนี้ฮวดใช้…นะครับ









สวัสดี ปีใหม่ จีน ครับ