เสื้อแดงกำลัง “แยกกันเดิน รวมกันตี”

 

          อย่าเพิ่งวางใจกับท่าทีขึงขัง ฟัดกันกลางอากาศของแกนนำเสื้อแดงสาย “3เกลอ” กับ สาย “ฮาร์ดคอร์” เป็นอันขาด เพราะงานนี้เป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นรายการ “ปฏิบัติการลับ-ลวง-พราง”

          เพราะหากย้อนหลังกลับไปปลายสัปดาห์ก่อน หลังจาก 4 สหายฮาร์ดคอร์ “พัลลภ-เสธ.แดง-อริสมันต์-สุภรณ์” เดินทางกลับจากการรายงานแผนปฏิบัติการ “กองทัพประชาชน” ให้ นายใหญ่ ณ ดูไบรับทราบแล้ว

          จะเห็นความเคลื่อนไหวที่คล้ายกับจะขัดแย้ง หากแต่ในทางยุทธศาสตร์กลับสอดรับกันเป็นอย่างยิ่งของขบวนการเสื้อแดง ที่มี “นายใหญ่” คนเดียวกันได้เป็นอย่างดี

          แน่นอนว่าด้านหนึ่งในแง่ “คนทำงาน” การเพิ่มกลุ่มคนขึ้นมาร่วมปฏิบัติการ ย่อมเท่ากับลดทอนอำนาจต่อรองของตนมี่มีมาแต่เดิม และคล้ายกับว่าความสำคัญจะลดน้อยถอยลงตามไปด้วย

          ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำว่าปฏิบัติการที่ผ่านมา “เสียข้าวสุก”

          และที่สำคัญที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ “ส่วนแบ่ง” ย่อมต้องถูกหารไปตามส่วน

          เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็แน่นอนว่า “3 เกลอ” ย่อมต้องออกมาตีโพยตีพาย ไม่ยอมรับการขึ้นมาใหญ่ของกลุ่ม “ฮาร์ดคอร์” แม้จะในระนาบเดียวกันกับ “3เกลอ” ก็ตาม

          แต่กระนั้น การไม่ยอมรับที่ว่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า “3เกลอ” จะสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขยุทธวิธีใดๆได้ เหตุเพราะว่าทั้งหมดนี้ถูกบัญชาการโดย “นายใหญ่”

          พูดตรงๆก็คือ แผนปฏิบัติการ “กองทัพประชาชน” ที่ดัน “บิ๊กจิ๋ว” เป็นตัวชูโรง พร้อมกับหัวขบวนที่เป็นมือปฏิบัติระดับพระกาฬอีก 4 คนนั้น “ทักษิณ” เออออห่อหมก เห็นดีเห็นงามเรียบร้อยแล้ว

          และนี่จึงเป็นเหตุผลอธิบายว่า ทำไมถึงอย่าวางใจปฏิบัติการลับ-ลวง-พราง ครั้งนี้ !!!

          หากจับสัญญาณตั้งแต่แรก จะเห็นได้ชัดว่า การเดินทางไปดูไบของหัวขบวนทั้ง 4 นั้นถูกป่าวประกาศมาแต่แรก และทันทีที่มีข่าวข้ามประเทศถึงการตั้ง “บิ๊กจิ๋ว” เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชน นั้น “3เกลอ” ก็รู้ดี เพราะได้มีการโทร.เช็คข่าวทางไกลกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

          และก็เป็นที่รับรู้กันดีในหมู่ “ขบวนการเสื้อแดง” ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ “ขบวนการทักษิณ” ว่า ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดคือ “ทักษิณ” และเมื่อ “ทักษิณ” ได้ตัดสินใจแล้ว ก็ยากที่ระดับผู้ปฏิบัติจะกล้าแตกแถว

          เพราะนั่นหมายถึง “ค่ากระสุนสเบียงกรัง” ที่อาจขาดหายไปได้เฉยๆ

          และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เป็นที่รับรู้กันว่า “ทักษิณ” มักจะใช้ยุทธวิธี “แยกกันเดิน รวมกันตี” มาตลอด

          “ทักษิณ” ไม่เคยยอมให้กลุ่มใดมีอำนาจต่อรองอยู่เพียงกลุ่มเดียว หากแต่จ้องหาอำนาจต่อรองจากกลุ่มคนอื่นๆที่มีศักยภาพตลอดวลา

          งานนี้ก็เช่นกัน !!!

          จะเห็นว่ายุทธศาสตร์ที่วางไว้นั้น เป็นยุทธศาสตร์ “แยกกันเดิน รวมกันตี” อย่างเห็นได้ชัด

          และการจุดชนวนให้เห็นภาพ “ขบวนการเสื้อแดง” แตกกัน ก็เป็นเพียงการหลอกให้คู่ต่อสู้ตายใจเท่านั้น

          เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่เคาะโต๊ะก็คือ “ทักษิณ” อยู่ดี

          ที่สำคัญเมื่อมองจากความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่ามันมีสัญญาณบางอย่างมาจากคนไกลที่ดูไบแน่นอน

          เป็นสัญญาณที่เคยถูกคาดหมายมาก่อนแล้วว่า เมื่อไหร่ที่ใกล้วันดีเดย์แนวร่วมจากนอกประเทศจะเคลื่อนขบวนเข้ามาสร้างความปั่นป่วน ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ “ป่วนนอก-ป่วนใน” เพื่อไม่ให้รัฐบาลรับมือไหว

          ฉะนั้นแล้วสิ่งที่น่าจับตา จึงควรจะดูที่การเคลื่อนไหว “หลังฉาก” ซึ่งเตรียมการไว้พร้อมแเล้วจะดีกว่า

          เพื่อจะได้ไม่หลงทิศหลงทาง

//////////////////

          นายปกครอง

 

 

ความเห็น

  • เด็ก wrote on 9 กุมภาพันธ์, 2010, 9:29

    น่าคิด

  • sheva wrote on 9 กุมภาพันธ์, 2010, 10:14

    คิดมาก




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียน

chaopraya เขียน 2772 เรื่องบนเว็บไซต์นี้