ฮุนเซ็น บนย่างก้าวเพื่อ “เพื่อน”
- วันจันทร์ 8 กุมภาพันธ์ 2553 14:46
- วิเคราะห์สถานการณ์
- อ่าน 53 ครั้ง
- 1 ความเห็น
ด้วยเพราะพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารนั้น อยู่ในความต้องการของทั้งไทย และกัมพูชา อันมีเหตุมาจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์ครุมเครือเกี่ยวโยงกับไทย – กัมพูชา เป็นพื้นที่ซึ่งปรากฏในแผนที่ของทั้ง 2 ฝ่าย
ดังนั้น พื้นที่เขาพระวิหารจึงถือเป็นดินแดนกรณีพิพาทระหว่างไทย และกัมพูชาอย่างเลี่ยงไม่ได้
เหตุข้างต้น จึงทำให้การก้าวเหยียบบริเวณเขาพระวิหาร ของสมเด็จฮุนเซ็นนั้น สร้างแรงสั่นสะเทือนถึงทางการไทย ด้วยเพราะท่าทีของผู้นำเขมร ไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้ นอกเสียจากการเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่
จึงไม่แปลกที่ท่าทีของสมเด็จฮุนเซ็น จะกลายเป็นข่าวใหญ่ตามหน้าสื่อไทย และเทศ
ทั้งนี้ การเข้าสู่เขาพระวิหารของสมเด็จฮุนเซ็นนั้น เกิดขึ้นใน 2 ช่วงเวลาที่สำคัญ คือ
1. เป็นช่วงเวลาที่ พ.ต.ท. ทักษิณชินวัตร กำลังจะถูกพิพากษาคดียึดทรัพย์
2. เป็นช่วงเวลาที่ทั้งภายในพรรคเพื่อไทย(พท.) และกลุ่มเสื้อแดง บาดหมางกันเอง
ดังนั้น ก้าวย่างของสมเด็จฮุนเซน จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กำลังลำบาก
ดังนั้น ก้าวย่างของสมเด็จฮุนเซน จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ “เพื่อน” กำลังลำบาก
ในช่วงก้าวเข้าสู่วันพิพากษายึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่เวลาเช่นนี้ พท. และเสื้อแดงน่าจะจับมือกันกดดันศาล ทว่า ตามข่าวที่ปรากฏคือ ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็ทะเลาะ ต่างก็แตกแยก ชนิดยากต่อติด
ใน พท. เป็นความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 แกนนำ สส. กรุงเทพ อย่างนายเฉลิม อยู่บำรุง และนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ถึงวันนี้ แม้นายเฉลิม จะบอกว่า “ไม่มีอะไร” ขณะที่นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็บอกว่าเคลียร์ใจกันได้
แต่ตราบใด ที่คู่กรณีอย่างนางสุดารัตน์ ไม่ออกมาพูด ก็สามารถคาดเดาไม่ยากว่ายัง “มีอะไร” และยังเคลียร์กันไม่เรียบร้อย
ขณะที่ในกลุ่มเสื้อแดง มีปัญหาหนักกว่ามาก
โดยหลังจากที่ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี และ เสธ. แดง พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ออกมาผุดไอเดีย “กองทัพประชาชน” สู่สาธารณะ ปรากฏว่าฝ่ายเสื้อแดง นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ออกมาปฏิเสธแผนการดังกล่าวอย่างไร้เยื่อใย กลายเป็นชนวนให้ พล.อ. พัลลภ และ เสธ. แดง น้อยใจ ประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวเสื้อแดง
และถึงขณะนี้ ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมใคร ทั้งนับวันดูเหมือน 2 ฝ่ายสีเดียวกันอย่างนายจตุพร และ เสธ. แดง กลับยิ่งใช้คำพูดขยายรอยร้าวให้ปริแตกเร็วขึ้น
ความบาดหมางเหล่านี้นั้น ล้วนสะท้อนความไร้เอกภาพของฝ่าย พ.ต.ท. ทักษิณ ให้มวลชนเสื้อแดงได้เห็น ที่สำคัญ มันมีแนวโน้มทำให้มวลชนเสื้อแดงได้สัมผัสถึงความแปรปรวนในกลุ่มแกนนำ นำมาซึ่งการขาดความมั่นใจในการชุมนุม จนเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการชุมนุมในวันดีเดย์
และทำให้การชุมนุมในปลายเดือน ก.พ. ซึ่งเป็น “สงครามครั้งสุดท้าย” ต้องขาดพลังไปโดยปริยาย
แน่นอนว่า หากเป็นเช่นนั้น คนที่เจ็บปวด คนที่บอบช้ำที่สุดคือ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
เพื่อนรักของสมเด็จฮุนเซ็น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ข่าวความบาดหมางในพรรค พท. และกลุ่มเสื้อแดง กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น คอยบั่นทอนขวัญและกำลังใจในกองทัพสีแดงให้จมดิ่งลงเรื่อยๆ ก็ปรากฏข่าวคราวความเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุนเซ็นขึ้นไปเหยียบบนเขาพระวิหาร พื้นที่พิพาท ขึ้นมากลบ
และแม้จะไม่มิด สนิททีเดียว แต่ก็ทำให้ข่าว “ทีมแตก” จางหายไปบ้าง
เป็นการสะท้อนว่าในวันที่ “เหล่าลูกน้อง” รั้งแต่จะสร้างปัญหา พ.ต.ท. ชินวัตร ก็ยังมี “เพื่อนเขมรคนนี้” คอยช่วยเสมอ
///กุลวิชญ์ สำแดงเดช///







พ.ต.ท. ชินวัตร ก็ยังมี “เพื่อนเขมรคนนี้” คอยช่วยเสมอ ฟังดูคล้ายๆ เพื่อน “กูรักมึงวะ”