อย่า “ตื่นตระหนก”
- วันจันทร์ 8 กุมภาพันธ์ 2553 16:41
- เอาน่า... มันจะอะไรกันนัก สนานจิตต์ บางสพาน
- อ่าน 24 ครั้ง
- 1 ความเห็น
อย่า “ตื่นตระหนก”
สนานจิตต์ บางสพาน
ถ้าเป็น “ม้าแข่ง”ตอนนี้ม้าทั้งหมดที่วิ่งต่างพากันเลยโค้งวัดเบญจมบพิตร เข้าทางตรงด้านอัฒจรรย์ที่มีหลังคาของสนามม้านางเลิ้งแล้วครับ หลังจากออกจากซองจุดเริ่มต้นด้านข้างวังสวนจิตร..
เหลืออีกไม่เท่าไหร่ก็น่าจะ “เข้าป้าย”
ก็วันที่ 26 กพ. ที่จะถึงนี่แหละ เห็นเขาโจษขานกันให้แซดว่า ยึดหมด ยึดบางส่วนคืนบางส่วน คืนหมด ก็ประมาณนี้นี่แหละ สำหรับม้าที่จะเข้า วิน เพลส
แต่ไม่ว่าจะเข้าล็อคไหน เขาว่า ที่แน่ ๆ กรุงเทพฯ อาจจะต้องเจอภาวะวิกฤติในแบบ “โกลาหลอลหม่าน” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ด้วยอะไรก็อะไรสักอย่าง ตั้งแต่ลูกปืนยาง น้ำฉีด แก๊สน้ำตา ลูกจริง ยันพี่เอ็ม 79
ฝ่ายแดงกางโปรแกรม “ป่วน” กรุงฯให้เห็นกันชัด ๆ
ในขณะที่ฝ่าย อำมาตย์ ขุนศึก ศักดินา และเหลือง ใช้อาการ “สงบ” สยบความเคลื่อนไหว
เอาว่า ต่างฝ่ายต่าง “รอจังหวะ”และ “ชิงจังหวะ”กันและกันอยู่ ขึ้นอยู่กับว่า “ฝ่ายไหน”พลาด เข้าทางเท้าที่ไม่ใช่ทางเดินแต่คือ “ทางตีน”ของอีกฝ่าย…ฮา
แต่ดูแล้วน่าจะออกไปทาง ต่างคนต่าง “งง ๆ “ เพราะต่างแย่งชิง “การนำและการเงิน”กันอยู่ในฝ่ายแดง ระหว่างสายเหยี่ยวกับสายพิราบ ที่ทำท่าว่ากลายเป็น นกกระจอกกับนกทึดทือกันไปในที่สุด หลังจากที่ม๊อบไปโวกเวกหน้า “ค่ายทหาร”ออกอาการแผ่วไม่เวิร์ค
ส่วนฝ่ายตรงข้าม ออกอาการ “เอาจริง” ประมาณว่า ถ้าจะต้องมีใครสักสี่ซ้าห้า….คนตาย แล้วคนที่ตายมันใส่เสื้อแดงนี่ ก็คงจะไม่มีใครเดือดร้อน ไอ้ที่เว้นจุดไข่ปลาน่ะเอาไว้เติมเลขศูนย์ ซึ่งว่ากันว่าเขาประเมินกันมันก็หลายศูนย์อยู่…ฮา
ส่วนไอ้เรื่อง คูเดต้าหรือเรเวอลูชั่น นาทีนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำหรือไม่มีใครกล้าทำ ถึงเวลาอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะ ตัวละครมัน “เยอะ” แต่ “คนสั่ง”มันมีไม่เกินห้านิ้วมือ…ฮา
ไอ้เรื่องแบบนี้…มัน “กิจการภายใน” ต่างชาติน่ะ พอเอาเข้าจริง มันก็ต้องออกมา”รับรอง” เพราะผลประโยชน์ของชาติตัวเอง มันไม่ใช่จะละทิ้งกันไปได้ง่ายๆ หรือสร้างใหม่กันง่าย ๆ
สรุปว่า ช่วงวันแห่งความรักปนตรุษจีนไปจนถึงวันที่ 26กพ. นี่ สนจ. ยืนยันว่า ไม่ว่าจะมีอะไร “โกลาหลอลหม่าน” หรือเลือดนองท้องช้าง ถ้าดูจากสภาพแวดล้อม ทัศนะวิสัย ดินฟ้าอากาศ เลือดลมของผู้คนทั้งหลาย ทั้งพวกเหลือง แดง พวกไม่เอาใคร
เชื่อ สนจ. เถิด “การเมือง”คือเรื่องของการ “ต่อรองผลประโยชน์” ที่มันแย่ก็คือ มันเอา “ผลประโยชน์ส่วนตัว” เป็นเป้าหมายหลัก แล้วมัน ผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนเป็น สิ่งต่อรองและเป็นเงื่อนไข ที่จะทำให้พวก “มัน” จูบปากกัน หรือไม่ก็ทำลายล้างกันให้อิ๊บอ๋ายไปข้าง
แล้วทุกอย่างก็จะจบลงแบบ “ไอ้ตัวร้ายหลับสบาย”ทุกทีไป….ฮา
พ่อแม่พี่น้องอย่าได้ตื่นตระหนกหรือตื่นตูมอะไรไปกับไอ้ที่เห็นและเป็นอยู่นี้เลย มันก็แค่ ปาหี่และลิเกโรงเดิม คนเล่นก็เดิม ๆ เจ้าของวิกก็คนเดิม แม่ยกพ่อยกก็ก๊วนเดิม ๆ
ดูให้มันเป็น “ตลกคาเฟ่”เสียมั่งก็ได้
บ้านเมืองมันของเราคนเดียวเสียเมื่อไหร่ ก็ถ้ามันอยากจะให้พังก็จะเป็นไรมี…
แถมท้ายกันอีกเรื่อง พรรคพวก สนจ. พาลูกไปสมัครสอบเข้า “ม.1 “ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
ในใบสมัคร มีคุณสมบัติข้อหนึ่งในหลายๆ ข้อของ “ผู้สมัคร”ก็คือ ต้อง “เป็นโสด”
พรรคพวกผมมัน “ด่าแม่” คนเขียนเงื่อนไขคุณสมบัติผู้สมัคร และ “กระทรวงศึกษา” เช็ด มันบอก เพราะคนเขียนและกระทรวงมัน “ซื่อบื้อและปัญญาอ่อน” อย่างนี้นี่เอง…บ้านเมืองเรามันถึงได้ไปไม่ถึงไหน ผู้คนห่วยแตก ไร้ระเบียบวินัย ทำได้ตามใจคือไทยแท้
มันบอกว่า เด็กจบ ป. 6 สอบเข้า ม. 1 ใส่เข้าไปในคุณสมบัติได้ยังไงว่า “ต้องเป็นโสด”
เด็กวัยสิบขวบต้น ๆ มันจะมีหน้าไหน มีผัวมีเมียแล้ว หรือถ้ามันเป็นพวกเด็ก “โค่ง” เรียน กศน. มันจะมีสักกี่คนที่มาสอบเข้าเรียนในระบบ “ปกติ”
มันฝาก สนจ. มีเขียน “ด่า” กระทรวงศึกษาให้หน่อย
สนจ.ก็รับปากทำหน้าที่ให้แล้ว บังเอิญ สนจ.ให้ลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ที่เขามีวิธีคิดที่ “เข้าท่า” โดยเฉพาะการสอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะ “เอาชีวิตและตัวเองให้รอด” ไม่ใช่เรียนรู้ที่จะ “เอาตัวรอด”
สนจ.ก็เลยไม่ต้องไปหงุดหงิดกับคุณสมบัติงี่เง่าในใบสมัคร…ฮา
ขอให้มีความสุขกับเทศกาลวันแห่งความรักและขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวจีน
อย่าไปให้ความสำคัญกับมันเลยดีที่สุด…ไอ้วันเฮงซวยอย่างวันที่ 26 กพ. รับรองไม่มีอะไรในกอไผ่…เชื่อหัวไอ้เตี้ย ไม่ใช่ไอ้เรือง…ฮา






ดูคนเขียน อารมณ์ดี จังเลย ฟังเเล้วมีสุนทรียภาพ