เอกชนญี่ปุ่น มั่นใจ ! ขอยึดไทย เป็นฐานลงทุน
- วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553 15:29
- ข่าวเด่นเศรษฐกิจ
- อ่าน 5 ครั้ง
- ยังไม่มีความเห็น
วันนี้(5 ก.พ.) นายโมเนโนริ ยามาดะ ประธานคณะกรรมการวิจัยทางเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพมหานคร แถลงผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่น ในประเทศไทย ว่า จากการสำรวจนักธุรกิจญี่ปุ่น 395 บริษัท ส่วนใหญ่ยังมั่นใจว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเหมือนปี 2550 โดยทุกอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น แต่เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง
ส่วนใหญ่เชื่อว่า ยอดขายครึ่งปี 2553 จะมีกำไรร้อยละ 85 มั่นใจว่าจะมีกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนโรงงานและเครื่องจักร ในปี 2552-2553 เป็นการซื้อเครื่องจักรใหม่มาเปลี่ยนเครื่องเดิมมากที่สุด และจะมีการใช้เครื่องจักรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายโนเมริ กล่าวต่อต่อถึงแนวโน้มการส่งออก ว่า ร้อยละ 51 ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า จะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีแรกของปี 2553 แต่ยังไม่ฟื้นไปถึงระดับเดิมในปี 2550
สำหรับตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มสดใส คือ อินเดีย ร้อยละ 46 รองลงมาคือ ตลาดอาเซียน ไม่รวมเวียดนาม กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ สหภาพพม่า คิดเป็นร้อยละ 41 สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการกำหนดแผนธุรกิจ มากกว่าร้อยละ 40 ใช้เงินบาทที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนปัญหาด้านการบริหารงาน ร้อยละ 72 ระบุว่า การแข่งขันกับบริษัทอื่นรุนแรงขึ้น รองลงมาคือ ขาดแคลนบุคลากร ในตำแหน่งผู้จัดการ ร้อยละ 44
นายโนเมริ กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย ร้อยละ 42 ต้องการให้มีการพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบด้านศุลกากร รองลงมาคือการพัฒนาปรับเปลี่ยนการใช้งานระบบภาษี ร้อยละ 34 พัฒนาระบบสาธารณูปโภค ร้อยละ 29 สำหรับผลกระทบจากปัญหามาบตาพุด นักลงทุนกังวลผลกระทบทางตรงในหลายอุตสาหกรรม เช่น เคมี ก่อสร้าง งานวิศวกรรม เหล็ก และอโลหะ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า มีเพียง 4 บริษัท หรือร้อยละ 1 ของบริษัทญี่ปุ่น ที่อาจมีการทบทวนแผนการลงทุน
ดังนั้น ในสายตานักธุรกิจญี่ปุ่น จึงยังเห็นว่า ไทยเป็นฐานธุรกิจที่สำคัญในการลงทุนขยายธุรกิจต่อไป และ ยังมุ่งไปในกลุ่มอาเซียน และอินเดีย ต่อไป







