ฮุนเซน – ทักษิณ VS อภิสิทธิ์ – กษิต ความสนุกสนาน ภายใต้ความเสียหายของประเทศไทย และกัมพูชา
- วันเสาร์ 16 มกราคม 2553 14:06
- ข่าวเด่น, ริมน้ำเจ้าพระยา พล.ท.นันทเดชฯ, เรื่องเด่นวันนี้
- อ่าน 733 ครั้ง
- 4 ความเห็น
ฮุนเซน – ทักษิณ VS อภิสิทธิ์ – กษิต
ความสนุกสนาน ภายใต้ความเสียหายของประเทศไทย และกัมพูชา
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
การเดินทางมาประเทศกัมพูชาครั้งใหม่ของคุณทักษิณฯนี้ ยังไม่ทราบจุดประสงค์แน่ชัด ว่ามาทำไม แต่คงไม่ใช่มางานวันเกิดฮุนเซน ตามที่มีข่าวลือในกลุ่มคนเสื้อแดงแน่ เพราะฮุนเซน เกิดวันที่ ๙ เดือน เม.ย.โน้น ถ้าผมจำไม่ผิด หรือจะแวะมาเพื่อดูโครงการเศรษฐกิจใหม่ๆ ของกัมพูชาก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะกัมพูชายังไม่มีแผนทำอะไรในระยะนี้ ดังนั้น การมากัมพูชาของคุณทักษิณฯ จึงเหลืออยู่เพียงเรื่องเดียว คือมาร่วมมือกับฮุนเซน เพื่อต่อสู้กับคุณอภิสิทธิ์ฯ นายกไทย และคุณกษิตฯ รัฐมนตรีต่างประเทศ เท่านั้น
สมาชิกรัฐสภากัมพูชาหลายคนพูดคุยกับผมว่า ทางรัฐสภาฯ กัมพูชา ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับการเดินทางมาของคุณทักษิณฯ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะฮุนเซน มีอำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่ชอบพูดว่าประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นใครจะขัดขวางก็ไม่ได้ สมาชิกสภาฯ ส่วนใหญ่ก็ได้แต่มีความหวังว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคโลกาภิวัฒน์นี้ จะทำให้ประชาชนกัมพูชาตื่นตัวมากขึ้นภายใน ๒-๓ ปีข้างหน้า (จะเห็นได้ว่า พวกนิยมเผด็จการมักจะพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยอยู่ทุกวัน เพื่อปกปิดปมด้วยของตนเองเหมือนกับที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องอยู่ในปัจจุบันนี้)
ทำไมฮุนเซน จึงอยู่ในอำนาจได้ ทั้งๆ ที่ประชาชนกัมพูชาเกลียดชังเกือบครึ่งประเทศ คำตอบก็มีอยู่เพียง ๓ สาเหตุ คือ (๑)ฮุนเซน อ้างเรื่องความใกล้ชิดกับเวียดนามมาข่มขู่คนในประเทศ (๒)ฮุนเซน เอาประเทศไทยมาเป็นตัวโฆษณาชวนเชื่อว่า ไทยจะรุกรานกัมพูชา จึงจำเป็นต้องใกล้ชิดเวียดนามเข้าไว้ และ (๓)ฮุนเซน ร่วมมือกับคนไทย ๒-๓ คน โกงการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชามาแล้ว ๒-๓ ครั้ง (ไม่โกงก็แพ้ไปแล้ว)
ฮุนเซน ไม่ได้มีเชื้อสายเวียดนามแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงฮุนเซนสามารถอ้างเวียดนามขึ้นมาเป็น WALL PAPER เพื่อก้าวขึ้นมาสู่อำนาจสูงสุดของประเทศได้ในระยะแรกเท่านั้น เมื่อเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้ ฮุนเซน ก็ยิ่งแสดง ให้สมบทบาทว่าซี้กับเวียดนามมากขึ้น จนปัจจุบัน เกือบทุกคนก็เกรงอกเกรงใจฮุนเซนในเรื่องที่ซี้กับเวียดนามมาก ซึ่งก็ไม่รู้กันชัดเจนว่า ซี้จริงๆ หรือ ซี้ซั๊วกันแน่ เพราะเวียดนามเองก็ไม่เคยแสดงอะไรออกมามาก ที่จะชี้ได้ว่าซี้กับ ฮุนเซน
เมื่อกษัตริย์กัมพูชาทักท้วงเรื่องที่ดินที่ถูกเวียดนามรุกเข้ามา ฮุนเซนก็ข่มขู่กษัตริย์ว่า จะเปลี่ยนการปกครองประเทศมาเป็นระบบประธานาธิบดี ถ้าทักท้วงอยู่ต่อไป
ต่อมา พลเอก แกกิมยาน อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ทนไม่ได้ที่เห็นเวียดนามรุกที่ดินของกัมพูชา จึงทำหนังสือทักท้วงไปยังฮุนเซน ก็ถูกฮุนเซนสั่งปลดออกจากตำแหน่งทันที
รายสุดท้าย นาย สม รังษี ไปย้ายเสาหลักเขตชายแดนที่เวียดนามปักรุกเข้ามาในเขตกัมพูชาออก เพราะราษฎรร้องเรียนมา ก็ถูกกดดันจนกลับเข้าประเทศไม่ได้ พร้อมพวกที่เป็น ส.ส.อีก ๒-๓ คน
เรื่องทั้งหมดจะไปโทษเวียดนามไม่ได้ เพราะฮุนเซน ยกที่ดินมาเสนอให้เอง แต่ฮุนเซนก็ได้ประโยชน์กลับไป เพราะทุกคนเชื่อสนิทว่า ฮุนเซนมีเวียดนามหนุนหลังจริงๆ จึงไม่มีใครกล้าหือกับฮุนเซน ไม่ว่าฮุนเซน จะทำอะไร ปัจจุบันฮุนเซนก็นำลูกไม้อันนี้มาใช้ในการข่มขู่ประเทศไทยเช่นกัน แต่ไม่ได้ผล นอกจากนั้น ฮุนเซน ก็เชื่อว่าถ้าคุณทักษิณฯ หรือพรรคการเมืองของคุณทักษิณฯ มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล ก็คงจะยอมยกดินแดนไทยบางส่วนให้ฮุนเซนบ้าง เพื่อเป็นการตอบแทนเช่นเดียวกับที่ฮุนเซนตอบแทนแก่เวียดนาม โดยหารู้ถึงนิสัยใจคอของคนไทยที่แท้จริง ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ถ้าลองยกที่ดินให้กัมพูชาแบบไร้เหตุผลละก็ ต้องโดนไล่ออกแน่นอน เพราะประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ รัฐบาลจะมาบังคับกะเกณฑ์อะไรที่ไม่ชอบด้วยเหตุผลไม่ได้แน่นอน (กลุ่มคนเสื้อแดงเอง ก็คงรู้ดี และมีประสบการณ์มาแล้วว่า การเคลื่อนไหวแบบนี้ ทำได้ในประเทศไทยเท่านั้น ลองไปทำในกัมพูชา, เวียดนาม หรือ ลาว ละก็โดนทุบแน่นอน) ซึ่งตรงกันข้ามกับกัมพูชาที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบมานานแล้ว จึงสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ก็ระวังให้ดี ซึ่งไม่น่าจะเกิน ๒ – ๓ ปีต่อไปนี้ ฮุนเซนจะต้องน้ำตาตกแน่นอน
ปัจจุบันนี้ คุณทักษิณฯ ยังห่างไกลข้อมูลของการเมืองไทยมาก เหมือน กับที่เคยดูถูกปัญหาความรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เหมือนกับที่เคยดูแคลนกลุ่มพันธมิตรฯ มาก่อน เช่นเดียวกับฮุนเซน ที่ยังอ่านการเมืองไทยไม่ขาด แม้จะมีหน่วยข่าวกรองของกัมพูชาทำงานอยู่ในไทย แต่การรายงานข่าวกรองไปให้ฮุนเซนอ่าน ก็คงจะต้องบิดเบือนไปให้ถูกใจฮุนเซนด้วย ตามระบบเผด็จการ
แนวทางการเคลื่อนไหวกดดันต่อรัฐบาลไทยของทักษิณฯ – ฮุนเซน ในห้วงเวลาต่อไป จึงน่าจะประกอบด้วยการดำเนินงานหลายรูปแบบรวมกันกดดันต่อรัฐบาล ซึ่งสรุปแนวทางหลักๆ ได้ว่า
๑.มีการโจมตีประเทศไทยอย่างรุนแรงทั้งจากสื่อมวลชนกัมพูชา และคนในรัฐบาลกัมพูชาเอง (ประเด็นนี้ เริ่มมาแต่ ๙ เม.ย.๕๓ แล้ว จนดูเสมือนสื่อมวลชน
กัมพูชาทำหน้าที่เป็นสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่นการใช้คำ ระบบอำมาตย์, ๒ มาตราฐาน, คนเสื้อเหลือ, การพาดพิงต่อสถาบันฯ ฯลฯ)
๒. จะมีการจัดอภิปรายไม่ไว้วางใจกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง (มี ส.ส.ในเพื่อไทยหลายคน ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ไม่มีใครสนใจการอภิปราย)
๓. การจัดชุมนุมคนเสื้อแดงจะมีขึ้นพร้อมกัน ทั้งใน กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
๔. จะมีการสนับสนุนกลุ่มที่มีปัญหาเดือดร้อนต่างๆ ให้เข้ามาร่วมชุมนุมด้วย ในระยะเวลาเดียวกัน
การกระทำทั้ง ๔ เรื่องนี้ ถ้าดำเนินงานโดยสงบ แม้จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ก็คงทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ คุณอภิสิทธิ์ฯ กับคุณสุเทพฯ เริ่มเป็นงานมากขึ้น การเลือกตัวคนมาใช้ การปิดช่องโหว่ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ตามลำดับ นอกจากนั้นยังเป็นผลทำให้ พรรค ปชป. กับ พรรคภูมิใจไทย สามัคคีกันมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงเอง ดังนั้นมีวิธีเดียวที่ทักษิณฯ – ฮุนเซน จะชนะ ได้ คือการทำให้เกิดเหตุการณ์เดือน เม.ย. รอบ ๒ ขึ้น ซึ่งถ้าสร้างเป็นภาพยนตร์ ก็ต้องมีการปรับปรุงดัดแปลง บทภาพยนตร์เสียใหม่ ให้ตื่นเต้นเร้าใจ และหักมุมจบแบบที่คนดูคาดไม่ถึง ซึ่งอาจมีนักแสดงต่างชาติเข้าร่วมด้วยก็ได้ ส่วนรัฐบาลเอง แม้จะได้เปรียบแต่ก็อย่าประมาท อย่าเอาประเทศชาติไปเดิมพันกับคนสติไม่ดีเป็นอันขาด คอยดูกันต่อไป อย่ากระพริบตาครับ









วิเคราะห์ วิจารณ์ได้เด็ดขาดครับ เลื่อมใสครับ
โดยส่วนตัวป้า …. ตึ๊ด ตืด ต๊ด ตืด … (เสร็จจากการคุยมือถือ) อ่ะ ต่อๆ โดยส่วนตัวป้ามองว่าสุดท้ายจะไม่มีอะไรในกอไผ่เขอะ เพราะทักษิณจะโดยยึดทรัพย์ และสุดท้ายก็จะฝ่อไปเอง คงไม่เอาเงินมาลงแล้ว แต่อะไรก็ไม่แน่นอนนะเค๊อะ โฮ่งงงง … เป็บชี่ เป็นอารายยยย
เรียน ท่านผู้อ่าน เรื่องนี้เขียนโดย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ นะครับ ท่านจะมาเขียนให้ เจ้าพระยา เป็นประจำครับ ติดตามอ่านและแสดงความเห็นได้เต็มที เอ๊ย เต็มที่ครับ
เป็นบทวิเคราะห์ที่ดีมากเลยครับอ่านปุ๊ปก็เข้าใจเลยว่าใครเป็นใครขอให้มาบ่อยๆนะครับจะรอชม