ขบวนการสร้างเครดิตการเมือง

 

          เมื่อได้ฟังคำพิพากษาของศาล นายชุติพงษ์ต้องถูกจำคุก 7 ปี ถูกปรับ 1 แสนบาทไทย ก็แทบจะช็อก ถือเป็นความเลวร้ายที่สุดของครอบครัว อย่างไรก็ตามครอบครัวเราอยากขอขอบคุณรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศทุกคน ที่พยายามช่วยเหลือทุกทาง จนทราบคำพิพากษาว่าลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี ทั้งที่ลูกไม่ใช่ผู้กระทำผิด

          จึงอยากขอกระทรวงต่างประเทศว่าจากนี้ไปจะขอรับความช่วยเหลือจากพล..ชวลิต พ...ทักษิณ และทางพรรคเพื่อไทย เพียงทางเดียว เนื่องจากระทรวงต่างประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซน มาโดยตลอด ดังนั้นการติดต่อสื่อสารที่ผ่านมาจึงมีอุปสรรคอย่างมาก อยากขอร้องว่าระยะนี้ขอให้ช่วยชะลอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องยืดยาวต่อไปอีก ตนทราบว่าพ...ทักษิณ พล..ชวลิต และพรรคเพื่อไทย มีความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีกว่า ดังนั้นเพื่ออิสรภาพของลูกเหนือสิ่งอื่นใดที่สุด จึงต้องเลือกพึ่งบารมีพล..ชวลิต พ...ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้คิดเกินเลยไปว่าใครได้หรือเสียหน้า คนที่เสียที่สุดคือนายศิวรักษ์ ต้องเสียอิสรภาพ ชื่อเสียง หน้าที่การงาน รวมทั้งแม่และน้องชาย ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย

          เมื่อวันที่ 8 .. ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์และได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการไทยคนหนึ่ง ออกมาระบุว่านายศิวรักษ์คือคนไทยคนหนึ่งที่ไปก่อเหตุในต่างแดน รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนี้มาก ลูกเป็นผู้ก่อเหตุอย่างนั้นหรือ หากนายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่โทรศัพท์ไปหานายศิวรักษ์ คำพูดแค่ 2-3 ประโยคว่า เช็คให้หน่อย ผลที่ออกมาคือลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี มันไม่คุ้มกันเลย หากนายคำรบ หรือผู้ที่อยู่เหนือกว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษ นายคำรบต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำของคุณด้วย อย่าปกป้องผู้ทำผิด โดยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษถึง 7 ปี สังคมจะได้รู้ความจริงว่า ที่วันนี้ไม่มีชื่อนายคำรบและอาชีพของนายคำรบ ทำให้ได้กลับมาประเทศไทยได้อยู่อย่างสุขสบาย ในขณะที่นายศิวรักษ์ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นโดยลำพัง ที่คุมขังไม่มีแอร์ อาหารไม่อร่อย

          อยากขอบคุณพ...ทักษิณ ที่เคยพูดว่าจะช่วยนายศิวรักษ์แม้จะคิดร้ายต่อท่าน แต่นายศิวรักษ์ไม่เคยคิดร้ายกับท่านเลย การที่ท่านไม่ติดใจถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครับครัวของเราที่ท่านเมตตา ส่วนพล..ชวลิตเป็นยิ่งกว่าญาติที่ออกมาช่วยเหลือครอบครัว แต่บางคนไม่ช่วยอะไรแต่ออกมาขวางความมีน้ำใจของพล..ชวลิต ซึ่งท่านเป็นชาวนครพนมเหมือนกัน เป็นผู้ปิดทองหลังพระมาตั้งแต่ต้น ตนไม่เคยได้แจ้งให้ใครทราบมาก่อนว่าพล..ชวลิตบอกกับตนว่าอยากให้รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือก่อนแล้วท่านจะคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งงานนี้รัฐบาลต้องช่วยอยู่แล้วเพราะสาเหตุมาจากนายคำรบ

          ไม่มีแม่คนไหน ยอมเอาลูกตัวเองไปเสี่ยงกับสถานการณ์เลวร้ายนี้ เอาลูกไปติดคุกเพื่ออะไรแค่คิดก็ถือว่าเลวสุดๆแล้ว ออกไปสร้างละคร ไปสร้างสถานการณ์แล้วครอบครัวเราได้อะไร ลูกนอนอยู่ในคุกแล้วแม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ อยากขอร้องว่าสิ่งที่แม่พูดมาจากใจจริง เราคนไทยด้วยกันช่วยคนไทยด้วยกันดีกว่า อย่ามัวขัดแย้งกันเลย อย่างน้อยก็เพื่ออิสรภาพของนายศิวรักษ์ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากทุกคน

          ตอนนี้ขอความช่วยเหลือจากพล..ชวลิตก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้น่าจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่สถานการณ์ขณะนี้ขอรับความช่วยเหลือจากพล..ชวลิต พ...ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า กำลังหารือกับทนายเพื่อดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด หากขอพระราชทานอภัยโทษซ้อนกันอาจเกิดปัญหาได้ ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เราขอรับผิดและจะไม่อุทธรณ์

สิมารักษ์ ณ นครพนม          ฟังจากข้อความที่ โฟนอินมาที่โทรศัพท์มือถือของ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกขบวนการทักษิณแล้ว สะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูก

          เพราะมันเห็นได้ชัดเจนว่า นางสิมารักษ์ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของขบวนการทักษิณไปเต็มๆ

          เป็นขบวนการที่พยายามสร้างเครดิตทางการเมืองให้ตัวเอง ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดทั้งในและระหว่างประเทศ

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำพูดของนางสิมารักษ์ ที่ป้ายสีมาที่เจ้าหน้าที่ของไทย ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่น่าหลุดปากออกมา ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆทั้งสิ้น

          เพราะฉะนั้นคำกล่าวอ้างของนางสิมารักษ์ที่ว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกนั้น จึงไม่น่าจะถูกต้องเสียทั้งหมด

          ที่สำคัญการที่นางสิมารักษ์พูดประหนึ่งว่ากระทรวงการต่างประเทศของไทยมีปัญหากับรัฐบาลกัมพูชานั้น ก็ยิ่งทำให้เห็นว่านางสิมารักษ์มีมุมมองในเรื่องนี้แคบมาก

          เพราะถ้านางสิมารักษ์ไม่มีใจเอนเอียงมาทางขบวนการทักษิณแต่แรก ก็คงต้องทราบดีว่าต้นเหตุที่ทำให้รัฐบาลไทยและกัมพูชามีปัญหากัน ก็ล้วนเกิดมาจากฝีมือของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ที่นางสิมารักษ์กำลังขอความช่วยเหลืออยู่นั่นเอง

          เพราะทันทีที่บิ๊กจิ๋วเดินทางไปเยือนกัมพูชาเมื่อสองเดือนก่อน ปัญหาก็เกิดตามมาทันที

          ที่ถูกแล้ว หากจะต้องมีการกล่าวโทษกัน นางสิมารักษ์ควรจะกล่าวโทษไปที่คนไทยที่เป็นต้นเหตุของปัยหาทั้งปวงนั่นมากกว่า

          แต่ที่นางสิมารักษ์ เชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตาว่าบิ๊กจิ๋วและนักโทษทักษิณจะช่วยเหลือได้นั้น น่าจะเป็นเพราะความเป็นสีแดงของนางสิมารักษ์มากกว่าอย่างอื่น

          เรื่องนี้ ไม่มีใครระบุแต่แรกว่านางสิมารักษ์ลงทุนจัดฉากร่วมกับนักโทษทักษิณถึงขนาดยอมให้ลูกชายตัวเองติดคุก

          หากที่สังคมเริ่มตั้งคำถาม ก็มาจากท่าทีในภายหลังมากกว่า เพราะเห็นได้ชัดว่าขบวนการทักษิณกำลังฉวยโอกาสนี้ในการช่วงชิงเครดิตทางการเมือง และนางสิมารักษ์ก็เข้าไปเป็นผู้เล่นในเกมนี้โดยไม่รู้ตัว โดยมีลูกชายตัวเองเป็นเหยื่อทางการเมืองของขบวนการทักษิณ

          เหตุที่บอกว่าเป็นการช่วงชิงเครดิตทางการเมือง ก็เพราะมีความผิดปกติหลายอย่างจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่

          หนึ่ง- ข่าวดังกล่าวถูกปูดขึ้นในวันที่ 13 .. ภายหลังจากที่วิศวกรไทยถูกจับกุม 2 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่นักโทษทักษิณ ชินวัตรเดินทางมาพำนักที่กรุงพนมเปญในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา

          สอง- ทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกปูดขึ้น ก็ได้รับการโหมกระพือจากขบวนการทักษิณที่อยู่ในประเทศ พร้อมกับการปล่อยข่าวลอบสังหารนักโทษทักษิณ

          น่าสังเกตว่านับตั้งแต่สังคมพากันตกใจกับข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ข่าวการให้สัมภาษณ์ไทส์ม ออนไลน์พาดพิงสถาบันของนักโทษทักษิณถูกกลบไปอย่างสิ้นเชิง

          สาม- ในช่วงของการจับกุมนักโทษทักษิณอยู่ที่กรุงพนมเปญตลอด แต่กลับไม่พูดถึงข่าวดังกล่าวเลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งช่วงที่ 50 ..เพื่อไทยลาประชุมสภาเพื่อไปพบนักโทษทักษิณก็ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้

          สี่- “ขบวนการทักษิณใส่สีตีข่าวเพื่อซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการออกมาแฉเทปลับ ซึ่งอ้างว่าเป็นการสั่งการของกษิต ภิรมย์รมว.ต่างประเทศไปยังสถานทูตไทยในกัมพูชาให้หาตารางการบินของนักโทษทักษิณ

          มิหนำซ้ำยังถือโอกาสขยายปมลองสังหาร ด้วยการอ้างว่าทางการไทยถึงขนาดส่งเครื่องบินเอฟ-16 ตามประกบเครื่องของนักโทษชายทักษิณ

          ห้า-ให้หลังจากนักโทษทักษิณบินกลับไปดูไบไม่กี่ชั่วโมง ก็เริ่มแสดงบทพระเอกในการรับปากจะช่วยเหลือเหยื่อโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวกับฮุนเซ็น

          หก- น่าสังเกตท่าทีของนางสิมารักษ์ที่ภายหลังจากรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังมาตั้งแต่แรก

          แต่น่าแปลกที่สิมารักษ์กลับวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือ นักโทษทักษิณและบิ๊กจิ๋วทั้งๆที่สองคนนี้เป็นต้นเหตุของปัญหา และไม่ได้แสดงท่าทีช่วยเหลือใดๆ ซึ่งหากจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในการช่วยเหลือตั้งแต่ที่ตนเองยังอยู่ที่พนมเปญแรกก็สามารถทำได้

          เจ็ด- น่าสนใจด้วยว่าความเคลื่อนไหวในการช่วยเหลือลูกชายของสิมารักษ์กลับอยู่ในการคุมเกมของขบวนการทักษิณแทบทุกฝีก้าว

          ไล่ตั้งแต่การส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจาก “นักโทษทักษิณ” ต่อด้วยการแถลงข่าวร่วมกับพรรคเพื่อไทย การเดินสายไปเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำไปรซอครั้งที่สองพร้อมกับออกข่าวได้รับการต้อนรับอย่างดี ไล่ไปจนถึงการตัดสินใจขอเปลี่ยนตัวทนายหลังกลับจากเยี่ยมลูกชายครั้งที่สอง

          กระทั่งมาถึงจุดไฮไลท์ล่าสุดคือการประกาศความจำนงค์ไม่ขอต่อสู้คดี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง

          แต่เลือกหนทางที่จะขออภัยโทษแทน โดยที่ “บิ๊กจิ๋ว” ได้ร่างหนังสือขออภัยโทษรอไว้ล่วงหน้า คล้ายกับล่วงรู้คำตัดสินแล้ว ยังไงยังงั้น

          หากจะบอกว่า “สิมารักษ์” เพียงแค่ต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยลูกชาย จะเป็นคำตอบที่ฟังขึ้นหรือไม่ ???

          เพราะทุกย่างก้าวของ “สิมารักษ์” ล้วนเป็นการโยนเครดิตทางการเมืองให้กับ “นักโทษทักษิณ” เพียวๆ โดยไม่นำพาต่อการหยิบยื่นช่วยเหลือใดๆของทางการไทยแม้แต่น้อย

          ทั้งๆที่ทางการไทย ให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน กระบวนการอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

          แปด- “นักโทษทักษิณ” ยังคงจ้องฉวยประโยชน์จากสถานการณ์จนวินาทีสุดท้าย สังเกตจากก้าวย่างของ “สิมารักษ์” ที่ชิงประกาศว่าจะขออภัยโทษแทนการอุทธรณ์เพื่อสู้คดี ทั้งๆที่ศาลยังไม่ตัดสิน

          กรณีหาก “นักโทษทักษิณ” สามารถใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึง “ศิวรักษ์” ได้รับการอภัยโทษขึ้นมาจริงๆ

          “นักโทษทักษิณ” ก็จะใช้เหตุการณ์อภัยโทษนี้ มาเทียบเคียงกับการขออภัยโทษของตัวเองในคดีที่ดินรัชดา

          งานนี้ “นักโทษทักษิณ” รวมถึงขบวนการทักษิณ จะได้ความสะใจที่ตบหน้ารัฐบาลไทย ที่ไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านไว้ได้

          พร้อมกันนั้นก็เตรียมนำความพ่ายแพ้จากการที่ “ศิวรักษ์” ไม่ขอต่อสู้คดีขึ้นมาโจมตีรัฐบาลประชาธิปัตย์ ทำนองว่าได้สั่งการให้มีการจารกรรมข้อมูลจริง

          ขณะเดียวกัน “นักโทษทักษิณ” ก็สามารถช่วงชิงเครดิตทางการเมืองที่สามารถช่วยเหลือวิศวกรไทยได้สำเร็จมาเป็นผลงานชิ้นโบแดงของตนเอง

            เพราะฉะนั้นงานนี้ สิมารักษ์จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การกระทำของตนเอง ไม่ได้เพื่อผลทางการเมืองใดๆ นอกจากช่วยลูกชายตนเอง

         

////////////////////////

          นายปกครอง

ความเห็น

  • น้องอ้อย wrote on 9 ธันวาคม, 2009, 15:50

    เจ็งมากครับ วิเคราะห์ขาดอย่างเรง ง ง ง

  • คอละคร wrote on 10 ธันวาคม, 2009, 13:27

    อ่านสคริปต์ละครเรื่องนี้แล้ว คิดถึง สมพงษ์ เลือดทหาร จังเลย
    รายนั้นโกหกได้เนียนกว่าอีก
    นางสิมารักษ์
    เล่นละครได้ไม่เนียนเลย ต้องให้ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ฝึกศิลปการแสดงอีกเยอะ
    อย่างไรก็ดี สงสารลูกชายที่มีแม่แบบนี้ คงไม่มีใครอยากเป็นสะใภ้บ้านนี้
    แน่ ๆ แม่ผ้วมารยาสาไถซะขนาดนั้น

  • sheva wrote on 15 ธันวาคม, 2009, 11:25

    เขียน ยาวไปครับ ดูไม่น่าสนใจ เอาเเต่ประเด็นได้มั้ย




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

chaopraya เขียน 2772 เรื่องบนเว็บไซต์นี้