มติกกต. “มานิต นพอมรบดี” ขาดคุณสมบัติเป็น รมช.สธ

มานิต รมช.สธวันนี้ (4 พ.ย.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงผลการประชุม กกต. ว่า จากกรณีที่ กกต. เคยมีมติว่า ส.ส. 29 คน ถือครองหุ้นต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 (2) (4) และเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (6) ไปแล้วนั้น หลัง กกต. มีมติดังกล่าว เห็นว่า ในจำนวนของ ส.ส.ทั้งหมด มีผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา กกต.จึงมีมติให้คณะกรรมการไต่สวนไปสอบเพื่อเติมว่า ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีการถือหุ้นต้องห้ามจนถึงวันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่

โดย นายสุทธิพลกล่าวว่า ในการประชุม กกต.ครั้งนี้ กกต.ได้พิจารณาความเห็นของคณะกรรมการไต่สวน และมี มติเสียงข้างมากเห็นตามที่คณะกรรมการไต่สวนเสนอว่า ในจำนวน ส.ส.ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบนั้น มีจำนวน 6 ราย ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และเมื่อตรวจสอบข้อมูลว่ามีการถือครองหุ้นต้องห้ามในสื่อ และบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานของรัฐหรือไม่ พบว่ามีรัฐมนตรีถือครองหุ้นดังกล่าวจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นาย เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และในจำนวนนี้ มีเพียงรายเดียวที่ถือครองหุ้นต้องห้ามจนถึงวันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ในวันที่ 20 ธันวาคม 2551 คือ นายมานิต

ทั้งนี้ นายสุทธิพล กล่าวว่า หุ้นที่นายมานิต ถือครองนั้น เป็นหุ้นใน บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 หุ้น ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2545-7 ตุลาคม 2552 และยังถือครองหุ้นใน บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด มหาชน ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2547 จำนวน 4 ล้านหุ้น ต่อมาได้มีการขายออกทั้งหมดจำนวน 17 ครั้ง ล่าสุด ขายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2551 การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ประกอบมาตรา 267 อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดเฉพาะตัวตามมาตรา 182 (7) ของรัฐธรรมนูญ จึงให้สำนักวินิจฉัยและคดีดำเนินการส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามมาตรา 182 วรรค 3

อย่างไรก็ตาม ที่ กกต.มีมติเป็นเพียงความเห็น จะมีผลในเรื่องของการต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ความเห็น




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

chaopraya02 เขียน 3739 เรื่องบนเว็บไซต์นี้