พล.อ.ชวลิต ชราภาพ จนแปลคำว่า “กาละเทศะ”ไม่ถูก!
- วันพุธ 4 พฤศจิกายน 2552 15:25
- ข่าวเด่น, รายงานพิเศษ, เรื่องเด่นวันนี้
- อ่าน 172 ครั้ง
- 2 ความเห็น
พล.อ.ชวลิต ชราภาพ จนแปลคำว่า “กาละเทศะ” ไม่ถูก !
ภาณุมาศ ทักษณา
ในอดีต ผมเคยชื่นชม ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอกที่เป็น “มือทำงาน” ให้ “ป๋าเปรม” ในลักษณะที่ชายชาติทหารมักยึดมั่นกับคำว่ามี “นายเดียว”
ผมเคยชื่นชม ชวลิต ยุงใจยุทธ อดีตนายพลเอก ที่รักและชื่นชมการเมือง ถึงขั้นยอม “เข้าทางตรอกออกทางประตู” คือ ลาออกจากราชการทหาร เพื่อตั้งพรรคการเมือง ไต่เต้าจากการเป็นนักการเมืองไป สู่ตำแหน่งที่ตัวเองมุ่งมาดปรารถนาคือ นายกรัฐมนตรี
ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่เคยคิด “ใหญ่ทางลัด” ด้วยการทำปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง ดังนั้นเมื่อเป็นนักการเมืองแล้ว จึงมีความอ่อนด้อยประสบการณ์บางอย่าง จนดูเหมือนตามนักการเมืองบางคนไม่ทันก็ตาม
ผมเคยชื่นชม ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอกที่เป็น “มือประสาน” ที่สามารถจูงใจผู้คนในแวดวงต่าง ๆ ให้เห็น หรือคล้อยในแนวความคิดหลาย ๆ อย่างของท่าน ในสมัยที่ท่านครองอำนาจอยู่
แล้วผมก็ต้องเสียดาย….
เสียดายที่ ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอก “ไม่ยอมใช้ความสามารถ” ในการเป็น “มือประสาน” แก้ปัญหาหลายต่อหลายอย่างให้แก่ประเทศชาติได้ ในระหว่างที่ครองตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี
พูดไปทำไมมีว่า “นับแต่คณะราษฎรทำการปฏิวัติ รัชกาลที่ ๗ ซึ่งพระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ที่จะให้อำนาจนี้แก่ประชาชน ไม่ใช่บุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
อำนาจอธิปไตยยังไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีรัฐบาลที่เป็นของประชาชนและดำเนินการเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง”
พูดทำหรือ ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอก…ลืมแล้วหรือว่า ปีปลายปี พ.ศ.๒๕๓๙ ต่อเนื่องปี พ.ศ.๒๕๔๐ นั้น ……ใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคความหวังใหม่ของท่านเป็นรัฐบาล และตัวท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หรือ..
เหตุใดจึงไม่สนองพระราชประสงค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ ๗ ด้วยการมอบอำนาจให้แก่ประชาชนเล่า
เหตุใดจึงเอาอำนาจของประชาชนไปมอบให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายพันตำรวจโท หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ทำให้ในที่สุดอำนาจอธิปไตยที่ควรเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ต้องตกเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งคือ ทักษิณ ชินวัตร เล่า
พูดไปทำไมมีว่า “ปัญหาภาคใต้ก็คือการสร้างภาพจำลองของการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรม”
ท่านบอก “ไปถามคนในภาคใต้ดู ว่าเขาจับปืนขึ้นมาต่อสู้เพราะอะไร ก็เพราะความขัดแย้งจากการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นธรรม เหมือนกันทุกอย่าง”
ใช่ครับ ชวลิต ยงใจยุทธ…คนในภาคใต้ต้องสู้เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม
แต่คนภาคใต้เพิ่งจะไม่ได้รับความเป็นเมื่อวานนี้ อย่างนั้นหรือ ?
คนภาคใต้เพิ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม ในรัฐบาลผสมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระนั่นหรือ
เปล่าเลย… คนภาคใต้ไม่ได้รับความเป็นธรรมมานานนับกัปป์นับกัลป์แล้ว แต่เขาก็อยู่กันอย่างอดทน อดกลั้น…จนกระทั่งปรอทแตก
เมื่อทักษิณ ชินวัตร เข้ามามีอำนาจทางการเมือง.. การเข่นฆ่าประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
การอุ้มฆ่าทนายความของประชาชน เกิดขึ้นในยุคที่ทักษิณเป็นรัฐบาลใช่ไหม
…และใช่ไหม ที่ท่านเคยได้รับมอบหมายให้ลงไปดูแล และหาทางแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรีมาแล้ว
ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอก เคยเป็นถึง ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เคยเป็นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ท่านยอมลึกซ้ำกับคำว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ” ดีกว่าประชาชน เพราะคำ ๆ นี้มีไม่กี่คนหรอกนะครับ ที่เข้าใจความหมายของมันว่า คืออะไร…
พูดไปทำไมมีว่า “จะแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการตั้ง นครรัฐปัตตานี”
พูดไปทำไมมีว่า “ปัญหาบ้านเมือง แก้ได้ไม่ยากเย็น เพียงแต่ผู้ที่มีอำนาจในวันนี้ ซึ่งมีอำนาจและความรับผิดชอบต้องแก้ไขปัญหา จะต้องแก้ ถ้าท่านไม่แก้…คนที่ไม่มีอำนาจคือพี่น้องประชาชนเขาจะลุกขึ้นมาแก้ แล้ววันนั้นคือวันที่พวกเราจะเสียใจ เพราะอย่างน้อยที่สุดวิธีการแก้คือต้องใช้ความรุนแรง…”
คำพูดเยี่ยงนี้ละหรือ คือ วิธีสร้างความปรองดองให้คนในชาติ
คำพูดเยี่ยงนี้ละหรือ คือ การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ๑ ใน ๔ ของกรณีเร่งด่วนที่ ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอกประกาศต่อหน้าสมาชิกพรรคเพื่อไทย แล้วสื่อสารมวลชนนำออกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ ว่าชวลิต ยงใจยุทธ กลับมาทำไม ?
ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอก ประกาศว่า กลางเดือนนี้จะเดินทางไปพบผู้นำประเทศมาเลเซีย จากนั้นจะเดินทางไปพม่า ไปจีน ไปเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศเหล่านั้นในฐานะ “เพื่อนเก่า-เพื่อนแก่”
ตามนโยบาย “ไทยร่มเย็น เป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้าน” ของพรรคเพื่อไทย
แนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีและน่าสรรเสริญ และควรดำเนินการอย่างยิ่ง หากวันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มี ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศ
แต่วันนี้ไม่ใช่นะครับ วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคฝ่ายค้าน และ ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายพลเอก ก็เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ที่หาได้มีตำแหน่งใด ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรไม่
คำว่า “กาละเทศะ” แปลได้สองสถานนะครับ
หนึ่งคือ เวลาและสถานที่
หนึ่งคือ ความควรไม่ควร
ปีนี้ท่านชราภาพลงไปมาก จึงอาจเข้าใจความหมายของคำว่า กาละเทศ สับสนไปบ้าง
อายุเฉียด ๘๐ ปีของท่าน เป็นห้วงเวลาแห่งการพักผ่อนร่างกาย จิตใจ และสมอง ที่กรำงานมาแล้วอย่างยาวนาน
ท่านรับใช้บ้านเมืองมามากแล้วครับ ตอนนี้ปล่อยเรื่องของบ้านเมืองให้รุ่นลูกรุ่นหลานที่เขา “มีหน้าที่” ต้องทำ ได้รับผิดชอบเถอะครับ
ผมเชื่อว่า หากรัฐบาลนี้มีทีท่าว่าจะทำให้ชาติล่มจมละก้อ คนรุ่นเดียวกันคงไม่ปล่อยปละละเลย เหมือนที่เคยขับไล่ใครบางคนจนกระเจิดกระเจิงมาแล้วยังไงล่ะครับ !









การทำร้ายคนใต้ที่มัสยิดกรือเซะ ใครเป็นคนทำ พัลลพใช่หรือไม่ แต่ตอนนี้บิ๊กจิ้ว ก็กำลังจูบปากกับพัลลพ หมายความว่าอย่างไร พี่น้องใต้อย่าลืมจุดนี้ การรู้จักกาละเทศะ หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนหนุ่มสาว หรือคนชรา แต่ขึ้นอยู่กับ ความดี และ เลว ในตัวคนคนนั้นว่าอย่างไหนมีมากกว่ากัน
โจรห้าร้อยที่ไปหลบซ่อนตัวในมัสยิดกรือเซะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของชาวมุสลิม ควรที่ชาวมุสลิมจะช่วยกันประนาม สาปแช่ง คนพวกนี้ การเข่นฆ่าคนบริสุทธฺ์ ทำร้ายเด็กด้วยการเผาโรงเรียน อย่างนี้ จะเรียกว่าคนดี ได้หรือ