เมื่อพ่อหายป่วย…..โดย วสิษฐ เดชกุญชร
- วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2552 8:48
- ข่าวเด่น, บทความรับเชิญ, เรื่องเด่นวันนี้
- อ่าน 1 ครั้ง
- 4 ความเห็น
เมื่อพ่อหายป่วย
โดย วสิษฐ เดชกุญชร
กว่าผมจะเห็นข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ ฯ ลงจากที่ประทับบนชั้นที่ ๑๖ ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ก็เป็นเวลาบ่ายสี่โมงวันนี้ (ศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒)
ผมนั่งพนมมือและตะลึงดูภาพข่าวบนจอวิทยุโทรทัศน์ รู้สึกว่าขนลุกซู่ไปทั้งตัว ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดกับผมมาก่อน ผมจ้องดูภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งกำลังประทับบนรถเข็น โดยไม่ยอมให้คลาดสายตา
และเมื่อเห็นภาพผู้ที่คอยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชร้องไห้ ผมก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่
ต้องร้องไห้ออกมาด้วย
น้ำตาของเรา เป็นน้ำตาของความปีติยินดี เป็นน้ำตาของความจงรักภักดี มันไหลออกมาเพราะรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะของเรา ทรงหายพระประชวรแล้ว หลังจากที่ประทับให้แพทย์ถวายการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช นานถึง ๓๔ วัน
สีพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่อความสมบูรณ์ของพระวรกาย และการที่แพทย์ยอมให้เสด็จพระราชดำเนินลงมาได้นั้น ยืนยันความมั่นใจของแพทย์
ภาพข่าวที่ได้เห็นในวันนี้ เป็นภาพข่าวที่เป็นมงคลวิเศษที่สุดภาพหนึ่งในชีวิตของผม ผมเชื่อว่า สำหรับคนไทยอื่น ๆ ที่ได้เห็นภาพนั้น และได้ยินข่าวนั้น ก็เช่นเดียวกัน
เรารู้ว่า ตลอดเวลากว่า ๖๐ ปีที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศทั้งพระราชหฤทัยและพระวรกายให้แก่ประชาชนคนไทยและแก่เมืองไทย อย่างมิทรงรู้เบื่อหรือเหน็ดเหนื่อย
เพราะทรงตรากตรำพระวรกาย และเพราะพระชนมายุที่สูงขึ้น จึงทรงพระประชวร และคราวนี้พระอาการหนัก
เช่นเดียวกับเมื่อทรงพระประชวรหนักครั้งแรก ใน พ.ศ.๒๕๑๘ หรือเมื่อ ๓๔ ปีมาแล้ว คนไทยทั้งประเทศได้แต่เฝ้าห่วงและวิตก ครั้งนั้นยิ่งกว่าครั้งนี้ เพราะขณะนั้นประทับอยู่ที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ บนดอยสุเทพ ที่เชียงใหม่ นอกจากข้าราชบริพารผู้มีหน้าที่แล้ว ไม่มีใครขึ้นไปเฝ้า ฯ ลงชื่อถวายพระพรได้ เราได้แต่บนบาลศาลกล่าว ถือศีล ทำบุญถวายพระราชกุศล และอธิษฐานขอให้ทรงหายพระประชวร
แล้วก็ทรงหายพระประชวรจริง ๆ
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แรงใจของคนไทยทั่วโลกปรากฏผล ทรงหายพระประชวรอีก
ทำให้กำลังใจของผมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
กำลังใจที่จะตามรอยพระยุคลบาท อุทิศทั้งใจและกาย ทำหน้าที่ของตนต่อไป ทำทุกสิ่งที่รู้ว่าเป็นประโยชน์แก่เมืองไทย ทำให้สุดความสามารถ
ขอเชิญชวนท่านผู้อ่าน ให้ร่วมกันถือศีล และตั้งจิตมั่นให้เป็นสมาธิ แล้วส่งแรงใจของเราถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป อย่าหยุดยั้ง ทำทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะมากหรือน้อย
ขอให้เชื่อว่า เพราะผลของศีลและสมาธิ ใจของเราคนไทยจึงมีพลังมหาศาล ขอให้ร่วมกันใช้พลังนี้ส่งเมตตาและกรุณาไปถวายเป็นของเยี่ยม เป็นปฏิบัติบูชาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงทรงหายพระประชวร จงทรงพระเกษมสำราญ
และจงทรงพระเจริญ.









เมื่อวานเห็นข่าว ตอนบ่ายโมง น้ำตาไหล และพนมมือหน้าจอทีวีเหมือนท่าน เหมือนกัน เป็นข่าวดีที่สุดในชีวิต น้ำตาไหลทุกครั้งที่เห็นข่าว เก็บภาพพระองค์ท่านไว้ เป็นมิ่งขวัญของตัวเอง ดีใจ ดีใจที่สุด
ผมเชื่อว่าคนไทยที่จงรักภักดีในพระองค์ คงมีความรู้สึกไม่ต่างกันครับ คือ ปลื้มปีติที่เห็นพระองค์ทรงหายพระประชวรแล้ว ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ
ดูข่าวแล้วปลื้มปิติมากครับ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
http://twitter.com/home
ด้วยพระบารมีปกเกล้าผองชนชาวไทย จำได้ว่ามีข้าราชบริพานและคนที่เป็นคุณหญิงจำชื่อท่านไม่ได้ เคยเล่าเรื่องการขอให้ในหลวงมีอายุยืนถึง ๑ กัปล์ นะคะ คือ ๑๒๐ ปี พระองค์ตรัสตอบว่า ข้าพเจ้าจะอยู่ ถึง ๑ กัปล์ ชุมแสงว่าจะไปค้น อ่านอีกทีในหนังสือเรื่อง สองธรรมราชา ที่เขียนถึง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสอเด็จพระสังฆราช …….จะได้นำมาช่วยกล่าวยกกำลังใจ แด่พระองค์ท่านทั้งสอง และก็จำได้ว่า ในหลวงทรงกราบ อาราธนาขอให้สมเด็จพระสังราชอยู่ต่อช่วยเป็นพระกำลังใจแด่พระองค์ และปวงชนชาวไทย เลยรู้สึกปลาบปลื้มใจ ในพระบารมี ของทั้งสอง ธรรมราชามากค่ะ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ จากพสกรนิกรไทยที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอื่น