องคมนตรี นายธานินทร์ กรัยวิเชียร : ห่วงใยในคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน

แบ่งปัน

ธานิน

องคมนตรี นายธานินทร์ กรัยวิเชียร : ห่วงใยในคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน

(หมายเหตุ : นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ประจำวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552 ซึ่งจะวางแผงถีงวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 ตีพิมพ์ บทสัมภาษณ์ อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ถึงชีวิตส่วนตัวและกิจวัตรของการเป็นองคมนตรี สำนักข่าวเจ้าพระยาพิจารณาแล้ว เห็นบทสัมภาษณ์ดังกล่าว เป็นเรื่องที่คนทั่วไปควรรับทราบ จึงขออนุญาตนำบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมาตีพิมพ์เผยแพร่ในรายงานพิเศษวันเสาร์นี้ ขอขอบคุณ คุณสินิพร มฤคพิทักษ์ และ คุณสมคิด ชัยจิตวณิช ทีมงานผู้สัมภาษณ์ และนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ มา ณ โอกาสนี้ – บรรณาธิการ)

ขอให้กรุณาเล่าถึงงานในฐานะองคมนตรีว่าต้องทำอะไรบ้าง

          ทุกอาทิตย์ ประชุมร่วมกันทุกวันอังคาร นอกจากการประชุมแล้ว องคมนตรีแต่ละท่านจะได้รับมอบหมายราชกิจพิเศษ มีโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ

นอกจากงานองคมนตรีแล้ว ท่านยังทำงานด้านอื่น ๆ อีกหรือไม่

          งานองคมนตรีมีมากพอสมควร ดูแลด้านกฎหมายและดูแลโครงการศิลปาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ในฐานะเป็นรองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ และเป็นที่ปรึกษาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเป็นประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเซียและแปซิฟิก ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ฟังดูรับผิดชอบงานหลายอย่างมาก ท่านแบ่งวันเวลาทำงานอย่างไร

          งานเยอะ (หัวเราะ) มีหลายเรื่องและเป็นกรรมการบริหารของมูลนิธิอานันทมหิดล มันแยะ บางทีนึกไม่ออก(หัวเราะ).. แบ่งกันแล้วแต่งานในภารกิจแต่ละเรื่อง ที่ต้องไปดูแลประจำคือ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละค่อนวัน

เวลาไปศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ เพื่อตรวจเอกสาร ตรวจงาน หรือดูด้านการบริหารจัดการ

          ผมไปตรวจเป็นประจำ (หมายถึงเดินตรวจงานตามแผนกต่าง ๆ) สถานที่มันใหญ่พอสมควร และไปบรรยายในมหาวิทยาลัย และตามที่หน่วยราชการเชิญมา

นอกจากโครงการหนังสือศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ มีโครงการอื่นต้องทำพิเศษไหม

          นี่แหละครับการพัฒนา ไม่ว่าผมไปอยู่ที่ไหนก็ต้องไปช่วยเขาพัฒนาในหน่วยงานนั้น ๆ เช่น โครงการของคนพิการ และผมเป็นที่ปรึกษาพิเศษของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ(องค์การมหาชน)ช่วยเขาพัฒนาในด้านเหล่านี้ทุกด้าน

เวลารับเชิญไปบรรยาย เป็นหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมาย หรือเรื่องอื่น

          ปกติเป็นเรื่องของกฎหมาย และเรื่องของจริยธรรมและคุณธรรม

เป็นจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำ หรือบุคคลทั่วไป

          ของนักบริหารและทั่วไปด้วย ไม่เฉพาะผู้บริหารเท่านั้น แต่เป็นของนักกฎหมาย นักบริหาร และโดยทั่วไป

ด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักกฎหมาย ตอนนี้ท่านมองว่ามีปัญหาเพิ่มขึ้น หรือยังเป็นปกติดี

          ผมคิดว่าอยู่ในลักษณะเดียวกับที่ทั้งประเทศกำลังประสบอยู่ เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะนักกฎหมายในเรื่องของจริยธรรมคุณธรรม การจะแก้ไขให้คนส่วนใหญ่เป็นคนดี อยู่ในกรอบของกฎหมายและศีลธรรม ยังต้องอาศัยเวลาอีกยาวนาน ไม่ใช่แก้ได้ในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะเป็นการแก้ไขโดยเรียกว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งตกต่ำมากในปัจจุบัน

          โดยเฉพาะระดับประชาชน ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือเรื่องคอร์รัปชั่น คนส่วนใหญ่มักเพ่งเล็งไปที่ข้าราชการว่าเป็นต้นเหตุสำคัญ

แต่ความจริงเกิดขึ้นทั่วไป

          ครับ

เป็นเพราะคนยากจนกันมากขึ้น ต้องใช้ชีวิตแบบปากกันตีนถีบ ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยน

          ไม่ใช่ เป็นเรื่องของจริยธรรมและศีลธรรมแท้ ๆ จะยากจนก็ตาม หมายความว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ เกี่ยวกับแนวความคิดเห็น ซึ่เวลานี้ส่วนใหญ่มักจะเอาแต่ได้

          และนักการเมืองส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทุกคนนะ ต้องย้ำข้อนี้ ทำให้มาตรฐานทางศีลธรรมอ่อนลงไปมาก ที่ผมบอกว่าไปเพ่งเล็งเพียงข้าราชการ ความจริงคนที่ควรถูกตำหนิมากที่สุดก็คือประชาชนนั่นเอง

ทำไมท่านถึงคิดว่าเป็นประชาชนที่ควรถูกตำหนิ

          คือเป็นกงกำกงเกวียนอยู่ด้วยกัน คนคอร์รับปชั่นมากที่สุดคือประชาชน ตัวอย่างเช่น มีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมากเลย และแนวความคิดความอ่านมันไขว้เขวไป เห็นผิดเป็นชอบ นักการเมืองส่วนหนึ่งก็มีส่วนทำให้คนเหล่านี้เขว คือ หยิบยื่นโชคลาภต่าง ๆ ให้ โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิทำให้ประชาชนลำบาก เพราะเอาแต่ขอ หวังแต่ได้ จะเอาไอ้นั่นไอ้นี่

สถานการณ์ตรงนี้ ทำให้ท่านรู้สึกเป็นห่วงมาก

          มาก ๆ ปัญหาเล่านี้มีหลายคนเห็นว่าจะแก้ไขได้โดยกฎหมาย แต่ผมว่าแก้ไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่อาจจะแก้ชีวิตจิตใจคนได้ กฎหมายทำให้ได้อย่างเดียวคือ เอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเท่านั้น

          ทว่า แม้แต่การจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษก็ยังไม่ได้ทั้งหมด บางกรณีทำไม่ได้เลยเพราะไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน หรือมีพยานหลักฐานแต่ถูกขจัดไป หรือมีคอร์รัปชั่นในวงราชการเอง(จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ)ได้เพียงบางส่วน แม้กระนั้นก็ดี กฎหมายยังจำเป็นต้องมีอยู่ แม้จะไม่ใช่ยาครอบจักรวาล รักษาคนไดทุกโรคก็ตาม

          ปัญหามีอยู่ว่า จะแก้ยังไง ผมคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความเสื่อมโทรมทางจิตใจ เมื่อมีความเสื่อมโทรมทางจิตใจ ก็ต้องแก้ที่จิตใจ ผมเห็นว่าทางแก้คือใช้หลัก “หิริโอตตัปปะ” คือความละอายต่อการทำชั่วและกลัวบาป ควบคู่กับกฎแห่งกรรม กฎธรรมชาติ ซึ่งเป็นจริยธรรมขึ้นมูลฐานของทุกศาสนา ไม่ใช่เฉพาะพุทธศาสนาต้องแก้เรื่องนี้ ถ้าคนได้ตระหนักขึ้นว่า ไม่มีคนทำชั่วแล้วจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษ เป็นเรื่องธรรมชาติ

นี่เป็นทางเดียวที่จะปรับจิตใจคนที่เสื่อมโทรมกลับมาดีขึ้นได้

          ผมคิดว่าอย่างนั้น ก็แน่ล่ะ ถ้าผู้บริหารราชการบ้านเมืองได้เอาใจใส่เรื่องนี้เป็นพิเศษ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะเร็วขึ้น แต่ยังไงก็ต้องอาศัยเวลายาวนาน เพราะกฎหมายไม่อาจแก้พฤติกรรมชั่วร้ายของมนุษย์ได้ เป็นเรื่องของจิตสำนึก คือ ต้องมีการปลูกจิตสำนึกตั้งแต่ครั้งเยาวชน ครั้งโรงเรียนอนุบาลมาเลย

จิตสำนึกที่เสื่อมโทรลงของประชาชน เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีนี้ หรือสะสมมาเป็นเวลานานแล้ว

          เป็นมานานแล้ว แต่เลวร้ายเมื่อ 5 – 6 ปีที่ผ่านมา เลวร้ายไปมากเลย

เวลาที่ท่านรับเชิญไปบรรยาย ส่วนใหญ่จะเป็นหัวข้อเรื่องคุณธรรม จริยธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้น

          เนื้อหาอยู่ตรงนี้แหละครับ ต้องอาศัยการจัดกลุ่ม จัดการสัมมนา รบเร้าให้คนสนใจ และหันมาปรับปรุงในเรื่องนี้นะ ก็จะดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ไม่มีกลเม็ดเด็ดพรายที่ว่า จะแก้ได้อย่างปาฏิหาริย์ ไม่มี ต้องค่อย ๆ แก้ไขไป อาศัยเวลาอันยาวนาน ผมรู้สึกว่าไม่มีทางอื่นจะแก้ไขได้ นอกจากทางนี้ นี่แหละครับที่ผมต้องการจะพูด…

          และอีกข้อคือ วิธีแก้ที่จิตใจ หากมีการรณรงค์ในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมจะเป็นประโยชน์ จะทำให้การยกมาตรฐานคุณธรรม และจริยธรรมในหมู่ประชาชนเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้คนดีเข้ามาเป็นรัฐบาล และนำการรณรงค์ในเรื่องเหล่านี้ ทุกอย่างจะก้าวไปในทางที่สดใส คุณธรรมจริยธรรมคงไม่ช้าเกินรอ

ช่วงนี้ ท่านเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมาก ในแวดวงองคมนตรีเห็นว่ากำลังเป็นปัญหาใหญ่

          อย่าไปอ้างท่านอื่น เดี่ยวยุ่งเรื่องการเมือง

 

 

 




ความเห็น



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 3934 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics