“ตำรวจ”พร้อมดูแลความปลอดภัย “พันธมิตรฯ” เดินทางคัดค้านข้อกล่าวหา

แบ่งปัน

เเกนนำพธมวันนี้ (16 ก.ค.) พล.ต.ต สาโรช พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัย กรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อการร้ายจาก กรณีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ที่สโมสรตำรวจ ว่า ตำรวจนครบาล 2 ได้เตรียมกำลังอำนวยความสะดวกการจราจร และที่จอดรถให้ผู้เข้ารับทราบข้อหา รวมทั้งการจัดเตรียมห้องสอบปากคำ

ทั้งนี้ มีรายงานว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ที่ถูกออกหมายเรียกทั้งหมดจะไม่รับทราบข้อกล่าวหา แต่เป็นการแสดงตนเพื่อยื่นคัดค้านข้อกล่าวหา ซึ่ง พล.ต.ต สาโรช กล่าวว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่หากผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มารับทราบข้อหา และรายงานตัวเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตั้งไว้นั้นเป็นข้อหาฉกรรจ์ อาทิ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ก่อการกบฏ และก่อการร้าย เป็นต้น

โดยล่าสุด มีรายงานข่าวว่าเริ่มมีผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางมาถึงบ้างแล้ว โดยมีรถ 6 ล้อปราศรัยขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน เปิดเพลงของกลุ่มพันธมิตรฯ รวมทั้งมีการนำเสื้อ “พรรคการเมืองใหม่” มาตั้งขายด้วย ขณะที่การจราจรบริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิตขาเข้า ยังคงเคลื่อนตัวได้

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสาน งานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายในคดีปิดสนามบิน ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ต่อแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง 25 คน และต้องมารับทราบข้อกล่าวหาที่ ที่สโมสรตำรวจ ตามหมายเรียก ว่า   ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่ได้เดินทางมาเพื่อรับหมายเรียก หรือ มอบตัว แต่เดินทางมาเพื่อใช้สิทธิโต้แย้ง การออกหมายเรียกที่ไม่ชอบธรรมของพนักงานสอบสวน   ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เพราะการเดินทางมาตามหมายเรียกเท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน กระบวนการจะเดินไปสู่อัยการและศาลต่อไป

ส่วนการเดินทางมาเพื่อโต้แย้งการออกหมายเรียกนั้น นายสุริยะใสกล่าวว่า   ตำรวจต้องรับคำโต้แย้งไว้พิจารณา อาจมีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง  หากครั้งที่ 2 ไม่มา ก็สามารถออกหมายจับได้ทันที เรื่องจึงเข้าสู่กระบวนการศาล ถือเป็นการยื้อเวลาเพื่อให้เรื่องไปสู่ชั้นศาลให้นานที่สุด และสำนวนโต้แย้งครั้งนี้จะเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับใช้ต่อสู้กันในศาลขอให้มี การไต่สวนฉุกเฉินในชั้นศาลได้

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics