งบกรมบัญชีกลางถูกตรวจยิบในสภาฯ

แบ่งปัน

 

          วันนี้ ( 25 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองประธานกรรมาธิการเป็นประธานในการประชุม ซึ่งวันนี้เป็นการพิจารณางบประมาณของกรมบัญชีกลาง สังกัด กระทรวงการคลัง จำนวน 1,056,179,200 บาท โดยมีนายปิยพันธุ์  นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง นางสาวสุทธิรัตน์  รัตนโชติ์  รองอธิบดีมาชี้แจง โดย นายวิฑูรย์  นามบุตร  ส.ส.สัดส่วน  กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้มีการปรับลดรายจ่ายในส่วนงบดำเนินงานค่าจ้างเหมาบริการ จำนวน 70,772,200 บาท โดยเห็นว่าจำนวนเงินดังกล่าวสูงจนเกินไป และเหตุใดถึงไม่ใช้บุคลากรในกรมให้เป็นประโยชน์ 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้นายวิฑูรย์ ยังเสนอให้ปรับลดงบรายจ่ายอื่น ๆ จำนวน 103,387,600 บาท โดยเฉพาะในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและพัฒนาระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ และค่าใช้จ่ายในการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนารูปแบบวิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกภายใต้ระบบรักษาพยาบาลข้าราชการ รวมแล้ว 51,787,600 บาท เป็นรายจ่ายที่สูงเกินไปอีกทั้ง เมื่อดูรายละเอียดแล้วยังพบว่า ทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ยังเป็นเพียงแค่ขั้นตอนในการศึกษาจึงไม่สมเหตุสมผลที่จะใช้งบมากถึง 5%ของงบทั้งหมด 

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้กรรมาธิการ ยังตั้งข้อสังเกตรูปแบบการเบิกจ่ายงบของกรมบัญชีกลางไปสู่ท้องถิ่น ที่ผ่านมาจะมีความล่าช้าเสมอ โดยนายปิยพันธุ์  ชี้แจงว่ากระทรวงการคลัง ได้ตั้งอนุกรรมการฯขึ้นมา 2 ชุด ที่มีนพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานและส่วนราชการ เพื่อพิจารณาติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยที่กรมบัญชีกลางมีอำนาจในการปรับแก้งบประมาณได้ จึงน่าจะแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้  และ น.ส.สุทธิรัตน์ได้เสริมว่า การจัดสรรงบลงสู่ท้องถิ่น ขณะนี้ได้มีระบบการตรวจสอบสุขภาพการคลังท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด แต่ปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจ เป็นเพราะกรมบัญชีกลางจะรับผิดชอบงบประมาณท้องถิ่นในบางพื้นที่เท่านั้น และบางพื้นที่จะอยู่ในอำนาจของกระทรวงมหาดไทย 

          น.ส.สิทธิรัตน์กล่าวว่า ดังนั้น แม้ระบบการคลังจังหวัดจะเชื่อมต่อมายังกรมบัญชีกลาง แต่เมื่อติดปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจ จึงทำให้เกิดความล่าช้า โดยนายไตรรงค์ ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาจากกฎหมาย ซึ่งคงต้องไปคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องข้อกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามกรรมาธิการเห็นควรให้คงงบตามเดิมไว้

           นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการพิจารณางบรายจ่ายของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 1,102,130,200 บาท กรมธนารักษ์จำนวน 3,102,232,000 งบกลางจำนวน 215,006,835,200 บาท ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นควรให้คงงบไว้ตามเดิม โดยที่ประชุมได้มีมติให้นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย และนายสุวโรช พะลัง  ส.ส.ชุมพร  กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้รับผิดชอบในการตั้งคณะอนุกรรมการคอมพิวเตอร์ เพื่อดูแลการจัดซื้อจัดจ้างคอมพิวเตอร์ในทุกกระทรวง
 

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3931 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics