พันแสง นำเสนอ… ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ วิพากย์ พรรคพันธมิตร

แบ่งปัน

บทความรับเชิญ 

                                  ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ วิพากย์ พรรคพันธมิตร

        ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ คือ อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม คนที่ 3 ต่อจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เขารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคในภาวะที่กำลังตกต่ำอย่างที่สุด โดยในการเลือกตั้ง ในปี พ.ศ.2539 ผู้สมัครพรรคพลังธรรมได้รับเลือกตั้งมาเพียงคนเดียว ทำให้เขาหมดอาลัยที่จะฟื้นชีพพรรคพลังธรรมขึ้นมาอีก เขาไม่มีบารมีพอที่จะระดมทุนเข้าพรรคได้ จึงถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคในปี 2550 ฐานความผิดไม่แจ้งรายงานการดำเนินกิจการพรรคให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

        นั่นคือบทสรุปของ ข้อมูลเชิงลึกเรื่อง กรณีศึกษา ? อวสาน “พลังธรรม” ที่ พนัสชัย คงศิริขันธ์ และ พงษ์พิพัฒน์ ปัญชานนท์ จัดเตรียมไว้เป็นเครื่องเคียงบทสัมภาษณ์ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์  ในหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่าน.. ก็วันเดียวกับที่คืนนั้น พันธมิตรประกาศตั้งพรรคนั่นแหละครับ

        คุณไชยวัฒน์ เปิดเผยถึงแนวความคิดตั้งพรรคการเมืองว่า มีมาก่อนชุมนุมใหญ่ 25 พฤษภาคม 2551 เสียอีก โดยมีคนไปขอจดทะเบียนพรรคเทียนแห่งธรรม เอาไว้แล้ว แต่หลังชุมนุมแนวคิดนี้สลายไป แต่ก็ยังพูดคุยกันอยู่ บางคนเสนอให้แกนนำทั้ง 5 ไปคุยกับคุณอภิสิทธิ์ แต่ทำไปทำมากลายเป็นจะทำพรรคเอง

        ต่อคำถามว่า ทำให้เป็นที่มาของคำว่าบางคนกลืนน้ำลายตัวเอง คุณไชยวัฒน์บอกว่า ก็คุณพูดว่า คุณจะไม่มาเกี่ยวข้องกับการเมือง ตำแหน่งการเมืองใด ๆ แต่วันนี้คุณจะมาตั้งพรรค ก็คือการน้ำลาย… มีการใช้สื่อในมือ โน้มน้าวให้เห็นด้วยกับการตั้งพรรคซึ่งมันไม่แฟร์ ที่จริงควรจะมีการซาวเสียงกันก่อน แล้วค่อยไปคิดกัน แต่นี่ทำเหมือนว่าจะให้จบได้ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้

        คุณไชยวัฒน์ ยกตัวอย่างให้เห็นว่า “ผมเคยสู้ในพรรคการเมืองมาเยอะ เป็นพลังธรรมมาก่อน คุณอย่าไปคิดว่า สู้ในสนามเลือกตั้งแล้ว หนึ่งบวกหนึ่งจะเท่ากับสอง บางทีหนึ่งบวกหนึ่ง อาจจะเป็นห้า หรือหกก็ได้ คุณคิดว่าจะได้ 70 เก้าอี้ จริงๆ อาจจะเหลือแค่ 7 เก้าอี้ก็ได้

        ต่อคำถามว่า พันธมิตรมองว่าภาคประชาชนเข้มแข็ง ชุมนุมต่อเนื่องถึง 193 วันจึงคิดตั้งพรรค คุณไชยวัฒน์ให้ความเห็นว่า ภาคประชาชนไม่ใช่บอกว่ามีคนเป็นพันธมิตรมากมายแล้วคุณเข้มแข็ง มันต้องมีการจัดระบบนะ มีการจัดตั้งขึ้นมานะ ต้องเกิดระบบสมาชิก เกิดการบริหารในรูปแบบคณะกรรมการต่าง ๆ …การบอกว่าชุมนุม 190 วันแล้วเป็นจุดแข็งมากของตัวเอง มองว่าใช่ ก็ใช่ มองว่าไม่ใช่ ก็ใช่อีก

        คำถามว่า หากไม่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ คนที่เคยไปร่วมกับ พธม.พอถึงช่วงเลือกตั้ง อาจไม่เลือกพรรคพันธมิตรได้…. คุณไชยวัฒน์ให้ความเห็นว่า ต้องจัดระบบ ถ้าไม่จัดระบบก็ทำงานหมู่มากไม่ได้ ตอนนี้พันธมิตรเป็นระบบอะไร… ไม่รู้ พันธมิตรเป็นระบบแกนนำ ที่บอกว่ามีมวลชนเข้มแข็ง ถามว่าเอาอะไรวัด ถ้าวัดด้วยความตื่นตัวทางการเมือง โอเค.อันนี้มีมาก แต่การจัดตั้งมันไม่มีเวลา หรือถ้าอ้างว่ามีสื่ออยู่ในมือ เอเอสทีวี.มันเป็นสื่อของพันธมิตรจริง ๆ เหรอ

        ถามว่า จะถูกกลืนเป็นพรรคการเมืองแบบเก่า ๆ ได้ไหม คุณไชยวัฒน์ตอบว่า เป็นไปได้ เพราะเขาแข็งแรงกว่า เราไปสู้ในเกมที่เขาถนัด เท่าที่ฟังเสียงสะท้อนมา พรรคการเมืองที่เรียกว่าน้ำเน่าในตอนนี้ เขาท้าให้พันธมิตรตั้งพรรคขึ้นมาเหอะ เขาไม่กลัวหรอก เพราะการเลือกตั้งมันต้องใช้เงิน 40 – 50 ล้านบาทต่อ 1 เก้าอี้ ไม่เพียงซื้อเสียงเท่านั้น แต่ซื้อตั้งแต่ข้าราชการ กรรมการ แล้ว กกต.ชุดปัจจุบัน ก็ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งให้เที่ยงตรงได้ พันธมิตรในตอนนี้ คุณยอมรับหรือแปล่าล่ะ ว่าไม่เคยลงเลือกตั้งมาก่อน ส่วนใหญ่อย่างมากก็แค่วิพากย์วิจารณ์อย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องง่าย แต่ในสนามเลือกตั้งคุณเคยสัมผัสของจริงมาก่อน

        ถามว่า ที่เตือน เพราะเคยเป็นนักฝันมาก่อน คุณไชยวัฒน์ตอบว่า ตอนนั้น ผมก็คิดเป็นปุเป็นตะอย่างที่เขาคิดอยู่กันตอนนี้ไง แหม…ฝันจะไล่น้ำเสีย เอาน้ำดีเข้า ฝันจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วยังไง พันธมิตรบอกว่ามีชาวพันธมิตร มีเอเอสทีวีอย่างเดียว ผมว่าไม่พอหรอก ฯลฯ

        และมีอีกมากมายหลายประเด็นครับ แต่ผมคัดเอาเนื้อ ๆ มาให้ชิม จะได้นำไปประกอบการพิจารณาว่า คุณเห็นด้วยหรือไม่กับการที่พันธมิตรตั้งพรรคการเมือง แม้ว่าแนวโน้มคือ ตั้งแน่นอนแล้วก็ตาม

        ขอขอบคุณ พนัสชัย คงศิริขันธ์ และ คุณพงศ์พิพัฒน์ ปัญชานนท์ สองเหยี่ยวข่าวมติชนมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics