“พันแสง” รายงานพิเศษ “อนาคตทักษิณ ในกำมือ เกรียงกมล”
- วันพุธ 6 พฤษภาคม 2552 10:06
- เรื่องแนะนำวันนี้
- อ่าน 526 ครั้ง
- 1 ความเห็น
“หทัยรัตน์ พหลทัพ” และ “สิริญญา นิมะกุล” สองเหยี่ยวข่าว ของหนังสือพิมพ์มติชน ได้ร่วมกัน สัมภาษณ์ นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ อีก 1 อดีตผู้นำนักศึกษา ที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตพันตำรวจโท และ อดีตนายกรัฐมนตรี ไว้วางใจในระดับเดียวกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช , นายภูมิธรรม เวชยชัย และ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งเคยมีข่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ทักษิณ ให้ทำหน้าที่เป็นแกนนำกลุ่มเสื้อแดง
มีหลายคำตอบของคุณเกรียงกลม ที่ผมเห็นว่าน่าจะนำมาวิเคราะห์ถึง จึงขออนุญาตคุณหทัยรัตน์ พหลทัพ และ คุณสิริญญา นิมะกุล นำบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมา “ต่อความยาว – สาวความยืด” หน่อยนะครับ
คุณเกรียงกมลพูดถึง การชุมนุมของคนรากหญ้าในเดือนเมษายนว่า เป้าหมายคงไม่ได้อยู่ที่ประชาธิปไตย แต่น่าจะเป็นเพราะพวกเขาเคยพอใจในนโยบายที่คุณทักษิณเคยให้ แต่เมื่อไม่ได้สิ่งนั้น จึงอยากได้คืนและออกมาเรียกร้อง เรื่องประชาธิปไตยนั้นคุณเกรียงกมลมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเกินกว่าจะนำมาอ้าง
คุณเกรียงกมลแสดงความเห็นถึง การใช้ความรุนแรงในเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ในศตวรรษที่ 21 การต่อสู้เพื่อลัทธิอุดมการณ์อะไร หรือแม้แต่ประชาธิปไตยไม่ต้องใช้อาวุธและความรุนแรง และการประท้วงก็ไม่ควรใช้การเดินขบวน แต่ควรชุมนุมอยู่กับที่ แล้วส่งตัวแทนไปยื่นข้อเสนอที่เป็นข้อเรียกร้อง และข้อเรียกร้องที่เสนอไปก็ไม่ต้องยื่นเป็นคำขาด
การประท้วงที่มีน้ำหนักนั้น คุณเกรียงกมลย้ำว่า อยู่ที่ “ข้อเรียกร้อง” ไม่ใช่ “จำนวนคน” หากข้อเรียกร้องมีน้ำหนักทำให้สังคมก็ยอมรับด้วยก็ใช้ได้ จึงไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงดังกล่าว
คุณเกรียงกมลพูดถึงความคิดของคุณทักษิณในขณะนี้ว่า คุณทักษิณยังคงต้องการเรียกร้องสิ่งที่เสียไปคืนมาแน่นอน เพราะที่ผ่านมาหลายเรื่องเกินความพอดีจน ทักษิณมองว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรม แต่การต่อสู้ควรจะดีกว่านี้
คุณเกรียงกมลบอกว่า ตอนนี้อยากให้คุณทักษิณไม่ต้องทำอะไรเลย อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องให้สัมภาษณ์ ไม่ต้องโฟนอิน จะให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศบ้างก็ควรเบา ๆ และไม่ต้องมาสนับสนุนอะไรเลย… อยากให้ท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ
คุณเกรียงกมลพูดถึงความสัมพันธ์กับทักษิณอย่างน่าสนใจว่า ส่วนตัวผมรักเขา เขามีเสน่ห์สำหรับผม ซึ่งมันช่วยไม่ได้ คนมันคบกันมานานแล้ว รู้จักกันมาตั้งแต่ปี 2518 และผมก็รู้สึกว่าเขารักผมแบบน้อง อีกอย่างเขาก็เป็นผู้มีพระคุณต่อผม และยังมีพระคุณอยู่
แม้พรุ่งนี้ผมใช้หนี้เขาหมด เขาก็ยังเป็นผู้มีพระคุณอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน แต่ไม่ใช่ว่าคนที่รักและเป็นผู้มีพระคุณเรียกหาแล้วผมต้องไปทำให้หมด แต่ว่าสิ่งนั้น ผมคิดว่าสิ่งนั้นควรจะทำก็จะทำ ระหว่าทำจะมีข้อเสนอให้ทำแบบนั้นแบบนี้ก็ไม่ได้ รวมทั้งถ้าผมจะทำแล้วไม่ตรงกับข้อเสนอเขา ผมก็จะทำ มันไม่เกี่ยวกัน แต่ความรักเหมือนเดิม(เน้นเสียง)
นั่นคือส่วนหนึ่ง ที่ผมเก็บความมาจากบทสัมภาษณ์คุณเกรียงกมล
บางเรื่อง “ตรง” กับที่ผมเคยคิดและเคยเขียนในเรื่อง “แม้เพลี้ยงพล้ำ..ก็อย่าดูเบาทักษิณ”
นั่นคือ การปรับยุทธวิธีที่จะทำให้คู่ต่อสู้ “นอนใจ” และไม่หวาดระแวง
ผมเชื่อในแนวความคิดของคุณเกรียงกมลที่ว่า การประท้วงยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง แต่อยู่ที่การ “กำหนดข้อเรียกร้อง” ที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับ ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่เป็นผลประโยชน์เฉพาะตัวเหมือนที่ทักษิณและพรรคเพื่อไทยพยายามเคลื่อนไหวและเรียกร้อง
จริงอย่างคุณเกรียงกมลว่า “การเคลื่อนไหวต้องเป็นไปอย่างสงบ”
ไม่ต่างไปจากการก่อตัวของ “สึนามิ” ที่คนไม่มีประสบการณ์หรือมีความรู้เรื่อง “สึนามิ” มาก่อนจะไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่า ภัยของมันรุนแรงเพียงใด
อนาคตและการต่อสู้ของทักษิณ ชินวัตร จะเป็นอย่างไรต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจอีกต่อไป
แต่ที่สนใจและน่าติดตามก็คือ คำกล่าวของคุณเกรียงกมลที่ว่า
“ถ้าผมจะทำแล้วไม่ตรงกับข้อเสนอเขา ผมก็จะทำ มันไม่เกี่ยวกัน”
เขา ทักษิณ เสนออะไร และ ผม เกรียงกมล จะทำอะไร ?








เกรียงกมวย หลงรักทรราช