รู้จักกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ของโลก A-2009 H1N1

แบ่งปัน

27เม.ย. ที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศต่างพากันรายงานว่าที่กรุงเม็กซิโก ซิตีเมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ได้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ คือไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์H1N1หรือที่เรียกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009ซึ่งหลังจากที่ได้แพร่ระบาดเข้าสู่สหรัฐอเมริการและแคนนาดาแล้วจึงได้กระจายไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เพิ่มระดับเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้เป็นระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นที่ตรวจพบว่ามีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในอย่างน้อย 2 ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน หรือการติดเชื้อข้ามประเทศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 52 องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 หรือระดับสูงสุดแล้ว เนื่องจากเริ่มต้นแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว อีกทั้งยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปีที่มีการประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ระบาดกว้างขวางทั่วโลก

นอกจากนี้องค์การอนามัยยังประกาศให้เรียกชื่อโรคนี้อย่างเป็นทางการว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดA H1N1 แทนการเรียกว่า ไข้หวัดหมู

เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้สหรัฐ เรียกไข้หวัดสายพันธุ์ดังกล่าวว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1 เพื่อแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เกิดจากหมู

รู้จักกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ของโลก

ดร.แนนซี่ ค็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยไข้หวัดใหญ่ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ กล่าวว่า ไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ชนิด A H1N1 นี้ มีลักษณะพันธุกรรมหรือยีน ที่ประกอบด้วยเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ได้แก่ เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และ เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย


h1n1_flu_


โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เชื้อไข้หวัดพันธุ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ Antigenetic Shift โดยมีหมูที่เป็นพาหะนำโรค โดยการถูกเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ เข้าไปอยู่ในตัว ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า นายเอเดรียน กิบส์ ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยพัฒนายาต้านไวรัส ทามิฟลู ของบริษัทโรช และเป็นผู้ศึกษาวิวัฒนาการของเชื้อโรคมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์รายแรกๆที่วิเคราะห์ส่วนประกอบทางด้านพันธุกรรมเปิดเผยว่า เขาตั้งใจที่จะตีพิมพ์รายงานที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ จากไข่ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เพาะไวรัสและบริษัทยาได้นำไปใช้เพื่อผลิตวัคซีนก็เป็นได้

โดยนายกิบส์กล่าวว่า การชี้เบาะแสของต้นตอไวรัสอาจจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการแพร่เชื้อและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกอยู่ในระหว่างการพิจารณารายงานฉบับนี้

pig-flu3

หมูไม่เกี่ยว

น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดใหม่นี้ว่า แม้จะมีเชื้อตั้งต้นมาจากหมู แต่ระยะแพร่ระบาดคือ ติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้นการบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับ ไข้หวัดนกที่เคยแพร่ระบาดในอดีต ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนได้นั้น จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 5-7 ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าอัตราของผู้เสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก

ข้อมูลที่น่าสนใจ

1. ปัจจุบันมีเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่จำนวนมากในโลกและมีวัคซีนที่สามารถฉีดยาป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยแต่ละปีวัคซีนที่นำมาใช้เป็นไปตามเชื้อไวรัสที่น่าจะมีผลกระทบมากในปีนั้นๆ

2. ไวรัส H1N1 หรือไวรัสของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ เป็นไวรัสที่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็วและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

3. ปัจจุบันยังไม่มีอันตรายที่น่าวิตกจนเกินไป โดยที่ผ่านมาผู้ที่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีความรุนแรงต่อร่างกายน้อย น.พ. Belinda Ostrowsky จากศูนย์การแพทย์ Montefiore นิวยอร์ค กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดชนิดนี้ เพียงเล็กน้อยในสหรัฐฯ หากเทียบกับยอดผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดตามฤดูกาลประมาณ 2,000 คน จากทุกปี

ด้านกระทรวงสาธารณะสุขของไทย ระบุว่า เชื้อดังกล่าวไม่มีความรุนแรงมาก โดยมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า 1% มีโอกาสหายเองได้เกิน 90 % และในส่วนที่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 5-10% นั้น เนื่องจากมีโรคประจำตัว

4. ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพแข็งแรงและอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาหายได้ด้วยภูมิต้านทานของร่างกาย ทั้งนี้หากเป็นผู้สูงอายุหรือเด็กจะมีความเสี่ยงมากกว่า

mexico_swine_flu_live2_

อาการ

ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามปกติ คือ มีไข้ขึ้นสูง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ไอ คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามร่างกายรุนแรง ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง อาการป่วยจะพัฒนารวดเร็วและจะมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายใน 5 วัน ทั้งนี้อาจจะพบว่าผู้ที่รับเชื้อจะแสดงอาการไม่รุนแรง

ข้อควรระวัง

- ผู้ติดเชื้อมีภูมิต้านทานอ่อนแอ ได้แก่ เด็ก คนชรา และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ เป็นต้น จะมีผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าคนธรรมดา ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้นควรพบแพทย์เมื่อรู้สึกเป็นไข้ภายใน 2 วัน

- กรณีที่มีอาการรุนแรง เกิดจากมีการอักเสบที่ปอด จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

- เด็กเล็กที่มีผู้ปกครองอาจได้รับทราบอาการป่วยช้า เนื่องจากเด็กไม่ได้บอกให้ทราบ


การติดต่อ

การแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคน คือ

1. แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกัน โดยที่เชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย

2. ติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา หากนำมือที่มีเชื้อไปสัมผัสร่างกาย เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา

การป้องกัน

1.ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิด เพื่อป้องกันเวลาจาม

2.หมั่นล้างมือ

3.หากมีอาการ ไข้อย่างรุนแรง และไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคนี้ รวมทั้งผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด

4. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่แอดอัด และงดเดินทางไปในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างรุนแรง

5. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

tamiful

การรักษา


ในเอกสารเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดชนิดนี้ ที่กงสุลใหญ่ ในนครลอสแองเจลิสของสหรัฐ แสดงข้อมูลที่ระบุว่า สามารถใช้ยาชนิดเดียวกับยาไข้หวัดใหญ่ทั่วไปในการรักษาไข้หวัดชนิดเอ H1N1 ได้ คือ ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือ ทามิฟลู (Tamiflu) และยา zanamivir ซึ่งเป็นยาชนิดพ่น แต่ทั้งนี้ยาดังกล่าว ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้

ทั้งนี้มีรายงานระบุว่าในสหรัฐอเมริกา ผลการตรวจเชื้อไวรัสชนิดนี้พบว่าเชื้อดังกล่าวดื้อยาต้านไวรัส amantadine และ rimantadine

อย่างไรก็ตาม WHO ออกมายอมรับว่ายาทามิฟลูที่มีอยู่ในขณะนี้อาจไม่เพียงพอต่อการับมือกับการแพร่ระบาดที่อาจเพิ่มมากขึ้น

้อควรพิจารณา

1. ไม่ควรเชื่อ หากมีการโฆษณาว่า เมื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไปแล้ว จะสามารถป้องกันไข้หวัดใหม่สายพันธุ์ใหม่ได้

2. ค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจว่าผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมากสำหรับผู้มีฐานะยากจน คือประมาณ 4,000-8,000 บาท ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ หรือศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองและปรึกษาแพทย์ก่อน

สถานการณ์แพร่ระบาด

วันที่ 12 มิ.ย. 52 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 หรือระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งหมายถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว อีกทั้งยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น WHO ได้แนะนำให้บริษัทเวชภัณฑ์ที่ผลิตวัคซีนต่างๆ เร่งผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้เสร็จสิ้น ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนหันไปผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งคาดว่าจะออกสู่ท้องตลาดอย่างเร็วที่สุดเดือนกย.ปีนี้ และ WHO จะเริ่มแจกยาต่อต้านไวรัส ทามิฟลูให้ประเทศต่างๆ อีก 5.65 ล้านชุด เพิ่มเติมจากที่แจกไปแล้ว 5 ล้านชุด

ไข้หวัด 2009

สถานการณ์ในประเทศไทย

ซึ่ง วันที่ 1 พ.ค. 52 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าที่ประชุมศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ให้สรุปใช้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ 2009H1N1 และมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้ง่ายแก่การสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่สาธารณะ

วันที่ 15 มิ.ย.52 ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของโรคดังกล่าวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จากระดับ B เป็นระดับ C

มาตรการเฝ้าระวัง

สธ.ใช้มาตรการแซนด์วิช คือมาตรการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนที่ด่านตรวจโรคประจำสนามบิน เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ได้เพิ่มกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำการจากวันละ 60 คน เป็นวันละเกือบ 100 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีระบบการเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในรายที่มีไข้และเดินทางกลับจากต่างประเทศให้พื้นที่ต่างๆ ได้ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตามด่านพรมแดนต่างๆ และการค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านชุมชน และที่โรงพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลเอกชน อย่างเข้มแข็ง เพื่อค้นหาผู้ป่วยให้พบอย่างรวดเร็ว ให้การดูแลรักษาและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด

ยาต้านไวรัส

กระทรวงสาธารณะสุขได้มอบหมายให้องค์การเภสชักรรม(อภ.) เจรจากับบริษัทยาในประเทศอินเดียซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบการการผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้ยังคงราคาเดิมเป็นเวลา 1 เดือน เนื่องจากขณะนี้เกิดการระบาดทำให้หลายประเทศสั่งซื้อจำนวนมาก จนราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น มาตรการด้านสำรองนั้น

เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไวต่อยาโอเซลทามิเวียร์และยาซานามิเวียร์ เพราะยาทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเดียวกันที่ยับยั้งไม่ให้ไวรัสแตกตัว โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อต้องรับยาติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน วันละ 2 ครั้ง และต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ จึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ เพียงแต่ยาโอเซลทามิเวียร์เป็นยากินชนิดเม็ด ส่วนยาซานามิเวียร์เป็นยาพ่น

กระทรวงสาธารณสุขปรับมาตรการในการป้องกันโรค

มุ่งเน้นการให้ความรู้ประชาชนให้รู้จักการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ซึ่งมีอาการป่วยเล็กน้อย ให้หยุดพักเพื่อรักษาตัวที่บ้าน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ และป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น โดยใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังไอ จาม และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่น แต่หากอาการรุนแรงขึ้น เช่น มีไข้สูง หรือไอมาก หรือหายใจลำบาก ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล

สธ.ออกประกาศฉบับ 7 แนะประชาชนรับมือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

วันที่ 13 มิ.ย. 52 ได้ออกคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 7 เพื่อการป้องกันโรคสำหรับกลุ่มต่างๆ ซึ่งได้ปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และข้อมูลวิชาการที่ทันสมัย ในคำแนะนำดังกล่าว สำหรับประชาชนทั่วไปเน้นการป้องกันตนเอง ไม่ให้ป่วย และการป้องกันการแพร่เชื้อจากผู้ป่วย สำหรับสถานศึกษา สถานประกอบการ และสถานที่ทำงาน เน้นการให้นักเรียนหรือพนักงานที่มีอาการป่วยหยุดเรียนหรือหยุดงาน เพื่อไม่ให้จำเป็นต้องปิดสถานศึกษาหรือสถานประกอบการ โดยสามารถ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.moph.go.th

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค หมายเลขโทรศัพท์ 02 -590-3333  และที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข หมายเลข 02-590-1994ตลอด 24 ชั่วโมง

ศิริราชถอดรหัสพันธุกรรมไวรัส ได้

โรงพยาบาลศิริราช แถลงผลสำเร็จการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งแรกของไทย ซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่เร็วขึ้นและนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนและยาต้านไวรัสสายพันธุ์ H1N1 ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต

ทั้งนี้เป็นความสำเร็จจากการตรวจและศึกษาการระบาดของไข้หวัดใหญ่มานานกว่า 30 ปี ซึ่งการตรวจหาเชื้อ H1N1 นั้นโรงพยาบาลศิริราชสามารถตรวจหาได้ภายใน 24 ชั่วโมงและสามารถวิเคราะห์ลำดับนิวคลิโอไทด์เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของเชื้อได้ภายใน 3 วัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการวิจัยดังกล่าว จะสามรถต่อยอดไปถึงขั้นการผลิตวัคซีนป้องกันได้ แต่คงไม่ทันต่อผลิตวัคซีน เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ที่กำลังทีระบาดอยู่ขณะนี้

ไข้หวัดใหญ่2009

รพ.รามาพัฒนาชุดตวจเชื้อ all-in-one

วันที่ 15 พ.ค. โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยผลสำเร็จ ในการพัฒนา ชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบออล-อิน-วัน ซึ่งสามารถตรวจเชื้อไข้หวัดทุกสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันได้พร้อมกันในครั้งเดียว โดยรู้ผลภายใน 4 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไข้หวัดนก(เอช5เอ็น1) ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (เอช1เอ็น1) รวมถึงเชื้อไวรัสที่ดื้อยา

แพทย์เตือนอย่ากินยาลดไข้ก่อนลงเครื่อง

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเตือนกลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศว่า ไม่ควรกินยาลดไข้ก่อนลงเครื่อง ซึ่งหลายคนกลัวหากมีไข้ จะถูกกักตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากป่วยจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จริง จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์ ทั้งยังจะแพร่เชื้อให้คนรอบข้างได้ แต่หากได้รับการรักษาทันเวลา ก็จะหายขาด

สถานการณ์โรคในประเทศไทย

จากการคำนวณทางระบาดวิทยาคาดว่าในประเทศไทย มีผู้ป่วยขณะนี้ 3.5-5 แสนคน และตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.- 2 ส.ค. ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 16 ราย ชาย 9 ราย หญิง 7 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 5 ราย ในจำนวนร้อยละ 75 คือ 12 ใน 16 ราย มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หอบหืด อ้วน สูบบุหรี่จัด และหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด และเป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ทั้งนี้ที่เหลือ  4 ราย เป็นผู้ป่วยที่ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน สุขภาพร่างกายปกติ และหากดูสถานการณ์ทั่วโลก โดย ผอ.องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า ในผู้ที่มีสุขภาพดีก็เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009 ได้เช่นกัน ทั้งนี้เมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 81 ราย

แนวโน้มการระบาด

  1. ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูกาลการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  2. ในปีนี้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่บ้าง
  3. จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีความรุนแรง (อัตราป่วยตาย) ใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไม่ได้รุนแรงเท่ากับข้อมูลที่ได้รับทราบจากข่าวการระบาดในเม็กซิโกระยะเริ่มต้น แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 มีความสามารถในการแพร่กระจายไปได้กว้างขวางกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานโรค
  4. ขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงต้นของการระบาด และการระบาดจะขยายตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว ไปทั่วประเทศ และทุกชุมชน
  5. การระบาดในกรุงเทพและปริมณฑล เริ่มจากการระบาดในโรงเรียน การระบาดในระยะต่อไป คาดว่าจะเป็นการระบาดในครอบครัวของผู้ป่วย (พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมบ้าน) และการระบาดในโรงพยาบาล และคาดว่าในระยะต่อไปจะเป็นการระบาดในสถานที่ทำงาน ซึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่ของเด็กป่วยไปแพร่เชื้อในที่ทำงานนั่นเอง
  6. รูปแบบการระบาดของแต่ละพื้นที่อาจมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
  7. การแพร่ระบาดคาดว่าจะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง จากข้อมูลการระบาดในอดีต คาดว่าการระบาดจะยังอยู่ในประเทศต่อไปอีก ไม่ต่ำกว่า 1-3 ปี
  8. ในปีนี้ (พ.ศ. 2552) จะมีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งหมดสูงกว่าปีก่อนๆ และคาดว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 จะทำมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากกว่าการเกิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า ต่อจากนี้จะยึดตามหลักขององค์การอนามัยโลก ที่จะรายงานยอดผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตเป็นรายสัปดาห์ โดยข้อมูลล่าสุดที่มีรายงานจากองค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 6 ก.ค. 52 มีผู้ติดเชื้อจาก 136 ประเทศ รวม  94,512 ราย เสียชีวิต 429 ราย เป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.45 (รายละเอียดตามตาราง)

อัตราผู้เสียชีวิต ไข้หวัดใหญ่ 2009

ความคิดเห็น

ไข้หวัดใหญ๋สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระวังได้ แต่ต้องไม่ระแวง

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุด กล่าวว่า หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินการประชาสัมพันธ์อย่างหนาหูเกี่ยวกับการให้ความรู้เรื่องการดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับเชื้อโรคพันธุ์ใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ซึ่งก็คงจะถึงเวลาที่ทุกคนจะเริ่มกลับมารักและดูแลตัวเอง ตลอดจนเพื่อนร่วมสังคมกันเสียที เพราะต่อไปอาจจะมีเชื้อโรคพันธุ์ใหม่ๆ เกิดตามมาอีก

แต่เรื่องราวเหล่านี้เราเรียนรู้ได้ และถ้าเราจะลองเฝ้าสังเกตชีวิตของเราทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกับการเรียนรู้เรื่องการเผชิญโลกอย่างที่โลกเป็นอย่างม่เป็นทุกข์ ก็จะทำให้เราได้บทเรียนร่วมกัน ทั้งนี้ สังคมต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์เรื่องการเฝ้าสังเกตอย่างมีสติให้กว้างขวาง คือในทุกเช้าที่เราตื่ขึ้นมา เราต้องสำรวจร่างกาย เพื่อฝึกกายานุปัสสนาภาวนา ให้เห็นความไม่เที่ยงในการใช้ชีวิตในฝ่ายของกายเราได้สังเกตเห็น

ทว่าในขณะที่สังเกต จิตใจของเราต้องไม่ระแวง เราก็จะเริ่มอยู่กับมันได้อย่างระวัง ซึ่งเป็นการระวังอยู่บนพื้นฐานที่ปราศจากความหวาดกลัว แต่ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเราระแวงว่าเราจะเป็นโน่นหรือไม่ เราจะเป็นนี่หรือเปล่า ชีวิตของเราในวันนั้นก็จะดำเนินอยู่ด้วยความหวาดกลัว ฉะนั้นเรื่องการมีสติอารักขาจิตที่จะอยู่กับเรื่องที่ต้องเผชิญในโลกของความป็นจริง

ข้าพเจ้าเองก็ได้มีประสบการณ์ของการเฝ้าสังเกตในวันที่ต้องเผชิญกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็พบว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะการเฝ้าสังเกตอย่างมีสตินั้นเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราอยู่กับความเจ็บป่วยทางกายอย่างระวัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราที่จะยอมรับในสิ่งที่เราต้องเรียนรู้กับมัน เพราะมันเป็นไวรัสที่เข้ามาอยู่ในร่างกายเรา ถ้าเราใช้ร่างกายของเราอย่างมีสติ ก็จะเห็นว่าสิ่งนี้จะดำรงอยู่ในชีวิตของเราอย่างมีกุศลร่วมกันไปได้ เช่น เมื่อมีอาการปวดเมื่อยทางกาย เราก็รู้ว่ามันปวด แต่ไม่มีความกลัวทางจิตใจของเรา และความปวดนั้นจะค่อยๆคลี่คลายไป ซึ่งเราเข้าใจเหตุปัจจัยแห่งการเกิดของมันอย่างไม่ปรุงแต่งอย่างมีอวิชชาด้วยความกลัว ถ้าเราเฝ้าสังเกตร่างกายของเราให้มากขึ้นด้วยศักยภาพในที่มีความแข็งแรงทางจิตใจที่จะเรียนรู้กับมันแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าเวทนาททางกายก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เราคงต้องบอกให้คนในสังคมอยู่ร่วมกับสิ่งที่ต้องเผชิญอย่างคนที่มีภูมิคุ้มกันด้านในที่ไม่บกพร่อง ยาอาจจะเป็นเครื่องมือที่จะจัดการกับไวรัส แต่สติปัญญาจะเป็นเครื่องมือให้เราอยู่กับไวรัสอย่างเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกาย แต่ไม่ทรมานใจ

สั่งหยุดรายงานป่วยตามรายวัน

เมื่อ 14 ก.ค. 52 นายอภิสิทธิ์กล่าวในรายการพิเศษ ฝ่าภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 ทางช่อง สทท. ว่า รัฐบาลใส่ใจเรื่องนี้ซึ่งส่วนตัวแล้วใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงติดตามข้อมูล รวมทั้งดูแนวโน้มตามต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีสองเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ อย่างแรกคือ ทุกคนมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด เพราะเป็นเรื่องเกิดใหม่ ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน เมื่อระบาดแล้ว หลายประเทศประกาศทางการ ว่าไม่สามารถหยุดยั้งได้และเป็นไปได้อย่างสูงว่าโรคนี้จะอยู่กับเราเป็นปีและมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น

ส่วนปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจเชื้อหวัดนั้น เห็นว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิทางใดทางหนึ่งควบคุมโรคนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิข้าราชการ สิทธิประกันสังคม หริสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถ้าแพทย์ตัดสินใจส่งเชื้อไปตรวจ ผู้ป่วยจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นความต้องการของผู้ป่วยเอง ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าบังคับให้ประชาชนทุกคนใส่หน้ากาก ซึ่งต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ รัฐบาลต้องซื้อแจก แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลไม่สามารถซื้อหน้ากากแจก 63 ล้านคนได้

ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยาและจุลชีวโมเลกุล คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ตัวอย่างผู้ป่วยส่งตรวจที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ประมาณ 10,000 ตัวอย่าง เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ถึง 80% ส่วนอีก 20% เป็นไข้หวัดตามฤดูกาล

ดร.วสันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากการให้บริการตรวจยืนยันโรคแล้ว โรงพยาบาลรามาธิบดียังมีการตรวจการดื้อยาและถอดรหัสพันธุกรมมเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการดื้อยา อาจเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาการใช้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ในประเทศไทยยังไม่มีการใช้มากเหมือนในต่างประเทศ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ประมาณ 3-6 เดิอนอาจพบการดื้อยาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติขิงไวรัส แต่ในขณะนี้ในสหรัฐมีการดื้อต่อโอเซลทามิเวียร์ประมาณ 80-90% แล้ว

ขณะที่ นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า จะเสนอให้ ครม.ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยเข้าร่วมประชุม ครม.ทุกครั้ง เพื่อเป็นแบบอย่างรณรงค์ให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคไข้หวัด 2009 ซึ่งเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ ครม.ควรเป็นแบบอย่างรณรงค์ให้คนไทยใส่หน้ากากอนามัยตามสถานที่ต่างๆ เช่นโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า โดยจะประสานงานไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้กลุ่มโอทอปผลิตหน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้ามาแจกให้ประชาชนต่อไป ส่วรการตรวจหาเชื้อไข้หวัด 2009นั้น จะให้โรงพยาบาลเอกชนคิดค่าตรวจอยู่ที่ 3,500 บาทต่อตัวอย่างเท่านั้น ส่วนโรงพยาบาลรัฐจะให้ตรวจฟรี

จากนั้น นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณ 850 ล้านบาท เพื่อสั่งซื้อยาโอเซทามิเวียร์ 10 ล้านเม็ด วงเงิน 250 ล้านบาท พร้อมกับสั่งจองวัคซีนป้องกันไข้หวัด จากบริษัทซาโนฟีปาสเตอร์ จำกัด จำนวน 2 ล้านโดส วงเงิน 600 ล้านบาท โดยกำหนดส่งมองวัคซีนไนเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2552 ภายใต้เงื่อนไขว่า บริษัทดังกล่าวไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์กรณีหากเกิดผลข้างคียงจากการใช้วัคซีน เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตแจ้งว่า วัคซีนนี้ผลิตเพื่อใช้ในสถานการณืฉุกเฉิน มีประเทศสั่งจองจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการผลิตยาจำนวนมาก จึงไม่ขอรับผิดชอบหากเกิดผลข้างเคียง

นพ.ภูมินทร์กล่าวว่า ช่วงที่ยังไม่มีการส่งมอบวัคซีนนี้มายังประเทศไทย จะมรการทดลองใช้วัคซีนนี้ในยุโรปไปเรื่อยๆ คาดว่ากว่าที่วัคซีนจะมาถึงเมืองไทยคงทราบแล้วว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ ทั้งนี้โดยทางการแพทย์แล้ว พบว่าวัคซีนทั่วไปมีความเสี่ยงจะเกิดผลข้างเคียงในอัตรา 1 ต่อล้าน มีตั้งแต่เป็นผดผื่นจนถึงพิการเสียชีวิต แต่วัคซีนนี้ยังไม่มีใครทราบว่าจะมีความเสี่ยงหรือมีผลข้างเคียงอย่างไร แต่ที่ผ่านมาสหรัฐฯเคยใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นมาใช้กับคน พบว่ามีผลข้างเคียงให้คนเป็นอัมพฤกษ์กว่า 100 คน ถือว่าเป็นฝันร้ายที่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ต่อมา นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-14 ก.ค. 2552 มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ รวมทั้งสอ้น 4,057 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวมทั้งหมด 24 ราย เฉพาะในวันนี้ได้รับการรายงานผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ เพิ่ม 176 ราย

น.พ.ไกรจักร แก้วนิล รองปลัด กทม. ที่สั่งให้โรงพยาบาลที่สังกัด กทม. ให้ยาทามิฟลู แก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องรอผลยืนยันการตรวจเสียก่อนว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไม่ เหมือนอย่างที่กระทรวงสาธารณสุขทำ เพื่อป้องกันการติดโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อที่ปอด นี่คือวิธีการรับมือที่ถูกต้อง ป้องกันด้วยและรักษาด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ตายเสียก่อนแล้วโทษว่าเป็นโรคแทรกซ้อน

ส่วนสถานการณืทั่วโลก นางมารี-ปอล คีนี ผู้อพนวยการด้านวิจัยวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (ฮู) กล่าวว่า ขณะนี้การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้วและทุกประเทศจำเป็ฯต้องมีวัคซีนเอาไว้ป้องกันตัวเอง โดยคำกล่าวนี้มีขึ้นในช่วงที่อังกฤษ บราซิล โคลัมเบีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และประเทศไทยต่างมีรายงานผู้เสียชีวิตพร้อมกันกว่า 10 คน เมื่อวันจันทร์

นางมารี กล่าวอีกว่า วัคซีนป้องกันหวัดชนิดนี้ ควรมีใช้อย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายน และทุกประเทศจำเป็นต้องมีวัคซีนไว้เพื่อป้องกันตัวเอง โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคือคนกลุ่มแรกที่ควรได้รับวัคซีน เพราะคนกลุ่มนี้จะป็นที่ต้องการมากขึ้นหากมีคนติดเชื่อไม่หยุด ส่วนกลุ่มคนสำคัญกลุ่มอื่นๆ ควรเป็นกลุ่มหญิงท้อง หรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

สถิติล่าสุดขององค์การอนามัยโลกระบุว่า พบผู้ป่วยแล้วไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นคนทั่วโลก ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 429 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง โดยประเทศที่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่มากที่สุดอยู่ในเอเชีย ได้แก่ ประเทศไทย 3 คน และฟิลิปปินส์อีก 2 คน ขณะที่มีเม็กซิโกเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 คน ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตรวมในแดนจังโก้อยู่ที่ 124 คน ส่วนประเทศต้องเตรียมตัวรับมือกับผู้คนมากถึง 2 ล้านคน ที่เตรียมตัวเดินทางไปแสวงบุญในนครเมกกะ และเมืองเมดินาในอีก 5 เดือนข้างหน้า

คำแนะนำในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (ล่าสุด)

1. รัฐควรกำหนดมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะรุนแรงจนถึงขั้นต้องปิดประเทศ เช่น การกำหนดพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น โรงเรียน โรงงาน โรงมหรสพ ห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ รถโดยสารสาธารณะ เป็นต้น โดยให้เจ้าของพื้นที่ ดูแล ทำความสะอาด และบุคคลที่จะเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงนี้ ต้องใช้ผ้าปิดจมูก-ปาก ทุกคน รวมทั้งให้มีการทำความสะอาดมือก่อนที่จะเข้าพื้นที่ด้วย

2. ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจะตัวเกี่ยวกับปอด หัวใจ ไต เบาหวาน ภูมิแพ้ อ้วน เด็กและคนชรา ควรฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่(ประจำปี ) แล้วขอหลักฐานเก็บไว้ หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว 2สัปดาห์ จะมีผลในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป (แต่ไม่เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009) ดังนั้น หากเกิดมีอาการเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ขึ้นมา ก็สามารถคาดเดาได้ว่า 90% น่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วให้รีบไปตรวจที่โรงพยาบาล แสดงหลักฐานที่เคยฉีดวัคซีนไว้แล้ว แพทย์จะได้ตัดสินใจสั่งจ่ายยารักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ให้

- ค่าฉีดวัคซีนฯ ประมาณ600บาท/คน ค่ายารักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 10 เม็ด ประมาณ 2,000 บาท/คน

- ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนฯ เมื่อเกิดอาการเป็นไข้หวัดใหญ่ ถ้าไปที่โรงพยาบาลเอกชนที่มีเครื่องมือตรวจ และขอให้ทำการตรวจว่า เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ โดยจะเสียค่าตรวจประมาณ 3,500-5,000 บาท ซึ่งจะทราบผลประมาณ 1 วัน เมื่อตรวจพบว่า “เป็น” ต้องเสียค่ายาเพิ่มประมาณ 2,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าอื่นๆ)

- ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนฯ เมื่อเกิดอาการเป็นไข้หวัดใหญ่ ถ้าไปที่โรงพยาบาลรัฐ หากแพทย์วินิจฉัยเห็นว่า มีอาการที่สมควรต้องตรวจว่า เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือเปล่านั้น ต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะทราบผล เนื่องจากมีคิวยาว

- การที่คนไข้จะขอซื้อยารักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อรักษาตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

3. เฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้

- รัฐควรแจกผ้าปิดปาก-จมูก ให้ประชาชนมากที่สุด

- รัฐควรออกเงินให้สำหรับค่าตรวจ ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือเปล่า รวมทั้งค่ายาในการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพราะคนที่ใช้บัตร 30บาทและประกันสังคม ในความเป็นจริงมักไม่ได้รับโอกาสเหมือนคนที่ใช้เงินสดในการรักษพยาบาล (ค่าใช้จ่ายไม่มากไปกว่า การขาดทุนจำนำข้าว การซื้อเครื่องบินไอพ่น เรือดำน้ำ รถหุ้มเกาะ หรือ งบประมาณเดินทางไปดูงานยังต่างประเทศของนักการเมืองและข้าราชการ อย่างแน่นอน)

-    การทำให้ประชาชนเลิกวิตกหวาดกลัว และเกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย เมื่อผลการตรวจที่ รพ.รามาธิบดี พบว่าผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่สุงถึง 80% ของจำนวนผู้ตรวจเชื้อ รัฐควรออกมาตรการรักษา โดยให้แพทย์สั่งจ่ายยารักษาทันทีที่ผู้ป่วยที่มาตรวจมีอาการข้อนข้างรุนแรง หรือมีโรคแทรกซ้อน (ไม่ว่ามีอาการรุนแรงหรือไม่) อย่างลืมว่าลักษณะพิเศษของโรคนี้คือติดต่อง่ายและตายเร็วเมื่อเชื้อลงสู่ปอด ควรให้โอกาสการรักษาพยาบาลกับประชาชนคนธรรมดาเท่าคนรวยและผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อย่าปล่อยให้พวกเขาเสี่ยงกับความตาย ด้วยเหตุผลที่ว่าโรคนี้มีอัตราการตายน้อย


แหล่งข้อมูลการติดต่อเพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0 2245 8106, 0 2246 0358 และ 0 2354 1836

ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง




ความเห็น

  • คนขี้กลัว wrote on 15 พฤษภาคม, 2009, 0:12

    มันน่าสงสัยมั๊ยว่าทำไมไอ้เจ้าเชื้อโรคแปลกๆถึงได้เกิดบ่อยใกล้ๆกับประเทศที่สร้างอาวุธเชื้อโรคอย่างมะริกา ผมว่าทำอย่างไรประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราถึงจะรอดพ้นจากเชื้อโรคบ้าๆแบบนี้ ห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศไทย หรือปิดประเทศเลยดีไหม

  • กิยา wrote on 22 พฤษภาคม, 2009, 8:05

    ไม่

  • จิตเทพ เทพวงค์ wrote on 25 พฤษภาคม, 2009, 16:49

    dhdhdfhfutyu456yj45yj4y5j4ty5jt1yj21 ไม่ควรระบาด

  • เกา wrote on 27 พฤษภาคม, 2009, 17:15

    ไม่ดีนะครับ
    จะทำให้บ้านเมืองล่มจมได้นะครับเพราะว่าไม่มีเงินเข้าประเทศครับ

    จากคนหวังดี

  • ผู้หวัดดี wrote on 27 พฤษภาคม, 2009, 18:58

    ไม่ต้องปิดประเทศแต่ว่าให้คนรักษาความสอาดก้อพอ

  • เกะ wrote on 4 มิถุนายน, 2009, 22:19

    โรคนี้รักษาให้หายได้เปล่า

  • จรรยา wrote on 8 มิถุนายน, 2009, 12:21

    มันน่ากลัวมาก!!!

  • คิวาราริจัง wrote on 12 มิถุนายน, 2009, 11:28

    โรคนี้อาจถึงตายหรือเปล่า?

    แล้วโรคนี้จะหายหรือเปล่า?^^^^^^^^^^^^^^^^^

  • คิวาราริจัง wrote on 12 มิถุนายน, 2009, 11:29

    โรคนี้อาจถึงตายหรือเปล่า? ?^^^^^^^^^^^^^^^^^

  • noo~maemii wrote on 12 มิถุนายน, 2009, 20:02

    ถามหน่อย…..แฟนเปนไข้ไม่ลดเลยบางทีก้อไม่มีไข้
    บางทีก้อมีไข้แต่ไอแบบว่ารุนแรงมาก และไอแทบจะตลอดเวลา กินยาแก้ไอก้อยังไม่หาย และปวดเมื่อยตามร่างการ บางทีก้อหายใจไม่ค่อยออกเวลานอน แบบนี้จะเรียกว่าอาจจะมีอาการเปนไข้หวัด2009ไหม๊ค่ะ……..ใครรุช่วยตอบทีค้า

  • tawun krab wrote on 13 มิถุนายน, 2009, 21:36

    คุณ noo~maemii แฟนคุณเข้าค่ายทุกกรณีแล้วครับรีบพาไปพบแพทย์ภายใน 48 ชม ด่วนครับ

  • ja wrote on 17 มิถุนายน, 2009, 20:38

    ขอบคุณทุกความคิดเห็น รู้เรื่องอีกเยอะเลย

  • คนน่ารัก wrote on 18 มิถุนายน, 2009, 15:08

    ไม่ดีคะเพาะทำให้โรงเรียนหลายโรงเรียนได้ปิดโรงเรียนไปเพาะไข้หวัดนี้แหละคะ

  • คนน่ารัก wrote on 18 มิถุนายน, 2009, 15:11

    ไข้หวัดนี้เป็นแล้วหายไหมคะ?

  • ชบา wrote on 18 มิถุนายน, 2009, 17:13

    ใครทราบราคาของวัคซีนที่ต้านไวรัสบ้าง ไม่ใช่ค่าตรวจน่ะ

  • Dr.K wrote on 19 มิถุนายน, 2009, 14:36

    - ผู้ที่ร่างกายแข็งแรง ให้กินยาตามอาการ เช่น ปวดหัวเป็นไข้ กินยาแก้ปวดลดไข้ ดื่มน้ำและพักผ่อนมากๆ สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน
    - ผู้ที่มีความต้านทานน้อยหรือมีโรคข้างเคียง และมีอาการไข้สูง ให้ไปพบแพทย์ดีที่สุดครับ
    - โรคนี้แม้จะตายยาก แต่ติดเชื้อง่าย และถ้าระบาดไปทั่วเมืองไม่ดีแน่ๆ

  • Dr.K wrote on 19 มิถุนายน, 2009, 14:46

    เพิ่มเติมหน่อย
    - โรคนี้ยาป้องกันยังไม่มี
    - ยาเม็ด “ทามินฟลู” เป็นยาชนิดหนึ่งสำหรับฆ่าเชื้อไวรัส และมีผลในการรักษาไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ มีขายเฉพาะในโรงพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์ ราคาเม็ดละ 200 บาท
    - ไม่ควรซื้อยามาทานเองอย่างยิ่ง เพราะมีรายละเอียดอย่างอื่น เช่น ต้องกินหลังมีไข้ภายใน 60 ชั่วโมง และอาจมีผลข้างเคียงต่อบางคน

  • บอสระอูมอม้า >Boom wrote on 19 มิถุนายน, 2009, 20:14

    - โรคนี้ยาป้องกันยังไม่มี
    - ยาเม็ด “ทามินฟลู” เป็นยาชนิดหนึ่งสำหรับฆ่าเชื้อไวรัส และมีผลในการรักษาไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ มีขายเฉพาะในโรงพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์ ราคาเม็ดละ 200 บาท
    - ไม่ควรซื้อยามาทานเองอย่างยิ่ง เพราะมีรายละเอียดอย่างอื่น เช่น ต้องกินหลังมีไข้ภายใน 60 ชั่วโมง และอาจมีผลข้างเคียงต่อบางคน

  • pim somapa {E.L.F.} wrote on 20 มิถุนายน, 2009, 13:29

    โรคนี้น่ากลัวมั๊กก ก ก ก >,<~

  • โดเรม่อนจัง wrote on 24 มิถุนายน, 2009, 13:31

    น่ากลัวจัง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือนะค่ะ

  • winnie501 wrote on 24 มิถุนายน, 2009, 13:34

    น่ากลัวจัง———–….

  • นิ้ง wrote on 24 มิถุนายน, 2009, 17:56

    กำลังมีอาการ

    คือแบบว่ามันเป๊ะๆ กลัวว่าจะเป็น ทำไงดี

  • นู๋เนม wrote on 27 มิถุนายน, 2009, 14:23

    ผมไม่รู้ว่าเป็นอะเปล่าอะ แต่ไปหาหมอตั้งแต่วันแรก หมอก็ให้ยามากิน แต่วันที่2นี่ อาการแย่สุดๆ
    แต่พอมาถึงวันที่3 อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่นี่เข้าสู้วันที่4แล้วก็ปรกติแล้วแต่ยังมีไข้เล็กน้อยยังไม่หยุดกินยาเลยอะ เหลือแต่เจ็บคอ เราควรทำยังไงต่อดี ไม่อยากกินยาเยอะๆเลยอะกินยามื้อละ 7 เม็นแน่ะ>< ไตพังกานพอดี แงๆๆๆทำงานดีผู้รู้บอกทีคับ ขอบคุณคับ

  • ดรน wrote on 29 มิถุนายน, 2009, 13:16

    มันไม่น่าเกิดในประเทศเราเลย

  • ชาวดอย wrote on 30 มิถุนายน, 2009, 19:19

    ลูกชายตอนนี้อายุ 9 ขวบตอนนี้ป่วยเป็นไข้ๆสูงประมาณ 40 แต่จะเป็นตอนเย็นๆๆตอนกลางวันไข้จะลดประมาน 38-39 แต่ตอนเย็นตัวจะร้อนจัดเป็นมา 2วันแล้วและมีอาการเจ้บคอและไอเล้กน้อยแต่ไม่ซึมไม่ทราบเข้าข่ายไหม บ้านอยู่บางใหญ่

  • พิท wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 7:38

    เนี่ยห้องเรียนเราไม่รุ้เป็นรึเปล่านะ เพราะอยู่ก็เป็นไข้พร้อมกันตั้งครึ่งห้อง ตอนเนี้ยห้องเราก็ไปหาหมออยู่ อาจารย์
    หั้ยห้องเราหยุดเรียนด้วย เห้อไม่อยากเป็น

  • เอฟ wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 10:52

    ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบาย….มีไข้ตัวร้อน….ปวดหัวเล็กน้อย…….ไม่ทราบว่า….ผมเป็นไข้หวัด 2009

    ยังครับ……….(ช่วยตอบด้วยน่ะ)

  • อานนท์ wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 18:18

    ขอบคุณครับที่มาให้ความรู้……

    โรคนี้น่ากลัวจริงๆ ขอให้โรคนี้หายไปจากโลกของเราโดยเร็วนะครับ

  • อานนท์ wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 18:25

    อย่าลืมนะ

    วิ่ง สู้หวัดอะ และก็ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

  • กลศาสตร์ wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 19:01

    คาดว่าผมอาจเป็น

  • กลศาสตร์ wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 19:02

    ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบาย….มีไข้ตัวร้อน….ปวดหัวเล็กน้อย…….ไม่ทราบว่า….ผมเป็นไข้หวัด 2009

    ยังครับ……….(ช่วยตอบด้วยน่ะ)

  • เดียว wrote on 3 กรกฎาคม, 2009, 21:50

    คนที่ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย และไอ จะเป็นไข้หวัด2009ได้มั้ย

  • บับเบิ้ล wrote on 4 กรกฎาคม, 2009, 10:18

    คือว่า มีอาการ มีไข้ขึ้นสูง ไอเจ็บคอ ปวดหัวตึ้บๆ ปวดเมื่อยตัว และท้องร่วง มันอาการเหมือนเป๊ะๆเลยอ่ะ

    แต่เมื่อวานไปตรวจที่บำรุงราษฎร์ ผลออกมาว่าไม่เป็นไข้ 2009

    แต่ยังไงก้ยังเสียวๆอยู่ว่าจะเป็นรึป่าว ?

    อาการมันใช่เลยนะ

  • เผย wrote on 6 กรกฎาคม, 2009, 21:21

    ตอนนี้น๊ะครับ รร.ชายหรือรร.นครสวรรค์เนี่ย

    เด็กติดเชื้อไปห้องเนิงหรืออรัยเนี่ยแหละครับ

    รร.มันยังไม่สั่งปิดเลยครับ ช่วยร้องเรียนหน่อยครับ

    กัวว่าจามีคนติดอิกเย๊อะน่ะครับ

  • คนไทยคนหนึ่ง wrote on 7 กรกฎาคม, 2009, 10:49

    ไม่ว่าเชื้อโรคนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และเข้ามาระบาดในบ้านเราได้อย่างไร ก็ตาม แต่ทุกชีวิตมีค่าทุกคน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร ชีวิตต้องเท่าเทียมกันหมดตามที่ชอบกล่าวกันว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การแจ้งข่าวเตือนภัยให้ทุกคนได้ระวังตัวคือสิ่งที่สมควรจะทำอย่างที่สุด มิใช่บอกว่าเราควบคุมได้ แต่เมื่อมันไม่ใช่ ใครจะรับผิดชอบมาติดเชื้อแทน ควรจะคิดใหม่ทำใหม่ ดีกว่ามาสูญเสียงบประมาณในการรักษา ซึ่งแพงมากกว่าการออกมาแจ้งข่าวเตือนหลายเท่าตัว รัฐมนตรีมาเดินประชาสัมพันธ์โดยไม่สวมหน้ากากป้องกัน เมื่อรัฐมนตรียังไม่ติดเชื้อ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่มีโอกาสติดเชื้อ

    หากเราต้องสุญเสียรัฐมนตรีคนนี้ไปด้วยโรคนี้ ลองคิดดูครับว่าเราเสียเงินกับการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก เรียนหนังสือ และมากินเงินเดือน เราต้องสุญเสียไปกับคนๆเดียวกี่ล้านบาท เสียดายเงินครับ

  • เด็กแม่กลอง wrote on 7 กรกฎาคม, 2009, 17:55

    ตอนนี้ผมก็ป่วยอยู่ มึนหัวนิดหน่อยหนึบๆ เจ็มคอ แต่ไม่ค่อยไอ มีไข้นิดๆ เป็นแค่นี้อ่ามีโอกาสเสี่ยงไหมเนียกลัวอะT_Tเปงมา วันนี้ก็วันที่ 2 ล่ะ เริ่มเป็นตั้งแต่วันที่ 6

  • ปุ่น wrote on 8 กรกฎาคม, 2009, 13:29

    มะรื่นวานก่อนจะเปน สักประมานบ่ายๆ มีลูกค้าคนนึงเข้ามา แล้วหลังจากนั้น สัก 1 ชม หลังจากที่ลูกค้ากลับไป ผมเริ่ม ปวดหัวนิดหน่อย คิดว่าเปนไข้ธรรมดา เลยกินยาพาราไป 2 เม็ด แล้วนอนพัก ตื่นมาอีกทีประมาน 2 ทุ่ม อาการก็ไม่น่ามีอะไร น่าจะหายปรกติ เลยขี่รถไปหาไรกิน กลับมาสักพักประมาน 4 ทุ่ม เริ่มไอ แล้วเริ่มไอหนักขึ้น พอรู้เริ่มมีไข้อีกแล้ว ผมเลยนอนปิดแอร์ ปิด พัดลม ให้หมดหวังว่าจะได้เหงื่อออก แต่ทั้งคืน ตัวผมรู้สึกหนาวมาก ขนาดห่มผ้ายังหนาว ไข้เริ่มขึ้นสูง ปวดหัวอย่างแรงเหมือนมี เข็มมาจิ้มในสมองเลย ลุกไม่ไหว ไม่อยากกินไรเลย ไออย่างหนัก กินน้ำแล้วรู้สึกบาดในคอเลย ปวดเมื่อยตามตัว ประมาน 4 โมงเย็นผมทนไม่ไหว เลยไปหาหมอหวังว่า ฉีดยาเข็มเดียว ก็หายเลยไปหาหมอ รพ. ใกล้บ้าน ดีมีเพื่อนขับรถไปส่ง เข้าไปตัวผมก็จะไม่ไหวเดินไม่มีแรง ปวดหัวมากกกก แต่ระบบใน รพ. จะให้เราทำบัตรใหม่ ถ้ายังไม่เคยทำ ให้ชั่งน้ำหนัก แล้วรอๆ อย่างเดียว ผม เริ่มโมโห เพราะตอนนั้นผมไม่ไหวสุดๆ พอหมอเรียกตรวจ พอเข้าไปให้อ้าปากดู แล้วคุยสักพักให้ออกมา บอกว่า ให้รอตรวจ ไข้หวัด2009 ก่อน จากนั้น นางพยาบาลให้ตามมาจ่ายตังก่อน 1,050 บาท ผมงงเลยกะมาฉีดยาอย่างเดียว เสร็จแล้วนั่งรออีก15 นาที ก็เรียกเข้าไปตรวจ โดยใช้สำลี ลักษณะ คล้ายที่ปั่นหู แต่ ด้ามยาว แล้วบอกว่าให้หายใจลึกๆ แล้วค้างไว้ แล้วก็เอาแทงเข้าไปที่รูจมูก เจ็บมาก จากนั้นก็เหนเค้าตัดเอาปลายสำลี แช่ในน้ำยาไรสักอย่าง แล้วให้ผมรออีกครึ่ง ชม. สภาพตอนนั้นแย่มากยังให้รออีก หลังจากเรียกตัวเข้าไป หมอได้บอกว่า ผมเปนไข้หวัด2009 ประมาณ 80% ถ้าจะให้ดีต้องตรวจให้ละเอียด ค่าใช่จ่ายประมาณ 5,000 บาท ถ้าเปนจิง จะให้กินยาต้านไวรัส ประมาณ 5 วันวันละ 2 เม็ด ค่ายา 5,000บาท ผมเลยบอก เอาไว้ก่อนยังไม่มีตัง เลยบอกหมออีก 2 วัน ผมเลยขอหมอฉีดยา หมอบอกว่ามันช่วยไรไม่ได้หรอก มันไม่หาย ผมก็เลยโมโหแล้วบอกว่า ผมต้องการให้มันหายปวดหัว ชั่วคราวก็ยังดี เพราะมันปวดมาก หมอเลยให้ไปฉีดยาพร้อมให้ยามาทาน
    หลังจากนั้น กลับมากินข้าวนิดนึงแล้วกินยา แล้วได้หลับไป ตื่นมาเที่ยงคืน อาการ ปวดหัวเริ่มหาย อาการเมื่อตัวเริ่มหาย ยังไออยู่เล็กน้อย รู้สึกดีจิงๆเหมือนจะหาย แล้วพอหลับไปอีก ตื่นประมาณ ตี5 อาการเดิมกลับมา ปวดหัวอย่างแรง แล้วประมาน8โมงเช้าผมทนไม่ไหวเลยไปอาบน้ำร้อน ไปยืนแช่น้ำประมาน ครึ่ง ชม ค่อยดีขึ้น ผมเลยมานอนต่ออีกรอบ พอตื่นมาประมานเที่ยงก็หายอีกแล้ว ผมเลยมานั่งหาข้อมูลแล้วมาเจอเวปนี้เลยเอาสิ่งที่ตัวเองเจอมาบอกคับ ขอบคุณคับ ^_^

  • นก wrote on 8 กรกฎาคม, 2009, 18:19

    ขอถามหน่อยนะคะว่า ถ้าคนจนเป็นแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปตรวจ และทำไมรัฐบาลไม่จัดที่สำหรับรักษาโรคนี้จังหวัดละที่ล่ะคะ หรือนำงบประมาณที่เหลือมาช่วยประชาชนทางด้านค่าตรวจรักษาล่ะคะ ถ้าคนจนที่เป็นไม่มีเงินไปตรวจแล้วไม่รู้ว่าตนเป็นหรือไม่เป็น ซื้อยามาทานเองแล้วอยู่อาศัยในสถานที่ชุมชน มันจะทำให้ไข้หวัดนี้แพร่ไม่มีที่สิ้นสุดนะคะ

  • เสก wrote on 8 กรกฎาคม, 2009, 21:29

    ขอให้คุณ ปุ่น หายจากไข้ 2009 นะครับ

    ผมเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตลอดแต่ผมเป็บแบบนี้ประจำก่อนมีไข้ 2009 เนื่องจากผมทำงานแทบไม่เคยหยุดถ้าเมื่อยจนรู้สึกล้าก็จะนอนยาวๆๆ สักวันก็จะกะชุ่มกะชวย แต่มีข่าวไข้ 2009 ผมก็รู้สึกไม่ไว้ใจตัวเองเพราะผมชอบคอแท้ระคายคอแทบทุกวันเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวแทบทุกวันเนื่องจากการทำงานจน กว่าจะถึงเวลาอาบน้ำเข้านอนจนรู้สึกกลัวที่จะไปหาหมอแล้วราคายานั้นมันแพงมาก

    แล้วคนทำงานส่วนมากก็ไม่ค่อยมีเงินเก็บมากมายยิ่งรู้สึกกลัวเข้าไปอีก

  • ดร.อนันต์ คงสมพงศ์ wrote on 13 กรกฎาคม, 2009, 22:02

    ผมว่าละว่าเรื่องมันต้องออกมาเป็นแบบนี้ ตั้งแต่วันแรกที่ประเทศไทย ประกาศว่า สามาราถควบคุม เชื้อตัวนี้ได้ และเราจะขอบอกไว้เลยว่า มันจะไม่หยุดจนกว่าที่มนุษย์ จะสำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำลงไป รู้ไหมทำไมผมถึงพูดแบบนี้ การที่มนุษย์ คิดค้น ในด้านใดด้านหนึ่งก็อาจจะทำให้เกิด ผลดี แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีผลเสียตามมา มันจะกลับมาอย่างที่เราไม่สามารถคาดคิดได้

    เขียนโดย : ดร.อนันต์ คงสมพงศ์ ผู้ศึกษาและพัฒการทางไวรัสวิทยา ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

  • สุนิสา ฉำน้อย wrote on 13 กรกฎาคม, 2009, 22:24

    ก้อนะ ก้อขอหั้ยคุณปุ่นหายจากอาการป่วยเร็วๆแล้วกาน

    เปนกำลังจัยหั้ย

  • sa wrote on 13 กรกฎาคม, 2009, 22:26

    กลัวจัง

  • อยากรุอ่า wrote on 14 กรกฎาคม, 2009, 9:10

    คอนนี้เป็นหวัด แล้วก็เจ็บคอมากๆๆ ตัวก็อุ่นๆ จะเป็นไข้หวัดนี้ไหมค่ะ

    ใครรู้บ้างช่วยตอบหน่อยค้า

  • Tikky wrote on 14 กรกฎาคม, 2009, 13:43

    การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มีใครทราบหรือไม่ว่ามันได้ฆ่าชีวิตคนไปมากแล้ว และอีกในจำนวนผู้ที่ติดเชื้ออีกมากในภาคอีสาน แต่ทำไมไม่มีการรณรงค์ป้องกันอย่างจริงจังซะที โดยเฉพาะสถานที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ หลายคนอาจมองว่ามันไกลตัว เพราะเนื่องจากการที่ไม่ได้รับข้อมูลจริง เพราะตอนนี้มันได้กระจายไปแทบทุกจังหวัดแล้ว อย่านิ่งเฉยนะคะ ถ้าคุณรู้สึกว่ามีอาการไม่ค่อยสบาย ควรไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

  • katiik wrote on 14 กรกฎาคม, 2009, 17:11

    เรามีไข้ ตัวอุ่นๆ + ปวดหัวเล็กน้อยเป็นบางช่วง + เสียงแหบ
    กลัวเป็นมากมาย

  • ชุติมา wrote on 14 กรกฎาคม, 2009, 20:48

    กันดีกว่าแก้ บังเอิญเป็นพวกหัวสมัยเก่าหน่อยๆ เลยรอดมาได้เปาะนึง ก็เมื่อเริ่มรู้ว่าเจ้าไวรัสตัวนี้เริ่มระบาดเมื่อเดือนเมษายน เราก็เริ่มหาสมุนไพลมาไว้ในบ้านหลายขนานอยู่เช่นฟ้าทะลายโจร เบญจโลกวิเชียร ห้าราก ลูกใต้ใบ กินกันไว้ตั้งแต่นั้นมา จนบังเอิญหลานของเพื่อนก็บังเอิญไปติดไวรัสตัวนี้กับเพื่อนที่เป็นมา และก็มาคลุกอยู่กับเราทั้งวัน เล่นเอาร้อนๆ หนาวๆ ไปเหมือนกัน แต่มาจนถึงวันนี้ก็สองอาทิตย์แล้ว เราไม่มีอาการไข้แต่อย่างใด ก็เลยคิดว่าอาจเป็นเพราะได้สมุนไพลทั้งหลายช่วยครองอยู่ในระบบเลือด ทำให้ไวรัสเมากับสมุนไพลไป ไม่ทันออกฤทธิ์

  • พี wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 8:50

    เป็นอันตลายมาก…เราต้องล้างกายเเขงเเรง

  • ณภาภัช wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 10:26

    ขอขอบคุณที่ให้ข้อมูลค่ะ

  • พิชเพ็ญ wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 10:42

    เมื่อวานมีโอกาสได้คุยกับ นพ.โฆษิต ทัศนเทพกมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัด ใหญ่ 2009 อาจารย์หมอจะไปบรรยาย ที่ จันทบุรี วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม นี้ ที่ โรงพยาบาล สิริเวช สนใจเข้าฟังบรรยายฟรี ข่าวดีของคน จันทบุรี สำรองที่นั่งได้ที่ 086-869-7867 ด่วนค่ะ รับได้ 200 คน ฟรีค่ะ

  • พิชเพ็ญ wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 11:00

    ที่เชียงใหม่มีบรรยายที่ โรงแรมสิรินารถ การ์เด้น 19 ก.ค ฟรีเช่นกันค่ะ สำรองที่นั่ง086-869-7867
    เชียงรายมีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 20 ก.ค

    อุตรดิตถ์ โรงแรมสีหราช วันที่ 21 ก.ค

    หาดใหญ่ 26 ก.ค โรงแรมพาราไดซ์ สงขลา 27 ก.ค โรงแรมกรีนเวิล์ด กระบี่ 28 ก.ค คริสตัล
    ภูเก็ต 29 ก.ค โรงแรม คาร์ทีน่า ทุกที่ ฟรี สำรองที่นั่งได้ที่ พิชเพ็ญ 086-869-7867 แต่ละที่รับได้ประมาณ 200 ท่าน

  • noname ka wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 12:00

    ดร.อนันต์ คงสมพงศ์ คะ.. (ตัวจริงหรือเปล่าไม่รู้)

    คือ..

    เขียนโดย : ดร.อนันต์ คงสมพงศ์ ผู้ศึกษาและพัฒการทางไวรัสวิทยา ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

    ..

    เราเรียกกันว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..

    ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

  • คนขี้กลัว wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 12:30

    กลัวไข่หวัด2009 นาจะหยุด โรงเรียน ซัก 20วัน จะดีมาก

  • เบสท์ (ผู้ทำนายอนาคต) wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 12:33

    รัก กัน ไว้ เถิด เรา เกิด ร่วม แดน ไทE จะเกิด ชาติ ไหนๆ ก็ ตาย ด้วย กัน เพราะ ไข่ หวัด 2009

  • โอ๋หัวหิน wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 13:59

    สาธารณะสุขคับ
    ผมนักเรียนโรงเรียนหัวหิน
    มีนักเรียนเป็นไข้หวัดใหญ่2009แล้ว
    หลายคนแล้ว ตัวผมเองก็ไม่สบาย
    มีอาการแย่มาก ผมอยากให้
    ช่วยสั่งปิดทีเพราะมีการแพร่เชื้อแล้ว
    ผมกลัวน้องๆเพื่อนๆๆที่อ่อนแอเป็นแล้วเสียชีวิตคับ
    เบอร์โรทโรงเรียนหัวหิน032-511127
    โทรสาร 032512128ต่อ100

  • piya wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 18:45

    ดิฉันอยากจะบอกทุกคนว่า ไม่ต้องวิตกกังวลให้มากนัก แค่เราทุกคนออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชย์ต่อร่างกาย ทานให้ครบห้าหมู่ก็เพียงพอแล้ว ถ้าคุณป่วย(อาจจะป่วยเป็นไข้ธรรมดา) แต่ว่าคุณคิดมาก กลัวอย่างนั้น กลัวอย่างนี้ คุณอาจจะมีร่างกายทรุดลงก็ได้ อาจจะไม่ใช่ไข้หวัด2009ก็ได้ เพียงแต่ตัวคุณคิดกลัวไปเอง ทำให้จิตใจแย่ เมื่อจิตใจแย่ร่างกายของเราก็จะแย่ไปด้วย ทางที่ดีดิฉันของแนะนำให้ทุกคนออกกำลังกายให้มากๆจะดีกว่า และอย่าลืมทานอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย เพื่อทำให้ร่างกายไม่ป่วย ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆค่ะ

  • ซาลาเปา wrote on 15 กรกฎาคม, 2009, 23:15

    น้องของเราไม่สบาย มีอาการปวดหัว เป็นหวัด ไอเลื้อรัง เลยไปโรงพยาบาล หมอได้ให้ยามากินซึ่งดูตามอาการ แต่ไม่ได้มีการตรวจ พอกินแล้วอาการเริ่มดีขึ้น แต่พอไม่ได้กินยา อาการแย่มาก ปวดหัว อาเจียน ท้องเสีย เป็นหวัด ตอนนี้น้องเราสุขภาพจิตแย่มาก กลัวเป็น ทำให้ร่างกายแย่ตาม แต่สุดท้ายก็ไปหาหมอเพื่อตรวจ แต่หมอบอกว่าไม่น่าจะเป็น ซึ่งหมอได้ให้ยามากินดูอาการอีกรอบ ตอนนี้ก็รอดูอาการก่อน แต่อาการน้องเรามันตรงกับอาการของคนที่เป็นไขหวัดมากเลย และตอนนี้สุขภาพจิตเค้าก็แย่ กิจกรรมการเรียนก็เยอะ มีสอบตลอดทุกสัปดาห์ พักผ่อนน้อย และเค้าต้องทำกิจกรรม เรียนวิศวะด้วย และเป็นเด็กปีหนึ่ง น้องเค้าไม่สบายใจกลัวเรื่องเรียนและสุขภาพ

  • นคเรศ wrote on 16 กรกฎาคม, 2009, 11:08

    ผมว่าคนมีโรคอยู่ เข้าเลยตายหนา

  • เฟรม ทิว ฟ้อง wrote on 16 กรกฎาคม, 2009, 11:52

    อยากให้คนไทยหายเร็วๆ

  • ครุจอย wrote on 16 กรกฎาคม, 2009, 12:12

    อยากให้ช่วยหยุดยั้งไข้หวัดนี้จริงจังซะที นักเรียนทุกคนในโรงเรียนจัดเป็นกลุ่มเสียงเสี่ยงมาก ควรจะงให้นักเรียนทุกคนใส่หน้ากากอนามัยทุกคนนะคะ สงสารเด็ก ๆ

  • วรายุทธ์ wrote on 16 กรกฎาคม, 2009, 13:43

    โลกนี้เมื่อไรจะหายไปชักที

  • กมล wrote on 16 กรกฎาคม, 2009, 19:29

    ค่ายา+ค่าตรวจแพงมาก ประมาณ10000 บาท อยากรู้จริงๆว่าคนที่เป็นจะเอาเงินที่ไหนไปหาหมอ รัฐบาลทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล็ก ทั้งๆที่ประเทศอื่นที่เค้าเจริญกว่าเราเค้ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดปิดประเทศ เชื่อเหอะว่ามีคนที่เป็นโรคนี้แล้วตายอีกเยอะแต่ยังไม่ถึงมือหมอ อีกอย่างพูดมาได้ไงว่าไม่มีปัญญาซื้อหน้ากากให้คนทั้งประเทศ ทีจะซื้อรถเมย์ตั้งสี่พันคันยังดิ้นรนจะเอาให้ได้น่าสงสารคนไทยจริงๆ

  • ktcnow wrote on 17 กรกฎาคม, 2009, 8:14

    ตอนนี้ลูกชายก็กลับมาจากโรงเรียนบ่นว่าปวดหัวแล้วก็อาเจียน ไม่มีเรี่ยวแรงกลัวจังเลยคะไม่รู้คิดมากไปเปล่าตอนนี้ก็หลับอยู่กินยาตามปรกติ ไม่ต้องไปหาหมอจะดีไหมคะ คอยดูอาการก่อน โรงเรียนอื่นเขาก็ล้างโรงเรียนไปหมดแล้ว ทำไมโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ยังไม่ล้างอีกคะเพื่อป้องกันเด็กติดเชื้อคะ เพราะมีแต่เด็กประถมคะ โอกาสเป็นเยอะมากคะ

  • miki wrote on 17 กรกฎาคม, 2009, 10:50

    ออฟฟิศเราก็มีคนเป็นไม่เห็นเขาทำอะไรกัน

  • แตงโม wrote on 17 กรกฎาคม, 2009, 11:47

    ก็ขอให้ทุกคนหมั่นดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ คนไทยด้วยกันต้องช่วยเหลือกันนะคะ

  • Jackie wrote on 17 กรกฎาคม, 2009, 19:26

    วันเสาร์ที่11กรกฎาคม2552 ผมไปทำธุรกรรมการเงินที่ธนาคารในเซ็นทรัลพระรามสอง พอกลับมาบ้านก็มีอาการแปลกๆ คือรู้สึกระคายคอ พอรุ่งเช้าวันอาทิตย์มีอาการเวียนหัว และมีไข้ขึ้นสูง กินยาไทลินอล ไข้ก็ลดแต่สักพักก็กลับมาอีก ตกกลางคืน มีอาการปวดหัวมาก ปวดหัวจนนอนไม่หลับ ร่างกายจึงอ่อนเพลีย กินยาลดไข้ ไข้ก็ลดแต่ไม่หายปวดหัว เช้าวันจันทร์ มีอาการเจ็บแสบคอมาก ตอนนี้รู้สึกทรมานมาก และเริ่มสงสัยว่าตัวเองจะไปติดหวัด 2009 มา จึงพยายามไม่อยู่ใกล้คนในครอบครัว แล้วก็หันไปเจอกระปุกยาฟ้าทะลายโจร จึงกินไป 3 แคปซูล หวังว่าจะหายเจ็บคอและหายไข้ เพราะเคยกินแล้วหาย ปรากฏว่าหายปวดหัว แต่ผลที่ออกมาเหมือนกินยาลดไข้ หายไปแล้วก็ไข้กลับมาอีก จึงตัดสินใจไปพบหมอ ตอนที่ไปพบหมอไม่มีไข้เลย เจ็บคอเล็กน้อย หมอจึงบอกว่าไม่เป็นอะไรมากเป็นหวัดธรรมดา คอแดง เดี๋ยวหมอจะให้ยาไปกิน ผมบอกกับหมอว่าผมเกรงว่าจะไม่ใช่หวัดธรรมดา เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคมผมเพิ่งฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดประจำฤดูไปเอง หมอก็บอกว่าถ้าไม่สบายใจงั้นก็ตรวจแล้วกัน จากนั้นพยาบาลก็พาผมไปทำ โทรตสวอบ คือเขาเอาสำลีก้านยาวมาป้ายเสมหะในคอผมแล้วเอาไปตรวจ รอ 45 นาที ผลออกมาว่า โพสิทีฟ ไทป์เอ หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นะ ชนิดเอ ซึ่งตัว h1n1 มันก็อยู่ในชนิดเอเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่ามี h1n1 นะ หมอก็ส่งผมไปเอกซ์เรย์ปอด และตรวจเลือด ผมแอดมิสเข้านอนสังเกตุอาการ 1 คืน พอเข้าพักรักษาตัวไข้ขึ้นสูง 38 กว่าๆ เขาก็ให้กินยาลดไข้ และเช็ดตัว อ่อ เขาให้น้ำเกลือด้วย ผมได้กินยา ทามิคฟลู ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาลดน้ำมูก ทำให้ผมนอนหลับสบายเลย พอได้นอนอาการก็ดีขึ้นเยอะ ไม่ปวดหัว ไม่มีไข้ แต่เจ็บคอมากๆ เสมหะเป็นเมือกขาวขุ่น ปนเขียว เช้าวันพุธ หมอให้ผมกลับมาทานยาที่บ้าน เนื่องจากว่าไม่มีไข้แล้ว และไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ยกเว้นเจ็บคอ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1 คืน ห้องเดี่ยวธรรมดา 8 พันกว่าบาท ได้ยามาเป็นกระสอบ กลับมาบ้าน ยังมีอาการตัวลอยๆ มึนๆ แต่เจ็บคอดูไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ผมพยายามดื่มน้ำอุ่นตลอด ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้หวัดที่ผมเป็นนี่มัน หวัดธรรมดา หรือ h1n1 กันแน่ อ่านในใบรับรองแพทย์เขาก็เขียนว่า Infuenza A แค่นั้น หมอก็ไม่ได้นัดดูอาการอีกด้วย เมื่อเช้าดูข่าวช่องสามบอกว่า ฟ้าทะลายโจร กับ พลูคาว มีส่วนช่วยให้ร่างกายป้องกันหวัด2009ได้ ไม่รู้จิงป่าว หรือว่าจริง หรือว่าถ้าก่อนผมไปหาหมอโดยไม่กินฟ้าทะลาย
    โจรผมจะมีอาการหนักกว่านี้ แต่ช่างมันเถอะ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่หายดีเท่าไร อยากหายเร็วๆจัง

  • เบน wrote on 18 กรกฎาคม, 2009, 8:13

    ขอให้รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

  • เด็กนักเรียน wrote on 19 กรกฎาคม, 2009, 17:46

    ช่วยอ่านที่ โรงเรียนผมพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธ์ใหม่แล้วครับแต่โรงเรียนไม่หยุดยังปิดข่าวไม่บอกใครครับครับเรื่องจริงไม่ได้อ้างอิงมาจากไหนนะครับเป็น2คนครับแต่เท่าที่ผมไปสืบๆมามีมากกว่านั้นครับช่วยบอกต่อๆกันด้วยนะครับโรงเรียนนั้นมีตัวย่อว่า ร.บ.ครับอยู่ในกรุงเทพบอกเลยละกันครับโรงเรียนวัดราชบพิธลองไปถามดูครับถ้าเขาบอกไม่มีแปลว่าเขาโกหกครับผมพบกับตัวเองเลยพบคนที่เป็นอะครับ

    จาก เด็กนักเรียนในโรงเรียน

  • เล็กๆน้อยๆที่ยิ่งใหญ่... wrote on 20 กรกฎาคม, 2009, 6:46

    ผมว่า โรคไข้หวัด2009นี้มันเป็นไวรัส จากการทดลองผิดพลาด ของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลประเทศLต้องการที่จะผลิตยาต้านไวรัส แต่ว่าเกิดการผิดพลาดหรือรัฐบาลประเทศนั้นต้องการจะทดสอบอาวุธชีวภาพ โดยทดลองกับมนุษย์ว่าจะมีผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ จากนั้นจึงปล่อยข่าวว่ามาจากสัตว์…

  • รร บ้าบอ ชิส์ wrote on 21 กรกฎาคม, 2009, 12:59

    มีอาการเหมือนจะเปนค่ะ เจบคอ ปวดหัว ไข้สูง มีน้ำมูก ไอเลกน้อย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
    เราว่านะติดมาจาก รร แน่ เลย รร เรามีคนเปนแต่ไม่ยอมปิด ปิดเฉพาะ สายชั้นที่มีคนเปน อยากให้มีการบังคับ แบบว่า รร ไหนเปนให้หยุดไปเลย รร เราบอกว่าดีที่มีคนเปน เล็ก น้อย รร อื่นเค้าเปนกันเยอะ เลยไม่ปิด ว่างั้น แร้วบ่อยให้เชื่อแพร่กระจายนี่นะ เราเลยติดไร บ้าที่สุด ดด เซงงจิงๆ ToT ~

  • น้องหนูนา wrote on 21 กรกฎาคม, 2009, 19:14

    ตอนนี้รู้สึกปวดหัวประมาณเข้าวันที่3แล้วครับ
    แต่อาการที่ว่าตัวร้อน ไอ จาม ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ไม่มีนะครับ
    ระแวงมากกลัวจะเป็น เพราะเพื่อนๆที่มหาลัยติดกันเยอะเลย
    อาการปวดหัวก็ไม่มากเท่าไร สามารถที่จะทำงานหรืออ่านหนังสือได้ครับ
    ไม่รู้ว่าต้องไปตรวจหรือเปล่า??? เพราะอาการหวัด ไม่มีนะครับ

  • สุดารัตน์ สารทอง wrote on 22 กรกฎาคม, 2009, 9:12

    โรคไข้หวัด2009จะหายได้หรือไม่ค่ะ

  • นพเดช wrote on 22 กรกฎาคม, 2009, 14:03

    ไม่ดีเลยมีคนตายเยอะ

ผู้เขียน

เขียน 35981 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics