พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ระบุ ทักษิณไม่เคารพสักการะพระมหากษัตริย์และจงใจหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

แบ่งปัน

บทความรับเชิญ

thaksin_15_08_08_big

                เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ

                                                                                  โดย วสิษฐ เดชกุญชร

ใคร ๆ ที่ได้อ่านข่าว(พ.ต.ท.)ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทม์ เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านไปแล้ว คงมีความรู้สึกไม่ต่างกับผม คือรู้สึกว่า ถ้า(พ.ต.ท.)ทักษิณไม่มีความรู้เลยในเรื่องระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(พ.ต.ท.)ทักษิณก็คงจะไร้เดียงสา หรือโง่ หรือบ้า

        หรือมีเจตนาที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        ก่อนที่จะอ่านเรื่องนี้ต่อไป ผมขอชี้แจงว่า ที่ผมใส่วงเล็บไว้หน้าและหลังคำว่า “พ.ต.ท.” หน้าชื่อ “ทักษิณ” ในการเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะผมรู้สึกกระดากมือและกระดากใจที่จะใส่ยศเข้าไปเต็ม ๆ ที่หน้าชื่อ “ทักษิณ” เพราะ (พ.ต.ท.) ทักษิณได้ทำความเสียหายและอับอายขายหน้าอย่างเหลือเกินให้แก่ราชการตำรวจ ด้วยการหนีโทษตามคำพิพากษาของศาล แล้วยังเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศ จนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาอีกด้วย จึงไม่สมควรที่จะมีหรือใช้ยศตำรวจ และควรจะถูกถอดยศได้แล้ว แต่เมื่อยังมียศอยู่ ผมก็จะใช้ยศนั้นไว้ในวงเล็บไปพลางก่อน เมื่อใดถูกถอดยศแล้ว เมื่อนั้นผมจึงจะเรียกว่านายทักษิณ

        เรื่องเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของ(พ.ต.ท.)ทักษิณนั้น เดี๋ยวนี้ผมไม่อยากเขียน เพราะ(พ.ต.ท.)ทักษิณพูดเพ้อเจ้อและโกหกมดเท็จทุกครั้ง การเขียนและพิมพ์เรื่องการให้สัมภาษณ์ของ(พ.ต.ท.)ทักษิณจึงไร้ประโยชน์ และกลายเป็นช่วยเผยแพร่การโกหกมดเท็จนั้นอยู่ และเมื่อการโกหกมดเท็จของ(พ.ต.ท.)ทักษิณอาจกระทบกระเทือนและเสียหายร้ายแรงต่อบ้านเมือง ผมก็ถือเป็นหน้าที่ของผม ที่จะต้องตอบโต้หรือคัดค้าน

        ข่าวการให้สัมภาษณ์ของ(พ.ต.ท.)ทักษิณคราวนี้ปรากฏในหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทมส์ ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2552 (พ.ต.ท.)ทักษิณให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น สองคน คือนายรอบิน วิกเกิลสเวอร์ธ( Robin Wigglesworth) ในนครดูไบ และนางสาว(หรือนาง) เซรีนา ทาร์ลิงก์( Serena Tarling)ในนครลอนดอน

        (พ.ต.ท.)ทักษิณบอกว่า ก่อนที่จะเกิดรัฐประหารขึ้นในเดือนกันยายน 2549 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี(ในขณะนั้น) และองคมนตรีอีกผู้หนึ่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และผู้ที่เข้าเฝ้าฯได้กราบบังคมทูลว่า จะกำจัด(พ.ต.ท.)ทักษิณ ถวายเพราะ(พ.ต.ท.)ทักษิณไม่จงรักภักดีต่อฝ่าละอองธุลีพระบาท( they will do a favour for him by getting me because I am not loyal to the king) (พ.ต.ท.)ทักษิณบอกด้วยว่า หลังจากนั้น เมื่อตนพยายามจะปราบปรามการประท้วงที่เป็นปฏิบักษ์ต่อรัฐบาลก็ไม่มีผู้ใดร่วมมือ เพราะมีบางคนส่งเสริมอยู่เบื้องหลัง( there is someone boosting behind them)

        (พ.ต.ท.)ทักษิณอ้างว่า ตนทราบเรื่องนี้จาก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี

ก่อนอื่นควรทราบว่า การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทมิใช่เป็นเรื่องง่าย แม้จะเป็นเรื่องสำคัญหรือเร่งด่วนที่สุด และแม้ผู้ขอเฝ้าฯ จะเป็นประธานองคมนตรีหรือองคมนตรีก็ตาม การขอเข้าเฝ้าฯ มีขั้นตอนของการปฏิบัติที่ทุกคนต้องทำตาม และต้องผ่านเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะสำนักราชเลขาธิการ และเมื่อเสด็ตลงให้เฝ้าฯ ก็มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเฝ้าฯ ปฏิบัติหน้าที่ถวายอยู่ในที่ประทับด้วยเสมอ

        ผู้อ่านที่มีสติสัมปชัญญะและมีเหตุผลย่อมรู้และเข้าใจทันทีเมื่ออ่านข่าวนี้ว่า หากมีการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและกราบบังคมทูลดังที่(พ.ต.ท.)ทักษิณอ้างว่าทราบจาก พล.อ.พัลลภ พล.อ.พัลลภก็ต้องรู้เรื่องการเฝ้าฯนั้นจากคนอื่น และ “คนอื่น”นั้นจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก พล.อ.เปรม หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือองคมนตรีอีกผู้หนึ่ง (ที่ (พ.ต.ท.)ทักษิณอ้างว่าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย)

หรือเจ้าหน้าที่ที่โดยหน้าที่จะต้องเฝ้าฯอยู่ในที่ประทับ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งในที่นั้นก็คือ สมุหราชองครักษ์

        คงรู้และจำกันได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพระองค์อยู่ในฐานะพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ไม่เคยปรากฏว่าเคยทรงล่วงพระราชอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ทรงถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลจะต้องแก้ไขปัดเป่า ต่อเมื่อเป็นที่เห็นชัดว่า วิกฤตการณ์ลุกลามร้ายแรง เช่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงจะทรงพระกรุณาระงับวิกฤตการณ์ แต่ก็ด้วยการพระราชทานคำแนะนำแก่รัฐบาลเท่านั้น

        องคมนตรีทุกคนทราบดีว่า รัฐบาลชุดที่(พ.ต.ท.)ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีและชุดอื่น ๆ ทุกชุด เป็นรัฐบาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งตามรัฐ
ธรรมนูญในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ เป็นไปได้หรือที่ พล.อ.เปรม หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือองคมนตรีคนไหนก็ตาม จะเข้าไปเฝ้าฯกราบบังคมทูลว่า ตนเองจะละเมิดกฎหมายละเมิดรัฐธรรมนูญถวาย ด้วยการกำจัด(พ.ต.ท.)ทักษิณ นายกรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
?

          การให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบเรื่องรัฐประหารก่อนเช่นนั้น เป็นการปรักปรำหรือกล่าวหาฝ่าละอองธุลีพระบาทโดยตรงและอย่างเปิดเผยว่า ทรงอนุญาตหรือทรงอนุโลมให้เกิดรัฐประหาร แสดงว่า(พ.ต.ท.)ทักษิณไม่เคารพสักการะพระมหากษัตริย์ และจงใจหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

        ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมยังไม่เห็นหรือได้ยินประกาศหรือแถลงการณ์ของส่วนราชการใด ปฏิเสธการปรักปรำกล่าวหาของ(พ.ต.ท.)ทักษิณ แต่ผมเห็นว่าคนไทยที่เคารพสักการะพระมหากษัตริย์และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็นต้องคอยทางราชการต่อไปอีกแล้ว แต่ควรตระหนักกันเสียทีว่า พฤติการณ์ของ(พ.ต.ท.)ทักษิณไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและมุ่งทำลายพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน

        ตลอดเวลา 62 ปีที่ทรงครองราชย์มา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงให้ประจักษ์ด้วยพระราชกรณียกิจทั้งน้อยและใหญ่นานัปการ ว่าทรงอุทิศพระวรกายให้แก่ประชาชนและบ้านเมือง โดยปราศจากเงี่อนไข ทรงตรากตรำพระวรกาย จนพระพลานามัยไม่สมบูรณ์และทรงพระประชวร แม้กระนั้นก็ยังไม่ทรงหยุดยังทรงตั้งพระทัยทำงานเพื่อคนไทยและเมืองไทยต่อไป

        เรารู้ด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงติดยึดกับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ ทรงทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และทรงถือเอาความสำเร็จของพระราชภารกิจเป็นสำคัญ ทั้งยังทรงยึดมั่นในขันติธรรม การให้ร้ายและแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อพระมหากษัตริย์ของ(พ.ต.ท.)ทักษิณ หรือของใครก็ตาม ไม่เคยทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสะทกสะท้านหรือหวั่นไหว หรือกริ้ว หรือน้อยพระราชหฤทัย

        เพราะฉะนั้น จึงถึงเวลาแล้ว ที่คนไทยที่ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณ เคารพสักการะพระมหากษัตริย์และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะต้องพิจารณาตัดสินใจว่า จะควรทำอย่างไรกับผู้ที่ไม่แต่จะจาบจ้วงลบหลู่ดูหมิ่นและหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะของเราเท่านั้น แต่ยังพยายามที่จะล้มระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย.




ความเห็น

  • ดร.วรกาญจน์ wrote on 19 เมษายน, 2010, 13:37

    ผมขอชื่นชมท่าน พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ด้วยเคารพรัก วันนี้ผมได้อ่านข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับลงวันที่ 19 เมษายน 2553 ของท่าน ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดเห็นดี ๆ หลายเรื่อง ท่านเป็นบุคคล
    ที่น่านับถือมีอุดมการณ์ที่มั่นคง จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่างแท้จริง แม้ท่านจะถูกปองร้ายจากกลุ่มบุคคลผู้มีความคิดเห็นในทางตรงกันข้ามกับท่าน จากการที่ท่านได้แสดงออกให้ประจักษ์โดยการเข้าร่วมชุมนุมอย่าง สงบและสันติ ที่ผ่านมา วันนี้คนไทยมีความคิดแตกแยกกัน เพราะระบบการเมืองที่เป็นแบบทุนนิยม ระบบพรรคพวก โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและของส่วนร่วมเป็นหลัก เห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ โดยลืมไปว่าไม่ช้าชีวิตก็ต้องดับสูญไปจากแผ่นดินนี้ ความจริงหากคำนึงว่าพรรคพวกที่แท้จริงก็คือคนไทยทั้งประเทศแล้วก็คงจะดีกว่า คำว่าพรรคพวกของตนเองที่เป็นส่วนน้อย ผมจึงขอสมัครเข้าเป็นส่วนหนึ่งในคณะของท่านที่มีอุดมการณ์มั่นคงเช่นเดียวกับท่านนะครับ หากเมื่อใดที่คณะของท่านมีกิจกรรมในการแสดงออกเพื่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหาษัตริย์ แล้ว ผมยินดีที่ไปเข้าร่วมในกิจกรรมกับท่านโดยทันทีครับ

  • สานิตย์ wrote on 4 พฤษภาคม, 2010, 23:01

    ขอบคุณท่าน พล.ต.อ. วสิษฐ มากๆๆครับ ผมติดตามผลงานของท่านเสมอถ้ามีโอกาสได้จะไม่พลาดโอกาสที่จะติดตาม จะเป็นคนหนึ่งที่จะเป็นกำลังใจให้ท่านครับ ขอบคุณครับ

  • บี wrote on 24 มิถุนายน, 2011, 17:52

    ขอบคุณท่าน พล.ต.อ. วสิษฐ มากๆเลยค่ะ หนูอ่านแล้ว ทำให้รู้ และเข้าใจอะไรมากขึ้น น่าอันตราย และน่ากลัวนะค๊ะ ที่ทุกวันนี้ ในบ้านเมืองเรา คนการศึกษาน้อยมีมาก เป็นเครื่องมือให้พวกเขาได้อีกมากๆ โดยไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้ว เขาต้องการเข้ามาหาประโยชน์จากผืนแผ่นดินที่เขาเกิด เขาต้องการเป็นใหญ่ เพียงแต่ให้พวกเราที่ไม่รู้ทั้งหลาย เป็นฐานให้เขาเท่านั้น และที่สำคัญเขาก็ไม่ต้องการให้ระบบกษัตริย์ยังคงอยู่ แต่ต้องการสถาปนาตนเองขึ้นเป็นใหญ่บนแผ่นดินนี้ หนูขออนุโมทนากับการเป็นคนจริงของท่าน ที่กล้าออกมาตีแผ่ ความไม่ดี ความไม่ชอบมาพากลของบุคคลท่านนี้ต่อสาธารณชน หนูก็เป็นคนนึงที่รับรู้เรื่องนี้แล้ว ก็จะแจ้งและบอกเพื่อนๆให้ทราบมากขึ้นในวงกว้าง และจะส่งสิ่งที่ท่านได้สื่อมาไปยังเพื่อนๆทั้งหลาย ขอบคุณท่านมากค่ะ ขอให้คุณพระคุ้มครองคนดี เช่นท่านให้มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นกำลังให้ชาติ บ้านเมืองนี้ต่อไปค่ะ

  • ดาร์กี้ wrote on 3 มกราคม, 2013, 11:24

    เป็นที่น่าเสียดายว่าคนอีกจำนวนมากไม่ไมีโอกาสได้อ่านข้อความของ พล.ต.อ.วสิษฐ  เป็นที่น่าเสียดายว่าสื่อทีวีอเสรี มัวแต่ฉายละครน้ำเน่าตบตีกัน แย่งสามีภรรยาน้อย (จริงๆต้องเรียกว่า ภรรยามาก) สื่อเสรีเหล่านี้ก็ไม่เปิดโอกาสให้คนดีๆได้พูดบ้าง  ผมอยู่ในอำเภอชนบทครับฟังวิทยุสื่อของแต่ละฝ่ายแล้วมันพูดกันคนละเรื่องเลย ใช้ภาษาแบบคนไม่มีวัฒนธรรมการพูด คนจัดรายการมีข้อมูลที่เป็นจริงน้อยมาก พูดแต่เรื่องไร้สาระ ตามชนบทก็ฟัง ฟัง จนเข้ากระดูก และไม่ยอมฟังฝ่ายตรงข้าม จึงไม่มีโอกาสวิเคราะห์ข้อมูล…จริงๆคือวิเคราะห์ไม่เป็นมากกว่า…สังคมบ้านเราชอบคนโกหกมากกว่าคนพูดความจริง…มันเลยวุ่นวาย 

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics