“ภาคธุรกิจ”ระบุภาพม็อบเสื้อแดงทำเศรษฐกิจไทยทรุด
จากเหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงบุกเข้ายึด โรงแรม รอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ส่งผลให้มีการเลื่อนการประชุมอาเซียนและมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และ จ.ชลบุรี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบถึงธุรกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ททท.ได้เตรียมแผนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หากมีความกังวลใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยมีการตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน ททท. ตำรวจท่องเที่ยวและเมืองพัทยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกและสบายใจ
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงเหตุการณ์เดียวกันนี้ว่า
ภาพที่ออกมา โดยเฉพาะการเข้าไปยึดสถานที่จัดประชุมภายในโรงแรมของกลุ่มเสื้อแดง ถือว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ยึดสถานที่ประชุม ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นต่อประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมตามกรอบต่าง ๆ แม้แต่น้อย ซึ่งประเทศไทยจะถูกมองว่าเป็นประเทศไม่มีความปลอดภัย และจะกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในขณะนี้อย่างมาก และจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ กระทบต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุน
ซึ่งจากการที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่รุนแรงมาก เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะติดลบเพียงร้อยละ 2-3 และเศรษฐกิจจะดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 แต่หากเหตุการณ์ชุมนุมยืดเยื้อและเกิดการปะทะ รวมถึงได้มีการประกาศ พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉิน จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 4-5
ส่วนนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่านับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพราะรัฐบาลต้องการให้มีการดูแลสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลายอ และเป็นเพียงการประกาศใช้เฉพาะพื้นที่ แม้จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติ







