“อานันท์” คาดปลายปีนี้เศรษฐกิจดีขึ้น

แบ่งปัน

     นายอานันท์ ปันยารชุน  

เมื่อวานนี้ ( 3 เม.ย.)  อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้ว่า

 

ปัญหาระบบการเงินของแบงก์เริ่มต้นจากสหรัฐฯ และแพร่ขยายไปยุโรปและลุกลามมายังไทย ซึ่งครั้งนี้เป็นวิกฤตในระบบการผลิตของไทย โดยภาคอุตสาหกรรมที่คิดเป็น 40% ของจีดีพี และถือเป็นสัดส่วนที่สูง ส่วนใหญ่คือภาคการส่งออก ซึ่งหากประเทศฝั่งอเมริกา และยุโรปมีปัญหา ก็จะทำให้ความต้องการในส่วนของสินค้าลดลง จึงมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจการผลิต การส่งออก และการท่องเที่ยวโดยตรง
       
       นายอานันท์กล่าวว่า แต่ก็ถือว่าไทยยังโชคดี เนื่องจากระบบธนาคารในประเทศยังถือว่าดีอยู่ เพราะมีเกราะป้องกันหลังจากเผชิญปัญหาปี 2540 ทำให้ระบบธนาคารมีเสถียรภาพและมั่นคง
       
        สำหรับการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีให้ความคำแนะนำว่า รัฐบาลควรยึดหลัก 3 ประการ โดยเฉพาะในการใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ 1.ต้องรู้ว่าเงินที่แจกๆ ให้ใคร  2. มีความจำเป็นหรือไม่ และ 3.เงินนั้นถูกนำไปใช้เพื่ออะไร หากรัฐบาลสามารถใช้เงินให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ ก็จะทำให้เงินเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ  ต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆ คงจะไม่เห็นผลได้ทันตา แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลได้ประมาณไตรมาส 4 ของปีนี้
       
        นายอานันท์ ให้ความเห็นว่าถึงการแจกเช็คช่วยชาติด้วยว่า  หากนำไปใช้ในทางที่ถูกเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะทำให้วงจรของเศรษฐกิจหมุนรอบต่อไปได้ พร้อมเชื่อว่า จีดีพี ในไตรมาส 1-3 ปีนี้ ยังคงไม่เติบโต แต่จะกลับมาฟื้นได้ในไตรมาส 4 โดยจีดีพีทั้งปีคาดว่าจะติดลบ 3% ขณะที่เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปี ในการฟื้นตัว
       
       ด้านปัญหาการเมืองภายในประเทศ นายอานันท์ แสดงความเห็นว่า ความระส่ำระสายมีมากอย่างต่อเนื่อง 3-4 ปีแล้ว การปรับตัวของเราก็น่าจะมีกันมาต่อเนื่อง แต่ปัญหาแต่ละช่วงเวลาอาจจะแตกต่างกันตรงที่ความหนักแน่นและความลึกซึ่งของปัญหา แต่มันก็อยู่ในวิสัยจะแก้ปัญหากันเองได้ มันก็เหมือนกับการที่คนเราดำเนินชีวิต เราสร้างตัวปัญหาขึ้นมาเอง เราก็ต้องสร้างทางออกขึ้นมาเอง ก็เชื่อมั่นคนไทยจะสามารถแก้ปัญหากันไปได้
       

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics