พระราชกรณียกิจโดยสังเขป

แบ่งปัน

พระราชกรณียกิจพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา ๖๐ ปีที่พระองค์ทรงดำรงฐานะเป็นพระประมุขของชาติ เป็นระยะเวลาการครองราชย์ที่ยาวนานกว่ามหาราชาองค์ใดในโลกและบูรพกษัตริย์องค์ใดในแดนสยาม และเป็นเวลา ๖๐ ปีนี้เอง ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาความสามารถ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เป็นนิจนานัปการ ด้วยหวังให้มหาชนชาวสยามถึงพร้อมด้วยประโยชน์สุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ตั้งแต่สมัยเมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ดังพระปฐมบรมราชโองการที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมาย ทั้งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปะวัฒนธรรม และด้านการกีฬา

แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องที่ต่างๆ พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่เหล่านั้นด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปี เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ และจะทรงหาโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เสมอ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง

ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ

ในหลวง พัฒนาถิ่นทุรกันดารพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรในทุกท้องถิ่น ทุกจังหวัด ทุกภาคของประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคกลางเป็นภาคแรก และเสด็จเยี่ยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเวลานาน ถึง ๑๙ วัน ประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดต่างๆ เฝ้ารอรับเสด็จด้วยความปิติยินดี บางคนรับเสด็จที่จังหวัดหนึ่งแล้วตามไปเฝ้ารอรับเสด็จอีกจังหวัด

ใน ปี ๒๕๐๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือครบทุกจังหวัด และเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ ในปีต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๒ การเสด็จเยี่ยมราษฎรทุกภาคของประเทศ ได้ทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะท้องถิ่นทุรกันดาร ทรงสอบถามข้อมูล รับทราบความทุกข์ยากของราษฎรอย่างใกล้ชิด ทำให้พระองค์ได้ทรงทราบปัญหาของราษฎรด้วยพระองค์เอง ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จในท้องถิ่นต่างๆ ในพระหัตถ์มีแผนที่ หรือเอกสารข้อมูลและดินสอดำ ที่พระศอมีกล้องถ่ายภาพคล้องอยู่ จึงเป็นภาพที่ชินตาพสกนิกรไทย ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา

การเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมที่พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ พระราชประสงค์ที่สำคัญ คือ เยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร แทบจะไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงรู้จัก การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับรู้ทุกข์สุขของราษฎรทำให้มีพระราโชบายว่า การที่จะแจกสิ่งของหรือเงินแก่ราษฎรนั้นเป็นการช่วยเหลือชั่วคราว ไม่ยั่งยืน การที่จะช่วยประชาชนอยู่รอดได้ก็คือการให้อาชีพ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ในหลวงโครงการช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ก่อนที่จะพระราชทานไปนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาทดลองจนรู้จริง จากสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ จากความเห็นของราษฎร และ นักวิชาการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหาย และติดตามผลด้วยพระองค์เอง

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ ได้บูรณาการให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรทั่วทุกภาค เช่น โครงการด้านเกษตรกรรม การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การชลประทาน การประมงการสหกรณ์ ฯลฯ

ตัวอย่างโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนชนบท เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๖ แห่ง ทั่วประเทศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นตัวอย่างกับเกษตรกรและประชาชนครอบคลุมทุกภูมิภาค

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวไทยทุกเชื้อชาติ ศาสนา ทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎรอย่างแท้จริง พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแก่นแท้ของการ พัฒนาที่ยั่งยืน




ความเห็น

  • chopper wrote on 9 สิงหาคม, 2011, 12:11

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนไทยเทอญ

  • cher rock home wrote on 20 สิงหาคม, 2011, 15:02

    ”””””””ขอบคุณครับ””””””’

  • แป้ง wrote on 30 สิงหาคม, 2011, 13:01

    พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

  • นศทศูนย์ฝึกโรงเรียนขุขันธ์ wrote on 6 กันยายน, 2011, 18:48

    ในหลวงท่านทรงเป็นแรงบันดาลใจไห้คนไทยทำดีหรืออยู่อย่า่่่่่งพอเพียง

  • กรกมล wrote on 14 กันยายน, 2011, 17:02

    ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • โฟร์ท wrote on 14 กันยายน, 2011, 17:07

    พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย
    “เรารักในหลวง”

  • Pai wrote on 12 ตุลาคม, 2011, 15:20

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานค่ะ

  • noon wrote on 18 ตุลาคม, 2011, 12:13

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ทำให้ประเทศไทยมีวันนี้
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ค่ะ

  • วีระวุฒิ เดชะมา wrote on 5 ธันวาคม, 2011, 8:17

    ขอให้พ่อหลวงทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน ปราศจากโรคาพยาธิแพร้วพราน มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนานเทอญ

  • esariya rutsamee wrote on 6 ธันวาคม, 2011, 20:06

    ขอบคุณพ่อที่ทำให้เรามีอย่างทุกวันนี้

  • โอเมก้า wrote on 13 ธันวาคม, 2011, 20:20

    รักในหลวง

    ทรงพระเจริญ
    มีพระพลานามัยที่แข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับประชาชนชาวไทยยิ่งยืนนาน

  • รักในหลวง wrote on 26 พฤษภาคม, 2012, 11:53

    เรียงความเสร็จสักที

  • ดาริตา wrote on 31 พฤษภาคม, 2012, 11:12

    ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล DD

  • กองพลทหารราบที่ 3 wrote on 17 กรกฎาคม, 2012, 15:28

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน 

  • ว่าน wrote on 22 กรกฎาคม, 2012, 12:42

    ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับข้อมูล เป็นประโยชน์มากค่ะ ขอพระองค์ทรงพระเจิญ:)

  • สโนว์ wrote on 7 สิงหาคม, 2012, 13:59

    ขอให้ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • Lisal wrote on 28 กันยายน, 2012, 19:33

     I love Thailand becase  have a amazing King

  • กบ.ทบ. wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 13:08

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • milmilk wrote on 9 พฤศจิกายน, 2012, 13:59

    รักพ่อหลวงนะค่า นู๊จาเปงคนดีค่ะ เพื่อประเทศไทย

  • ใบเฟิร์น wrote on 16 พฤศจิกายน, 2012, 20:52

    เย้!เรียงความเสร็จซักที
    ขอให้พ่อหลวงอายุยิ่งยืนนาน
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • นุชชลา เถาว์ศิริ wrote on 25 พฤศจิกายน, 2012, 10:24

    ขอเป็นข้าบาท ทุกชาติไป

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • พลช เถาว์ศิริ wrote on 25 พฤศจิกายน, 2012, 10:28

    ขอสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนตลอดไป ขอให้ในหลวงทรงพระเจริญ

  • นลิตา ม่วงเนียม wrote on 6 ธันวาคม, 2012, 13:40

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • pond wrote on 14 กุมภาพันธ์, 2013, 13:48

    พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ด้านการศึกษา

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษา หาความรู้ต่อในวิชาการชั้นสูงในประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขข้อผูกพันแต่ประการใด เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้น ๆ กลับมาใช้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

    H.M.K picture นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น สารานุกรมชุดนี้ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสารานุกรมชุดอื่น ๆ ที่ได้เคยจัดพิมพ์มาแล้ว กล่าวคือ เป็นสารานุกรมอเนกประสงค์ที่บรรจุเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นสาระไว้ครบทุกแขนงวิชา โดยจัดแบ่งเนื้อหาของแต่ละเรื่องออกเป็นสามระดับ เพื่อที่จะให้เยาวชนแต่ละรุ่น ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีความสนใจ สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ได้ตามความเหมาะสมของพื้นฐานความรู้ ของแต่ละคน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา การอุทิศเวลาและความรู้ เพื่อสนองพระราชดำริ โดยร่วมกันเขียนเรื่องต่าง ๆ ขึ้น แบ่งออกเป็น 4 สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

    ทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน โดยอาราธนาพระภิกษุเป็นครูสอนในวิชาสามัญต่าง ๆ ที่ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนช่วยอบรมศีลธรรมแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กนักเรียน ได้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการศึกษาควบคู่กันไป อันจะทำให้เยาวชนของชาติ นอกจากจะมีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังจะทำให้มีจิตใจที่ดี ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป ในอนาคต

    โรงเรียนร่มเกล้า ก็เป็นสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ ที่จะให้ทหารออกไปปฏิบัติภารกิจในท้องที่ทุรกันดาร ได้ทำประโยชน์ต่อชุมชน และมีส่วนช่วยเหลือประชาชนในด้านการศึกษา ตามโอกาสอันควร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทหารจัดสร้างโรงเรียนขึ้นในจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสถานศึกษาสำหรับเยาวชน และยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นั้น ๆ กับราษฎรเจ้าของท้องที่อีกโสตหนึ่งด้วย ซึ่งในการดำเนินงานจัดสร้างโรงเรียน ทางฝ่ายทหารได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายศึกษาธิการ เพื่อเลือกสถานที่ตั้งโรงเรียนที่เหมาะสมกับความจำเป็นที่สุด ซึ่งปรากฎว่าราษฎรในท้องที่ที่มีการสร้างโรงเรียน ได้พากันร่วมอุทิศแรงกายช่วยในการก่อสร้าง ตลอดจนอุทิศทุนทรัพย์สมทบเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงเรียน เพื่อเป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย และเมื่อการก่อสร้างโรงเรียนแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนเหล่านั้น พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า โรงเรียนร่มเกล้า ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    เว็บไซต์เครือข่ายกาญจนาภิเษก

  • ผธก.รร.นส.ทบ. wrote on 11 พฤษภาคม, 2013, 15:57

    ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • Poppy Sprite wrote on 8 สิงหาคม, 2013, 7:37

    love you my king.

  • nik wrote on 25 พฤศจิกายน, 2013, 18:16

    I love my king.

  • กวางเบย wrote on 8 ธันวาคม, 2013, 16:34

    I   LOVE    MY     KING

  • รักคนเดียว wrote on 8 ธันวาคม, 2013, 16:42

    รักในหลวงมากมาย

  • รักในหลวงเหนือสิ่งใด wrote on 8 ธันวาคม, 2013, 16:44

    ตามชื่อเลยค่ะ

  • คนไทย wrote on 10 ธันวาคม, 2014, 9:35

    หนูรักในหลวง

  • คนไทย wrote on 10 ธันวาคม, 2014, 9:38

    หนูรักในหลวง น้ำตาไหลทุกครั้งเลย ที่ได้เห็นเรื่องราวของพ่อ ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เพราะดูแลปวงชนชาวไทยเราทุกคน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ 

  • ภูดินันท์ wrote on 7 กุมภาพันธ์, 2015, 13:28

    ขอให้พระองค์ ทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 35993 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics