สนามบินปากเซ เฟส 2 เสร็จปลายปีนี้

แบ่งปัน

pakse-airport-0                เมื่อวานนี้ ( 29 มี.ค.52 ) นายอนุสัก กิตติลาด หัวหน้าโครงการขยายสนามบินปากเซ ในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการการพัฒนายกระดับสนามบินเพียงแห่งเดียวในภาคใต้ของลาว เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการว่า หลังจากลงมือสร้างมาตั้งแต่เดือน มี.ค.51 นับถึงเดือนนี้ก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว การก่อสร้างเพิ่งจะแล้วเสร็จไปเพียงประมาณ 42% เท่านั้น เนื่องจากปัญหาเรื่องการนำส่งวัสดุต่างๆ การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการเกิดฝนตกหนักเมื่อปีที่แล้ว
       
       นายอนุสัก เผยว่า ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทศลาว (ขปล.) โครงการนี้จะแล้วเสร็จในระหว่างเดือน ต.ค. 51 หรือไม่ก็เดือน ม.ค. 52 แต่ปัญหาต่างๆ ทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไปถึง 1 ปี แต่ทั้งนี้ บริษัทก่อสร้างคือ อิตาเลียนไทยดีเวลล็อปเมนต์จำกัด (มหาชน) จากประเทศไทยว่า รับปากว่าจะให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้
       
       เกี่ยวกับสนามบินแห่งนี้ สำนักข่าวสารปะเทดลาว ( ขปล.) รายงานว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ สนามบินปากเซจะเป็นศูนย์กลางการบินในภาคใต้ของประเทศ ในการเชื่อมการขนส่งทางอากาศกับประเทศเพื่อนบ้าน เวียดนาม กัมพูชาและไทย โดยเครื่องบินโบอิ้ง737 กับแอร์บัส A320, A321 จะสามารถบินขึ้นลงได้
           
ตามสัญญาที่เซ็นกันในเดือน มี.ค.51 บริษัท อิตาเลียนไทยฯ จะขยายทางวิ่งขึ้นลงของเครื่องบินหรือ รันเวย์ให้ยาวขึ้นเป็น 2,400 เมตร จาก 1,650 เมตรในปัจจุบัน และ ขยายความกว้างเป็น 45 เมตร จากในปัจจุบัน 36 เมตร สัญญาก่อสร้างมีมูลค่า 233,999,999 บาท ยังรวมทั้งหอควบคุมการบินหลังใหม่ ความสูง 5 ชั้น (24.8 เมตร) ขยายลานจอด ขยายทางวิ่งเข้าสู่ลานจอด ติดตั้งระบบไฟสนามบินฯลฯ และ ระบบระบายน้ำอีกด้วย
       
       ขปล. รายงานด้วยว่า โครงการนี้กรมการบินพลเรือนของลาวได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยรวมเป็นเงิน 320 ล้านบาท โดยผ่านสำนักงานความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยเงินจำนวน 224 ล้านบาทเป็นเงินกู้ดอกเบี้ย 1.5% ระยะเวลา 30 ปีโดยมีระยะปลอดหนี้ 10 ปี และเงินที่เหลือ 96 ล้านบาท เป็นเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า
       
       รายงานข่าวยังเผยด้วยว่า รัฐบาลไทยและลาวเห็นพ้องกันว่าสนามบินแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการไปมาหาสู่ การขนส่งสินค้าและ ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ผู้แทนของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันลงนามสัญญาเงินกู้และเงินช่วยเหลือดังกล่าวในเดือน มี.ค. 2550 ในกรุงเทพฯ
       
       ตามความตกลงดังกล่าว การขยายสนามบินปากเซจะใช้บริษัทที่ปรึกษาและบริษัทก่อสร้างที่เชื่อถือได้ของไทย รวมทั้งต้องซื้อสินค้าและบริการของไทยไม่ต่ำกว่า 50% ของมูลค่าวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งติดตามมาทำให้การก่อสร้างล่าช้าดังกล่าว
           
ปัจจุบันสนามบินปากเซสามารถรองรับได้แค่เครื่องบินขนาดเล็กบรรทุกผู้โดยสารระหว่าง 50-70 ที่นั่ง เช่น ATR72 แอนโตนอฟ-24 (AN-24) ฟ็อกเกอร์ กับ เครื่องบินแบบ MA60 ที่มีใช้เฉพาะในสายการบินลาวเท่านั้น
       




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 3977 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics