10 ผลลัพธ์ การประชุมสุดยอดอาเซียน โดย อธิบดีกรมอาเซียน

แบ่งปัน

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมานั้น มีมติจากที่ประชุมออกมาหลายประเด็น อีกทั้งกระแสความสนใจในการประชุมอาเซียนนั้นก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะในวันที่ 10-12 เมษายนนี้ กำลังจะมีการประชุมอาเซียนกันอีกครั้ง ซึ่งได้แก่ การประชุมอาเซียนบวก3 และอาเซียนบวก6

โดยในที่นี้นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ผ่านมา ได้ทำรายงานพิเศษขึ้นเพื่อเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ “มติชน” โดยเฉพาะ

ทางสำนักข่าวเจ้าพระยา เล็งเห็นว่ารายงานดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการประชุมระดับผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามการประชุม ที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้านี้ ดังนั้นจึงขอนำรายงานดังกล่าวมาเผยแพร่

 การประชุมสุดยอดอาเซียน

10 ผลลัพธ์ การประชุมสุดยอดอาเซียน โดย วิทวัส ศรีวิหค

ผ่านไปแล้ว สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.2552 คราวนี้เรามาลองดูกันอีกทีว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนที่ไทยเป็นประธาน และเป็นเจ้าภาพกันทั้งประเทศ มีผลออกมาอย่างไร

ต่อไปนี้คือ 10 สุดยอดผลลัพธ์ จากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14

1.ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นที่ต่างชาติมีต่อไทยได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการที่มีผู้นำ คณะผู้แทน รวมทั้งสื่อมวลชนเกือบ 2,000 คน เดินทางมาร่วมประชุมและเผยแพร่ข่าวออกไปทั่วโลก

ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนเราก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องการใช้การประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และแสดงให้ทั่วโลกเห็นว่า ไทยมีความสามารถในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน จัดการประชุมได้เรียบร้อย ประทับใจ และทุกคนได้มาเห็นด้วยตาตนเองว่า สถานการณ์ในประเทศไทยกลับคืนสู่สภาวะปกติและมีเสถียรภาพ ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จด้วยดี ต้องขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยกันเป็นเจ้าภาพ

2.ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ลงนามในปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ปี พ.ศ.2552-2558 ในปฏิญญาดังกล่าวยังได้ให้การรับรองแผนงานสำหรับการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคง และแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนแผนการลดช่องว่างการพัฒนาในกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป้าหมายเพื่อการพัฒนาของอาเซียน คนทั่วไปอาจสงสัยว่า แล้วแผนงานประชาคมเศรษฐกิจหายไปไหน แผนงานนี้ ผู้นำได้ลงนามกันไปแล้ว เมื่อการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 ปีที่แล้วที่สิงคโปร์

ปฏิญญาชะอำ หัวหินฯ ถ้าดูแล้วจะเห็นว่า เหลืออีก 6 ปีเท่านั้นที่อาเซียนจะเข้าสู่การเป็นประชาคมทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สิ่งที่ประชาชนอาเซียนอยากเห็นคือ ภูมิภาคอาเซียนมีพัฒนาการทางการเมืองที่มีค่านิยมร่วมกัน มีประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี เศรษฐกิจก้าวหน้า อาเซียนเป็นพลังขับเคลื่อนความร่วมมือที่สำคัญในภูมิภาค ความเหลื่อมล้ำทางการพัฒนาลดน้อยลง สังคมมีความเอื้ออาทร แบ่งปัน ประชาชนทั้ง 570 ล้านคนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของอาเซียนร่วมกัน

ที่ว่ามานี้จะเป็นความฝันหรือจะเป็นความจริง ก็ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมผลักดันจากทุกภาคส่วนของสังคมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

3.เป็นครั้งแรกที่ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนภาคประชาชน 3 กลุ่มเข้าพบหารืออย่างไม่เป็นทางการ และรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำให้อาเซียนเป็นองค์กรเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 3 กลุ่มที่ว่านั้น ประกอบด้วย ผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และผู้แทนภาคประชาสังคมอาเซียน

กลุ่มที่สื่อมวลชนทั่วโลกให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ผู้แทนภาคประชาสังคม เพราะที่ผ่านมาก็ได้ทำงานคู่ขนานกับภาครัฐมาโดยตลอด ครั้งนี้เป็นนิมิตหมายใหม่ เลิกขนานเสียที มาพบกันเลย อาจจะมีขลุกขลักบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกก็ต้องค่อยๆ ก้าวไปพร้อมๆ กัน ปรับตัวเข้าหากัน สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อวางรากฐานที่จะสานความสัมพันธ์ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนได้ต่อไปในอนาคต ไทยเราผลักดันเรื่องนี้มาก และในฐานะประธานอาเซียน ก็ได้พบหารือกับผู้แทนภาคประชาสังคมอาเซียนในลักษณะนอกรอบหลายโอกาส ทั้งก่อนและระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน และจะมีต่อไปในอนาคต

4.ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ว่า ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก ตอกย้ำความจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเห็นชอบตามข้อเสนอของที่ประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ซึ่งประชุมกันไปก่อนหน้านั้นที่ จ.ภูเก็ต โดยให้ขยายความร่วมมือภายใต้กรอบข้อริเริ่มเชียงใหม่ ที่ไทยเองเป็นผู้ริเริ่มไว้เมื่อคราววิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ในคราวนี้ให้เพิ่มวงเงินจาก 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนยังได้ขอให้รัฐมนตรีคลังอาเซียนเร่งรัดการดำเนินการตามข้อริเริ่มเชียงใหม่นี้ให้เสร็จก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนบวก 3 ในเดือนเมษายน

นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดการเปิดเสรีในด้านต่างๆ โดยประกาศชัดเจนว่า ไม่เอาด้วยกับการกีดกันทางการค้า ขอให้ประเทศสมาชิกประสานนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) ให้สามารถรองรับผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้

5.กฎบัตรอาเซียนซึ่งเริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ คณะทำงานที่ได้ยกร่าง กฎ กติกา แนวทางการทำงานของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน ได้นำเสนอรายงานร่างแรกต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากที่ประชุมด้วยดี โดยหลักใหญ่ที่รัฐมนตรีต่างประเทศได้มอบแนวทางการทำงานแก่คณะไปดำเนินงานต่อไป ก็คือให้มีความสมดุลย์ระหว่างการส่งเสริม (promotion) และการคุ้มครอง (protection) สิทธิมนุษยชน กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่ไทยจะผลักดันให้เป็นจริงในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนอยู่นี้จะต้องเชื่อถือได้ สอดรับกับสภาพความเป็นจริงของประเทศสมาชิกอาเซียน มีประสิทธิภาพ และเป็นกระบวนการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดแรงต้านและหยุดชะงักลงได้ ทั้งนี้ ในระหว่างที่กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนยังไม่เป็นตัวตน อาเซียนก็ต้องเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากลเป็นพื้นฐานที่สำคัญอยู่แล้ว

6.ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ ได้ให้การรับรองถ้อยแถลงของประธาน ซึ่งก็คือถ้อยแถลงที่ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ได้นำเสนอเป็นผลสรุปรวบยอดของที่ประชุม ครอบคลุมสาระสำคัญตั้งแต่ การประกาศใช้กฎบัตรอาเซียนและการนำสาระสำคัญของกฎบัตรไปสู่การปฏิบัติให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไกสิทธิมนุษยชน การทำให้อาเซียนมีนิติฐานะ การเสริมสร้างประชาคมอาเซียน การแต่งตั้งทูตอาเซียนประจำกรุงจาการ์ตา การส่งเสริมให้อาเซียนเป็นองค์กรของประชาชน การรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก การจัดการกับปัญหาความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะบทบาทอาเซียนในกรณีไซโคลนนาร์กิส การลดช่องว่างด้านการพัฒนาในกลุ่มประเทศอาเซียน การส่งเสริมประชาคมเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การบริการ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเข้มแข็งของ SMEs ที่จะช่วยรองรับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ในด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ถ้อยแถลงของประธานได้ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม การสร้างความตระหนักในหมู่ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนให้เรียนรู้เรื่องอาเซียนมากขึ้น สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ถ้อยแถลงประธานได้สรุปในสิ่งที่ผู้นำได้หยิกยกขึ้นหารือ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการเมืองในพม่า ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งแน่นอนว่า รวมถึงชาวโรฮิงญาด้วย สถานการณ์ในกาซา ตลอดจนบทบาทอาเซียนในความสัมพันธ์กับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน

7.ผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ได้หารือร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council-ABAC) ซึ่งประกอบด้วยผู้นำภาคธุรกิจจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และได้มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ เช่น การจัดตั้งบริษัทธุรกิจร่วมทุนระหว่างอาเซียนด้านการเกษตรในสาขาที่อาเซียนมีศักยภาพ เช่น ข้าว ยางพารา น้ำมันปาล์ม กาแฟ สับปะรด น้ำตาล การพัฒนาเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ SMEs เพื่อช่วยกันผลักดันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

8.ผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ยังได้เป็นสักขีพยาน ในการลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม ที่ รมว.พลังงานอาเซียนลงนาม โดยความตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาเซียนในแง่พลังงานสำรอง ในกรณีที่พลังงานสำรองของอาเซียนมีน้อยกว่าร้อยละ 10

9.คนไทยมีความตื่นตัวและรู้จักอาเซียนมากขึ้น เห็นได้จากความคึกคักของข่าวสารทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ รวมทั้งกลุ่มพลังมวลชนที่ชุมนุมกันตามที่ต่างๆ ปีที่แล้ว เมื่อมีการสำรวจความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ถามว่าธงอาเซียนหน้าตาเป็นอย่างไร และอาเซียนก่อตั้งในปีใด นักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ตอบได้ที่สุดท้ายใน 10 ประเทศสมาชิก หวังว่าการทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปีนี้จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาเรียนรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศให้มากขึ้น วงการศึกษาน่าจะมีการให้ความรู้เรื่องอาเซียนอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประถมฯ มัธยมฯ และอุดมศึกษา

10.ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนได้รับการสนับสนุนให้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ตอนที่ 2 ซึ่งจะเป็นการประชุมอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อาเซียน 10 ประเทศ บวกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) รวมทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ในระหว่างวันที่ 10-12 เมษายน ซึ่งทั้งหมดจะจัดขึ้นที่ จ.ภูเก็ต

จากนี้ไปอีกประมาณ 30 วัน ก็จะเข้าสู่การประชุมสุดยอดอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะใหญ่กว่าที่เพิ่งจบลง 2 เท่า ทั้งในแง่สารัตถะ การเตรียมการในด้านต่างๆ รวมทั้งผู้เข้าร่วมทั้งคณะทางการและสื่อมวลชน

ขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีอีกครั้งหนึ่ง


 

ที่มา: www.matichon.co.th

วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2552




ความเห็น

  • มุก wrote on 19 มีนาคม, 2009, 20:29

    ขอบคุณคะ มีประโยชน์ต่อการศึกษาเป็นอย่างมากคะ



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 35981 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics