วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคล

แบ่งปัน

ในหลวงของเรา

พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคล  ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ  วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536

ขอขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มาในวันนี้ เพื่อให้พร โดยผ่านท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการให้กำลังใจในการงานทั้งปวงที่ปฏิบัติ และทำให้มีกำลังใจในการ ปฏิบัติงานต่อไป

ตามที่นายกฯ ได้กล่าวก็กล่าวในทางที่ดีว่า ทำงานมาเป็นเวลากว่า 47  ปี และเป็นผลให้มีความเจริญของประเทศ ทั้งนี้ก็เป็นการยกย่อง และเป็นการให้ กำลังใจ แต่กลับทำให้หนักใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำงานมาเป็นเวลาถึง 47 ปีกว่า แล้วก็สภาพหรือสถานการณ์ของประเทศ ก็ยังมีความยุ่งยากมิใช่น้อยในทุกด้าน ในด้านการทำมาหากินก็ตาม ในด้านการเป็นอยู่ก็ตาม หรือในด้านระเบียบการในการปกครอง หรือในการอาชีพ แม้แต่สถานะทางความมั่นคง ก็ยังไม่ดีตามที่ควรจะเป็น เท่านี้ก็เป็นความหนักใจ เพราะหมายความว่า งานที่ทำนั้นมีผลก็ตาม แต่ยังไม่พอจะต้องให้มีผลดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้ประเทศมีความมั่นคง มีความผาสุกราบรื่นอย่างเต็มที่

แต่ถ้าดูอีกทางหนึ่ง ชีวิตของคนก็ตาม ชีวิตของหมู่คณะหรือประเทศก็ตาม ก็ย่อมต้องประสบความเจริญและความเสื่อม สลับกันไปเป็นธรรมดา ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่า ในชีวิตของแต่ละคนก็ผ่านเวลาที่มีความสุข และบางทีก็มีความทุกข์ ประเทศชาติก็เช่นเดียวกัน ก็มีความสุขบ้าง ความทุกข์บ้าง แต่ก็ขออย่าให้มากเกินไป เพราะว่าถ้ามากเกินไป แม้สุขมากเกินไปก็อาจทำให้คนเรา ไม่สบายได้เหมือนกัน แต่ว่าถ้าทุกข์มาก ความเป็นอยู่ของคนเราอยู่ไม่ได้ ไม่มีกำลังใจ ลงท้ายก็ล่มจม

ในระยะนี้ดูจะเป็นระยะที่ จะเป็นช่วงเวลาที่จะเสื่อม เพราะคนก็บ่นกันมาก บ่นว่าการจราจรก็คับคั่งติดขัด ท่านทั้งหลายมาที่นี่จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะมาถึง บางคนก็ต้องมาตั้งแต่เช้า ทำให้เหน็ดเหนื่อย เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข และความจริงก็ได้แก้ไขมาเป็นเวลาช้านานแล้ว แต่ว่าข้อที่ทำให้หนักใจ การแก้ไขไม่ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น

 

 

 

คือการแก้ไขทำไป 50  ปัญหาเกิดขึ้น 60 ก็หมายความว่าขาดทุนไป 10 อย่างนี้ก็คงเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่า แพ้ ไอ้ 10 ที่ขาดทุนไปก็ต้องพยายามแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขก็จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น จนกระทั่งไม่มีทางจะแก้ ถ้าเราแก้ไปเรื่อยแม้จะเต็มที่ไม่ได้ก็ต้องแก้ ฉะนั้นก็เกิดความคิดว่า จะต้องแก้ไขในเหตุการณ์เฉพาะหน้าก่อน เพื่อที่จะให้สามารถแก้ไขในการดำเนินงานในอนาคต เพราะเหตุว่า ถ้าแก้ไขเฉพาะหน้าดำเนินไปไม่ได้ การแก้ไขในอนาคตก็จะดำเนินไม่ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดชะงัก อันนี้เป็นตัวอย่าง ก็ไม่อยากที่จะมาบรรยาย เกี่ยวข้องกับโครงการจราจร ถ้าเกิดความคิดขึ้นมา ภายหลัง ก็อาจจะพูดเรื่องการจราจร ภัยแล้ง

อีกข้อหนึ่งที่หนักใจกันมาก คือ เรื่องภัยแล้งที่ท่านนายกฯ ได้กล่าวถึง ภัยแล้งก็เช่นเดียวกับภัยของการชะงักของการจราจร ต้องแก้ไข และแก้ไข มาตลอดมาเรื่อย แต่ไม่ทันกับเหตุการณ์ ถึงทำให้เดี๋ยวนี้ทุกคนชักวิตกอย่างมาก และก็คิดว่าเราแย่แน่ เราตายแน่ๆ แต่ว่าถ้าหากว่า ไม่แก้ไขเฉพาะหน้า ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขในระยะไกล ในระยะยาว ฉะนั้นต้องแก้ไขในระยะสั้นก่อน การที่ราชการได้วางแผนแก้ไขระยะสั้นนี้ ก็เข้าใจว่าพอที่จะประทัง และพอที่จะผ่านพ้นเป็นวันๆ หรือเป็นปีๆ แต่ว่าโครงการระยะยาวที่ได้วางเอาไว้นานแล้ว และที่จะวางต่อไป ก็จะต้องดำเนิน

วันนี้ขอพูดเรื่องนี้ ขออนุญาตพูด เพราะว่าอั้นมาหลายปีแล้ว เคยพูดมาเมื่อ หลายปีในวิธีที่ปฏิบัติ เพื่อที่จะให้มีทรัพยากรน้ำเพียงพอและเหมาะสม คำว่าเพียงพอ ก็หมายความว่าพอในการบริโภคในการใช้ ทั้งในด้านการบริโภคในบ้าน ทั้งในการใช้เพื่อการเกษตรกรรมอุตสาหกรรม ต้องมีพอ ถ้าไม่มีพอ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะชะงักลง แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราภูมิใจว่าประเทศเรา ก้าวหน้าเจริญก็ชะงัก ไม่มีทางที่จะมีความเจริญ ถ้าไม่มีน้ำ

ภัยแล้งการนี้ได้พูดข้อนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องน้ำโดยตรง เคยพูดกับผู้ที่สนใจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ แล้วก็ไปพูดในทางที่เรียกว่าเห็นทางไม่ดีมากไปหน่อย ตามปกติคนเราชอบดูสถานการณ์ในทางดี ที่เขาเรียกว่าเล็งผลเลิศ ก็เห็นว่า ประเทศไทยนี่เราก้าวหน้าดี การเงินการอุตสาหกรรมดีมีกำไร อีกทางหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าเรากำลังเสื่อมลงไป

เมื่อไม่กี่วันนี้ก็ได้พูดต่อหน้าผู้ที่สนใจ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาว่าประเทศไทยค่อนข้างจะแย่ ผ่านในระยะที่เสื่อมและก็ทำให้ความเป็นอยู่ หรือการพัฒนาก็ค่อยๆ ถอย คนที่เป็นนักพัฒนาเขาก็บอกไม่จริง อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจเรากำลังเฟื่องฟู คนมาลงทุนในประเทศมาก อุตสาหกรรมก็ก้าวหน้า เลยต้องเตือนเขาว่า ถ้าการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจก้าวหน้าดี ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีว่าถ้ามีเงินเท่านั้นๆ มีการกู้เท่านั้นๆ หมายความว่าเศรษฐกิจก้าวหน้าแล้วประเทศก็เจริญ มีหวังว่าจะเป็นมหาอำนาจเลยต้องเตือนเขาว่า จริง ตัวเลขดีแต่ว่าถ้าเราไม่ระมัดระวัง ในเรื่องความต้องการพื้นฐานของประชาชนก็ไม่มีทาง เพราะผู้ที่ปฏิบัติอุตสาหกรรมก็ตาม เศรษฐกิจก็ตามเป็นมนุษย์ทั้งนั้น เป็นชาวบ้านทั้งนั้น ท่านนายกฯ ก็เป็นชาวบ้าน ไม่ใช่คนมาจากที่ไหน เป็นคนที่มาจากบ้าน มีชีวิต ทั้งความสุขความทุกข์เช่นเดียวกับทุกคน ฉะนั้นต้องดูที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ปัญหาเรื่องภัยแล้งนี้ดูจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้แล้ว หมู่นี้ก็พูดกันอย่างเสียขวัญว่า อีกหน่อยจะต้องปันส่วนน้ำ หรือแม้แต่จะต้องตัดน้ำประปาสำหรับ กรุงเทพฯ ฉะนั้นก็จะต้องหาทางแก้ไข ซึ่งปัญหานี้ได้วางแผนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ถ้าหากว่าได้ปฏิบัติวันนี้ เราไม่ต้องพูดถึงการขาดแคลนน้ำ โครงการโดยเฉพาะนั้นก็มีแล้ว โครงการนั้นได้ยืนยันมาเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ไปนราธิวาสก็ได้วางโครงการ เป็นโครงการที่แม้จะไม่ได้แก้ปัญหาปีนี้หรือปีหน้า แต่ถ้าทำอย่างดี 5-6 ปี ปัญหาน้ำขาดแคลนในกรุงเทพฯ จะหมดไปโดยสิ้นเชิง อาจจะนึกว่า 5-6 ปีนั้นมันนาน แต่ว่าถ้ามีความหวังว่า 5-6 ปีปัญหานี้หมดไป ก็คงมีกำลังใจที่จะฟันฝ่าชีวิตต่อไป ที่ว่า 5-6 ปีนี้

ความจริงได้เริ่มโครงการนี้มากกว่า 5-6 ปี โครงการที่คิดจะทำนี้ ไม่กล้าพูดมาหลายปี เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีการคัดค้านทั้งผู้เชี่ยวชาญ ทั้งผู้ที่ต่อต้านการทำโครงการ แต่โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำได้ และอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย แต่ถ้าทำเดี๋ยวนี้อีก 5-6 ปีข้างหน้าเราสบาย แล้วถ้าไม่ทำอีก 5-6 ปีข้างหน้า ราคาค่าก่อสร้างค่าดำเนินการก็ขึ้นไป 2 เท่า 3 เท่า ลงท้ายก็ต้องประวิงต่อไป และเมื่อประวิงต่อไปก็ไม่ได้ทำ เราก็จะต้องอดน้ำแน่ จะกลายเป็นทะเลทราย แล้วเราจะอพยพไปที่ไหนก็ไม่ได้

อ่างเก็บน้ำโครงการนี้คือสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือที่แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งหนึ่งที่แม่น้ำนครนายก 2 แห่งรวมกัน จะเก็บกักน้ำเหมาะสมพอเพียงสำหรับการบริโภค การใช้ในเขตของกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียงในที่ราบลุ่มของประเทศไทยนี้ สำหรับการใช้น้ำนั้นต้องทราบว่า แต่ละคนใช้อยู่อย่างสบายพอสมควร โดยเฉลี่ยคนหนึ่งใช้อยู่วันละ 200 ลิตร ถ้าคูณดู 5 คนใช้พันลิตร คือ 1 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ถ้าปีหนึ่งก็คูณ 365 หมายความว่า 5 คนต้องใช้ในปีหนึ่ง 365 ลูกบาศก์เมตร ในกรุงเทพฯ นี้ เรานับเอาคร่าวๆ ว่ามี 10 ล้านคน ก็คูณเข้าไปว่าเป็น 730 ลูกบาศก์เมตร ฉะนั้นถ้าเราเก็บกัก 730 ลูกบาศก์เมตรในเขื่อน เราก็สามารถบริการคนในละแวกนี้ได้ตลอดปี ไม่มีความขาดแคลน

เขื่อนป่าสักที่กะตอนแรกก็นึกจะทำได้ 1,350 ล้าน แต่ว่าแก้ไปแก้มาก็เหลือ 750 ล้านกว่า แม้จะมีเขื่อนป่าสักเขื่อนเดียวอย่างนี้ก็ตาม ตัวเลขที่ให้ไว้ก็พอสำหรับการบริโภคแน่นอน ไม่แห้ง ถ้าไปเติมอีกโครงการที่นครนายก อีก 240 ล้าน เขื่อนนั้นคนจะต้องเริ่มเอะอะ เวลาฟังดูว่าแม่น้ำนครนายก เอะอะว่า เดี๋ยวจะไปทำที่ที่ต้องปลูกป่า ปลูกอุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่ตอนนี้ ในระยะนี้จะไม่สร้างในป่าสงวน ในป่าของอุทยานฯ หรือถ้าเข้าไปหน่อยก็จะไม่มีต้นไม้ มีแต่ต้นกล้วยป่าที่ที่จะสร้าง ก็ที่ใกล้บ้านด่าน ที่นี้มีคนคัดค้านบอกว่ามีโครงการพระราชดำริอยู่นั้น มีฝายท่าด่านซึ่งสร้างมาเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว บริการเกษตรกรในเขตของนครนายก ทำให้ได้น้ำสำหรับการเกษตรประมาณหมื่นกว่าไร่ ฝายนั้นเป็นฝายที่ใหญ่ จะต้องถูกครอบเพราะว่าอ่างเก็บน้ำนั้น จะสร้างแล้วน้ำจะท่วมฝายอันนั้น

คนก็บอกว่าโครงการพระราชดำริแตะต้องไม่ได้ ข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่ความคิดที่ผิด คือเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะว่าถ้าหากว่าโครงการพระราชดำริแตะต้องไม่ได้ มันก็แย่ เพราะว่าพระราชดำรินั้นก็เป็นความคิดของพระราชา ถ้าหากว่าความคิดของพระราชาจะแก้ไม่ได้ ก็หมายความว่า เมืองไทยไม่มี ความก้าวหน้า ฝาย

แต่ว่าฝายแต่ละอันนั้นตามพระราชดำริ ได้บริการประชาชนมาเป็นเวลานานแล้ว และได้ผลคุ้มค่าแล้ว ตอนนี้จะต้องสร้างอะไรขึ้นมา กลบโครงการพระราชดำรินี้ก็ต้องอนุญาต ฉะนั้นได้บอกกับทางฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการสร้างเขื่อนอันนี้ว่า ถ้าจะสร้างเขื่อนอันนี้ ก็อนุญาตให้รื้อโครงการพระราชดำริ จะได้สบายใจกันมิเช่นนั้นเดี๋ยวจะหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไป ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อนกันทั่วประเทศ ก็เลยต้องบอกว่าอนุญาต ซึ่งไม่มีสิทธิ ความจริงไม่มีสิทธิอนุญาตให้รื้อฝายนั้นได้ และให้สร้างเขื่อนอันที่จะใหญ่โตสูง และจุน้ำถึง 240 ลูกบาศก์เมตร จะช่วยในเวลาที่มีน้ำพอสมควร ไม่เป็นภัยแล้ง ก็สามารถที่จะทำการเพาะปลูกเป็นจำนวนแสนไร่ และไม่ต้องสร้างระบบเพราะระบบมีอยู่แล้ว

ฉะนั้นการสร้างเขื่อนเฉพาะตัวเขื่อน และอาคารประกอบจะทำให้แก้ไขปัญหาไปได้เยอะ และไม่ได้ท่วมที่ของประชาชนมากนัก มีที่ที่ตรงนั้น มีที่ประมาณ 500 ไร่เป็นของกรมชลประทานอยู่แล้ว ตรงนั้นไม่ต้องเวนคืน ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องเดือดร้อน ก็ยังเหลือที่ ที่เป็นที่การทำมาหากินเล็กน้อยของประชาชนในหมู่บ้าน ท่าบาตรนั่น หมู่บ้านเองก็จะไม่ถูกแตะต้อง ฉะนั้นถ้าหากว่าทำโครงการอันนี้ ก็จะเป็นการช่วยขจัดภัยแล้ง

สำหรับเฉพาะเขื่อนอันนี้ถ้าหากว่าทำโดยเร่งด่วนจริงๆ เข้าใจว่า 4 ปี ทำเสร็จ ไม่ใช่ 6 ปี แต่ต้องเอาจริง และต้องยอมเพราะเขื่อนนี้สูงถึง 70 เมตร ซึ่งไม่ใช่น้อย เพื่อให้จุน้ำได้เต็มที่ ในลุ่มน้ำนั้นมีน้ำลงมาเฉลี่ย 250 ล้านลูกบาศก์เมตร ฉะนั้นก็รู้สึกว่าแน่นอนพอสมควรว่าอ่างอันนี้ จะมีประสิทธิภาพ

ปัญหาว่าเดี๋ยวนี้ภัยแล้งหมายความว่าฝนไม่ลง แต่ว่าในละแวกนี้ มีฝนลง จนมีน้ำท่วมเนืองๆ ไม่เหมือนภาคเหนือ แต่ว่าที่นี่เชื่อว่าน้ำจะมีได้ และถ้าหากว่าปีไหนดูฝนดื้อไม่ลง ก็สามารถทำฝนเทียมลงมาได้สะดวกง่ายกว่าที่ภาคเหนือ ก็นับว่าเข้าใจว่าเขื่อนอันนี้แม้สภาพอากาศ จะมีความเปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปได้ ก็จะเชื่อได้ว่า แถวตรงนี้น้ำจะคงมีจำนวนนี้ มิหนำซ้ำถ้าหากว่าเราดูว่าน้ำจะมี ผิดปกติมากกว่าที่มีน้ำประจำปีตามปกติ บางทีก็มีมากกว่า อย่างเคยมีมากจนกระทั่งทำให้น้ำท่วม แต่อาจจะน้อยกว่าบ้าง แต่ว่าโดยที่เราเก็บน้ำเอาไว้ ก็สามารถบริการประชาชนให้ได้สม่ำเสมอทุกปี

น้ำท่วมเรื่องของน้ำท่วมนั้น ปีนี้ไม่พูด แต่ลงท้ายเทวดาก็เตือนบ้างว่าต้องพูด เพราะว่าภาคใต้น้ำท่วม มันก็เป็นอย่างนี้ ธรรมชาติเป็นอย่างนี้ บางทีก็มาก บางทีก็น้อย แต่ถ้าสร้างเขื่อน ไอ้บางทีก็มาก บางทีก็น้อยนั้น เขื่อนนั้นจะเป็น เครื่องมือสำหรับเฉลี่ย ปีไหนน้ำมากก็เก็บเอาไว้ไม่ต้องใช้ เพราะน้ำที่ลงมาพอใช้แล้ว ก็เก็บเอาไว้ ปีไหนที่น้ำน้อยก็เอาออกมาใช้ ทำให้ภัยแล้งบรรเทาลง อุทกภัยก็บรรเทาลงด้วย ข้อนี้ก็ได้พูดมาแล้วปีที่แล้ว และในที่ประชุมเช่นนี้เหมือนกัน ฉะนั้นการที่มาเล่าให้ฟังว่า คิดจะสร้างเขื่อนนครนายกนี้ ก็เพื่อแก้ไขในอนาคต เพื่อที่จะไม่ต้องเสียใจว่าทำไมเมื่อ 6 ปีไม่ได้ทำ

ความจริงเรื่องของแม่น้ำนครนายกก็ตาม แม่น้ำป่าสักก็ตาม ได้ศึกษามาเป็นเวลาแรมปี แต่ว่าไม่ได้ปฏิบัติ เพราะกลัวว่าคนจะโจมตี ฉะนั้นเดี๋ยวนี้เราเสียใจ เสียใจว่าเราไม่ได้ทำ ต้องมาเผชิญกับภัยแล้ง ถ้าไม่ได้กลัว กล้าทำ เมื่อมาจาก 6 ปี ที่จริงวางโครงการนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ที่บอกว่า 6 ปีเพราะ พรุ่งนี้ก็อายุ 66 เมื่อ 6 ปีวันรุ่งขึ้นของวันที่พูดเมื่อ 6 ปี ตอนนั้นแหละ อายุ 60

60 นั้นเขาฉลองกันมากๆ เพราะถือว่าเป็นโอกาสสำคัญ ที่คนเราอายุ 60 ก็ต้องฉลองกัน ปีนี้ 66 ก็น่าฉลองเหมือนกัน เพราะว่าอีก 6 ปีก็ 72 ก็ครึ่งทาง ครึ่งทางจาก 60 ถึง 72 เราเมื่อพูดกับเพื่อนๆ ว่า ๗๒ เราจะต้องสร้างเขื่อนป่าสัก เขื่อนอะไรพวกนี้เสร็จแล้ว 72 ก็จะครึกครื้น ไปเปิดหรือไปเยี่ยมโครงการเหล่านั้น และรู้สึกพอใจมาก ให้มีการสร้างโครงการที่เราคิดเอาไว้ แต่ตอนนี้ เมื่อ 66 ก็ต้องเร่งรัด คราวก่อนนี้พูดง่ายๆ ว่า แซยิด 60 นั้นเราทำไอ้นี่ไอ้โน่น ดีใจกัน ไปดูไอ้โน่นไอ้นี่ที่สร้าง โครงการเฉลิมพระเกียรติอายุ 60 ก็ต้องมีเฉลิมพระเกียรติ 72

ตอนนี้มาอยู่ 66 แล้วครึ่งทางแล้วยังไม่ได้สร้าง ฉะนั้นต้องเร่งรัดให้ได้ฉลอง อย่างน้อยที่สุดอย่างช้าที่สุด 72 ไปเยี่ยมโครงการที่ว่าในวันนี้ ถ้าทำไม่ได้ ก็จะต้องเสียใจอีกที แล้วจะต้องถ้ามีการประชุมอย่างเช่นวันนี้อีกที ต้องบอกว่าเมื่อ 6 ปีที่แล้ววางโครงการ มาแถลงโครงการให้ทราบว่า น่าจะทำอย่างนั้น แล้วไม่ได้ทำตอนนี้แห้งแน่ แห้งแล้ง จะไม่มีทาง ลงท้ายเราก็จะต้องไม่ใช่ใช้น้ำ คนละ 100-200 ลิตร ลงท้ายต้องใช้วันละ 20 ลิตร บางคนก็ได้ บางคนก็ได้ใช้น้ำวันละ 20 ลิตรแต่ว่าเป็นคนพิเศษ คนเราโดยมากก็ต้องใช้มากกว่า ฉะนั้นถ้าถึง แซยิด 72 ไม่ใช่ครึ่งแซยิด 66 นี้ ก็จะต้องมาบ่นกับท่าน หรือบ่นกับที่ประชุมที่มานั่งอย่างนี้อย่างมาก และก็อาจจะบ่นมากไม่ได้ เพราะว่ารู้สึกว่าจะเดือดร้อน เพราะว่าไม่มีน้ำใช้

ฉะนั้นก็ที่แจ้งดังนี้ก็นึกว่า ภายใน 6 ปีนี้พอที่จะเกาะแกะทำได้ แล้วก็ถึงเวลานั้นก็จะมีความสุข จะแสดงว่า เมืองไทยหรือประชาชนคนไทยชาติไทยนี้ ได้อยู่ดีกินดี จริงๆ เป็นเมืองที่เจริญจริงๆ ได้ โดยที่คิดถึงแม้จะปัจจัยเดียวก็คือปัจจัยน้ำ ซึ่งปัจจัยน้ำนี่ก็จะต้องแจ้งอีกอย่าง ที่คนทั่วไปเขาเข้าใจผิดว่า น้ำที่ใช้ในกรุงเทพฯ นี้มาจากเขื่อนสองเขื่อนเท่านั้นเอง คนเข้าใจว่าเหตุที่แถลงว่า น้ำในเขื่อนใหญ่ทั้งสองเขื่อนในภาคเหนือ ในเขื่อนที่สำคัญมีน้อย มีน้อยจริงๆ เขื่อนสอง เขื่อนนี้คือเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ เหมือนว่าสองเขื่อนนี้เป็นแหล่งน้ำ ที่ไม่มีอื่นเป็นแหล่งน้ำ ความจริงน้ำที่ใช้ก็จากอันนั้นส่วน แต่ว่ามันมาจากที่อื่นด้วย ที่ได้ทำแล้วก็มีเป็นแหล่งน้ำ และเป็นต้นน้ำอื่นๆ ที่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาไหลได้ หรือถ้าไม่มีน้ำทุกวันนี้จะไม่ไหล จะไม่ไหลเลย เพราะเหตุว่าในเดือนระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน มีหลายวันที่เขื่อนไม่ได้ปล่อยน้ำซักหยดเดียว

แม่น้ำเจ้าพระยาคือน้ำเข้าเราเวลานั้นพยายามที่จะ บริหารให้น้ำเข้าในเขื่อนมากที่สุด เพื่อให้น้ำขึ้น น้ำเก็บไว้ได้ แล้วปล่อยน้ำน้อยที่สุด บางวันรายงานว่าน้ำเข้าเขื่อน 45 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำออกจากเขื่อนศูนย์ลูกบาศก์เมตร อันนี้น้ำก็ไม่แห้งน้ำก็ยังมา เพราะตามทางน้ำมา ท่านทั้งหลายคงไม่เคยเห็นวันไหนน้ำเจ้าพระยาแห้ง น้ำไหลอยู่ตลอด แม้อาจจะไม่ได้สังเกตว่า น้ำมันไหลหรือไม่ไหล แต่น้ำไหล ฉะนั้นการปิดน้ำจากเขื่อนใหญ่นั้น น้ำก็ยังไหลได้ ฉะนั้นเราบอกได้ว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานี้ มาจากแหล่งอื่นด้วย แต่พูดถึงเขื่อนปีนี้ก็พยายามจะส่งเสริม ให้น้ำลงในเขื่อนนั้นมาก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ลำบากเพราะว่า ลุ่มน้ำเหนือเขื่อนที่เรียกว่าลุ่มรับน้ำคือเขตของลุ่มรับน้ำ ความจริงแล้วไม่ได้โตนัก ถ้าอยากให้เขื่อนเต็ม หรือแม้จะฝนลงอย่างเต็มที่ อย่างที่เรียกว่าฝนฟ้าลงตามฤดูกาล ซึ่งแต่ก่อนนี้เชียงใหม่ก็ลงพันสามร้อยมิลลิเมตร หมายความว่าฝนตลอดปีลงมาแล้วก็วัดดูว่า ลงเท่าไหร่ เมื่อวัดเป็นมิลลิเมตรก็ลงประมาณพันสามร้อย

ปีนี้ที่ลงมาเจ็ดร้อยห้าสิบประมาณ ฉะนั้นก็ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่เขื่อนมิได้มี ครึ่งหนึ่งเพราะแม้จะลงพันสามร้อยมิลลิเมตร สมมติว่าปีไหนลงพันสามร้อยมิลลิเมตร เขื่อนจะไม่เต็ม ต้องหลายปีกว่าจะเต็ม ฉะนั้นทรัพยากรน้ำจริงๆ ของลุ่มน้ำเหนือเขื่อนนั้นไม่ใช่หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หรือหมื่นสองพันล้านลูกบาศก์เมตรที่สร้างเขื่อนนั้นกักเอาไว้ แต่ที่สร้างในขณะนั้นก็เพราะว่า บางปีก็มากบางปีก็น้อย ก็สามารถที่จะเก็บเป็นน้ำที่เผื่อเอาไว้ สำรองเอาไว้เพราะบางปีก็อาจจะมีมาก แต่ในปีหลังๆ นี้มีน้อยลงด้วยเหตุต่างๆ นานา ซึ่งนักวิชาการเองบางทีก็นึกไม่ถึงว่าทำไม ก็พูดถึงเพราะว่าไปตัดต้นไม้ ไอ้ต้นไม้นั้นเป็นปัจจัยหนึ่ง เป็นปัจจัยเดียว แต่ว่าอื่นก็มีเหมือนกัน ที่จะทำให้น้ำน้อยลง แต่วิธีที่จะทำก็ทำอย่างฝนเทียมก็ได้ หมายความว่าความชื้นที่ผ่านเหนือเขตเรา ดักเอาไว้ให้ลง

เครื่องบิน  ซี 123ปีนี้ได้ทำมากพอใช้ ทำเป็นเวลาต่อเนื่องกันไปเกือบสามเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำเค้าเหน็ดเหนื่อยมากเพราะว่า เครื่องบินก็มีน้อย อุปกรณ์ก็มีน้อย เจ้าหน้าที่ที่ทำการฝนเทียมนั้นเค้าต้องเสี่ยงอันตรายมาก เพราะเครื่องบินที่มีอยู่ก็เก่าแล้วก็ชำรุด ทางกองทัพก็ได้เอื้อเฟื้อเครื่องบิน แต่เครื่องบินเหล่านี้ก็เก่า อย่างเช่นเครื่องบินซี-123 ซึ่งเหมาะกับการทำฝนเทียมเพราะว่า ระวางบรรทุกมากพอใช้แล้วก็บินได้มีประสิทธิภาพ สมรรถนะดีแต่ก็อีก 2 นั้นเค้าต้องผลัดกัน วันหนึ่งอาจจะได้ลำ บางวันก็ศูนย์ลำเพราะว่า ต้องแก้เครื่องยนต์เจ้าหน้าที่ จะต้องเสี่ยงอันตราย เพราะว่าถ้าขึ้นไปแล้วเครื่องยนต์เสีย จะมาลงที่ไหน มันไม่มีที่ลง ลงลำบากก็เลยทำให้เป็นอันตรายได้ ฉะนั้นเค้าได้ปฏิบัติด้วยความเสียสละ ใช้คำว่าเสียสละได้เพราะว่า ท่านทั้งหลายฝ่าอันตราย ส่วนของเกษตรนั้น ก็มีเครื่องบินสองลำซึ่งจะต้องผลัดกันซ่อม ฉะนั้นจำนวนเครื่องบินที่มี ที่จะใช้อาจจะไม่พอ ถ้าไม่พอผลมันก็ไม่ได้ ฉะนั้นก็ที่จะทำให้ฝนเทียมได้ประโยชน์ จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ให้พอสมควร ก็ยากที่จะหามาเพราะว่าราคาก็แพง เครื่องบินลำหนึ่งราคาเป็นร้อยล้าน สองร้อยสามร้อยล้าน แล้วก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ด้วย เจ้าหน้าที่ก็ต้องฝึก

การทำฝนเทียมนี้บางทีก็เป็นสิ่งที่น่าท้อใจ เพราะว่าอย่างเช่นตอนหลังๆ นี้ ความชื้นอากาศน้อย ความจริงก็ทำพอทำได้แต่ไม่เป็นล่ำเป็นสัน เชียงรายบางทีพอทำแล้ว แทนที่จะลงในลุ่มแม่น้ำปิง คือเชียงใหม่ ลำพูนแถวนี้ กลับไปลงเชียงราย เชียงรายซึ่งเป็นลุ่มแม่น้ำโขง แต่ว่าไม่เสียหลายเพราะว่า ปีนี้ตามรายงานการทำนาในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นอู่น้ำอู่ข้าว มีผลดี จะประมาณ 90% ก็หมายความว่า ไม่ใช่ว่าประเทศไทยแห้งแล้งแล้วจะไม่มีผลิตผล อย่างจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผลิตข้าวมากที่สุด แห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ได้ประโยชน์ ก็ได้ทำการผลิตข้าวอย่างน่าพอใจทีเดียว การทำฝนเทียมก็ได้ผลเพราะว่าน้ำก็ไปลงที่ เชียงรายแล้วก็เป็นผลผลิตของประเทศชาติ ทำให้เมืองไทยมีรายได้ได้ต่อไป แล้วก็ไม่ต้องอดข้าว

ฉะนั้นการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำนี้ ก็ต้องมีกิจการหลายด้านที่จะต้องทำระยะใกล้ และก็ระยะไกล อย่างเช่นฝนเทียมนี้เป็นระยะใกล้ ซึ่งทำให้น้ำในเขื่อน ก็ไม่แห้งทีเดียว ก็ยังพอมีถ้าใช้ระมัดระวัง อย่างภาคใต้ที่ปัจจุบันนี้พูดถึง ภัยแล้งไม่มี มีแต่อุทกภัย อุทกภัยนั้นทำให้มีความเดือดร้อนมากพอสมควร แต่ถ้านับดูก็ยังไม่รุนแรงเท่าเมื่อคราวก่อนๆ ปัญหาอยู่ที่ว่าฝนลงแล้วก็ท่วม แล้วก็จะต้องรีบให้น้ำนั้นออกไป ถ้าให้น้ำนั้นออกไปแล้ว ตอนที่น้ำน้อยคืออีกหน่อย ในปีหน้า น้ำจะน้อยเกินไปแม้แต่ภาคใต้ก็น้อยเกินไป ฉะนั้นการเก็บน้ำก็สำคัญ ที่จะต้องเก็บ อันนี้ก็ให้ไปคิดว่าเก็บที่ไหน ให้ท่านทั้งหลายคิดเอาเองว่า เก็บที่ไหนเพราะว่าถ้าเราทำที่ไหนมีการคัดค้าน เราก็ไม่อยากเผชิญการคัดค้าน มันเหนื่อยเปล่าๆ แต่ว่าความจริงถ้ากักเก็บน้ำเอาไว้ การที่น้ำท่วมอย่างที่เกิดขึ้นก็น้อยลง และหน้าแล้งก็หมายความว่า อีกสองสามเดือนข้างหน้านี้ ซึ่งฝนจะน้อยลง เราเปิดน้ำที่กักเอาไว้มาทำการเพาะปลูก แม้ข้าวก็ได้

ฉะนั้นถ้าหากว่าคิดถึงว่า การบริหารทรัพยากรน้ำในระยะไกลนี้ มันต้องคิดให้ดีๆ แล้วก็ถ้าไม่คิดอย่างนี้ คิดแต่ใกล้ๆ เราก็ต้องเผชิญทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง ทั้งสองอย่าง ซึ่งเรากำลังเผชิญอยู่เดี๋ยวนี้ ฉะนั้นก็ต้องช่วยกันคิดดีๆ ส่วนหนึ่งที่จะแจ้งให้ได้ว่ากำลังทำอยู่คือ โครงการที่ปากพนัง ปากพนังเมื่อสองสามปีนี้ ต้องไปช่วย แล้วก็มีโครงการของทางราชการ ทางทหารพลเรือนต้องไปช่วย แม้น้ำบริโภคของอำเภอปากพนังนั้นต้องบรรทุกรถไปให้ การบรรทุกรถไปให้นี้ ท่านนักเศรษฐกิจก็ต้องทราบดีว่า มันขาดทุนแค่ไหน ถ้าหากสร้างเขื่อนหรือ อ่างเก็บน้ำสิ้นเงินเป็นสิบๆ ล้านหรือร้อยล้าน ถ้าหากว่าสร้างแล้วจะสามารถที่จะบริการประชาชนได้ โดยไม่ต้องบรรทุกด้วยรถ การบรรทุกด้วยรถจะต้องใช้เงินงบประมาณเป็นร้อยๆ ล้าน อย่างคิดเขาไม่ได้คิดเมื่อครั้งมีผู้อพยพเขมร ที่เขาอีด่างนั้นต้องบรรทุกน้ำมาจากห้วยชัน ใช้รถบรรทุกมาทุกวันหลายคันรถ ซึ่งคำนวณดูแล้ว ค่าน้ำมันค่าบริการค่าสึกหรอนั้นเป็นล้านๆ บาท จึงได้ขอให้สร้างอ่างเก็บน้ำใกล้ๆ กับเขาอีด่าง แล้วก็ได้ของทางสหประชาชาติให้ช่วยด้วย เขาก็ช่วยลงท้ายสร้างเท่ากับได้น้ำฟรีเลย ไม่ต้องบรรทุกต่อท่อมาก็อยู่สบาย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งมาเป็นมากมายเป็นล้านๆ บาท

ก็เช่นเดียวกับที่ภาคใต้ที่ปากพนัง ทางโครงการเดี๋ยวนี้กำลังดำเนินการอยู่แล้ว ก็หวังว่าจะเสร็จภายในสามปี ภายในสามปีนี้ก็อยู่ในระยะเทศกาลฉลองปีที่ 50 ในรัชกาลปัจจุบันซึ่งใครเริ่มคิดว่า อยากจะทำการฉลองปีที่ 50 ในรัชกาลปัจจุบันซึ่งจะเริ่มในปี 38 คือปี 38 ถ้ามีพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาอะไรเขาก็จะเขียนว่า ให้ไว้ในวันที่เท่านั้นๆ ปีเท่านั้นๆ เป็นปีที่ 50 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2538 จะเห็นบนนั้นว่าเป็นปีที่ 50 ในรัชกาลปัจจุบัน ที่จริง 50 ปีครบต้องเป็นปี 2539 ก็อยากที่จะให้โครงการนี้สำเร็จ สำหรับเฉลิมฉลอง 50 ปีของรัชกาลปัจจุบัน มันมีความหมายดีทำให้ครึกครื้นดี ให้คนอื่นปลื้มใจดีทั่วทั้งประเทศ

ทำนาโครงการนั้นก็คือควมคุมไม่ให้น้ำเค็มเข้าในคลองชะอวด แล้วก็สามารถ ที่จะทำนาในอำเภอเชียงใหญ่อย่างดี แม้จะถูกน้ำท่วมก็เก็บน้ำไว้ได้บ้าง เพื่อที่จะทำนาต่อไปชดเชย หรือถ้าหากทำโครงการดีๆ แม้ฝนจะลงมามาก น้ำจะท่วมเล็กน้อย แต่ข้าวในอำเภอเชียงใหญ่ไม่เสีย ซึ่งปัจจุบันอำเภอเชียงใหญ่ ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ เชียงใหญ่ หัวไทร ปากพนัง มีพื้นที่ทำนาเป็นแสนไร่ เดี๋ยวนี้เวลาทำข้าวไม่ค่อยมาก เพราะเสียด้วยน้ำมากเกินไป หรือน้อยเกินไปทั้งสองอย่าง ถ้าเราลงทุนเป็นพันล้านแล้ว ก็จะได้ควบคุมน้ำนั้นได้ให้เป็นน้ำจืด น้ำใช้ได้ บางคนอาจจะเอะอะว่านากุ้งล่ะ นากุ้งจะทำๆ ได้เพราะว่าทางอำเภอ แถวอำเภอหัวไทรอยู่ใกล้ทะเล มีคลองที่เรียกว่าคลองปากพนังขนานฝั่งทะเล คลองอันนั้นยอมให้เป็นน้ำกร่อย จะทำนากุ้งได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันซึ่งประเทศไทย สามารถจะส่งออก เนื้อกุ้งนี้ส่งออกมากที่สุดในโลก ขายไปประเทศญี่ปุ่นถึง ประเทศอเมริกา

นอกจากกุ้งปลาที่ทำในนากุ้งนั้น ก็จะสามารถเป็นรายได้เข้าประเทศอย่างมากมาย ประชาชนที่ทำกิจการเหล่านั้นก็จะร่ำรวย เพราะว่าแยกน้ำกร่อยกับน้ำจืด โครงการนี้เป็นโครงการที่เล็งเอาไว้ ให้สร้างผลได้ใน 3 ปี ซึ่งทางกรมชลประทานและทางเจ้าหน้าที่ทั้งทหารพลเรือนอื่นๆ ก็ได้ร่วมมือกำลังทำอยู่เดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำเหมือนกัน ภัยแล้งนี่เราดำเนินไปเรื่อย ต่อสู้ไปเรื่อย ทำนา

ที่พูดวันนี้ก็เป็นโครงการอย่างสั้น 3 ปีถึง 6 ปี แต่ถ้าไม่ทำเดี๋ยวนี้มันก็จะเป็น 10 ปี ถ้าไม่ทำไปปีก็เพิ่มอีกปี ฉะนั้นต้องทำ และก็ต้องเข้าใจว่า เงินที่จะมาลงทุนในโครงการเหล่านี้ ก็ควรจะมีพอ เพราะเหตุว่าเงินเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ ก็ต้องทราบดีว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า การลงทุนนี้ อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนการลงทุนบริษัท ซึ่งมีการคำนวณว่าจะได้กำไรเท่านั้นๆ กลับคืนมา ก็สามารถใช้หนี้เท่านั้นๆ แต่สำหรับโครงการเช่นโครงการปากพนัง หรือโครงการนครนายกโครงการป่าสัก โครงการเหล่านี้กำไรมาที่ประชาชน ประชาชนจะอยู่ดีกินดี แล้วก็สามารถจะเสียภาษีให้รัฐบาล รํฐบาลก็เก็บเงินภาษีอากรได้อย่างดี ประชาชนมีความสุขความสบายก็ไม่เลี่ยงภาษี ประชาชน ที่มีรายได้ดีส่วนมากก็ไม่ขโมยโน่นนี่ คือพวกโจรผู้ร้ายส่วนมากเพราะเขาแร้งแค้น ใครไม่แร้งแค้นไม่เล่นการปล้นการขโมย เพราะมันไม่สนุกและมันเสี่ยงอันตราย ถ้าทำกินได้แล้วมีความสุขเขาก็ไม่ขโมย เขาก็ไม่เป็นผู้ร้าย เขาก็ช่วยกันสร้างยิ่งเจริญใหญ่

ฉะนั้นที่เล่าเรื่องโครงการเหล่านี้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ในอนาคตมีความสุขได้ มีความเจริญได้ เรื่องปัจจุบันโครงการเหล่านี้จะช่วยเหมือนกัน แม้จะทุกวันนี้ถ้าหากว่าเราลงมือทำเกิดมีงานทำ อย่างโครงการสมมติที่นครนายก ถ้าเริ่มทำจริงๆ คนที่มาทำงานมาขุดดิน มาเป็นช่าง เป็นผู้ปฏิบัติก็มีงานทำ เพราะเดี๋ยวนี้การมีงานทำชักจะยากเข้าทุกที มีคนว่างงานมากขึ้น เขาว่าเศรษฐกิจดี โรงงานเขาก็ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ ก็ต้องปล่อยคนงานออกไปไม่มีงานทำ แต่ถ้าทำ โครงการใหญ่ๆ เหล่านี้ จะสามารถเอาแรงงานมาทำมาสร้าง แล้วเขาก็มีงาน มีเงินตอบแทน เศรษฐกิจของคนเหล่านี้เขาก็ดีขึ้น เขาก็ทำงานด้วยความตั้งใจมากขึ้น มีอาหารใส่ท้องก็แข็งแรง งานนั้นก็มีปริมาณและคุณภาพดีขึ้น ฉะนั้นทางเศรษฐกิจแท้ๆ ก็จะเป็นกำไรสำหรับส่วนรวม หรือถ้าพูดถึงรัฐบาลก็เป็นกำไรของรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าทุกคนทำงานได้ ในทางภาษีอากรก็เสียภาษีได้

ที่พูดพูดอย่างนี้ก็ทำให้ปัญหาปัจจุบัน ได้รับการแก้ไขตั้งแต่วันนี้ไป คือเช่นเดียวกับที่เคยเล่าให้ฟังว่า โครงการแห่งหนึ่งที่ภาคเหนือ ที่สันกำแพงไปดูสถานที่ แล้วชาวบ้านก็ขออยากให้ทำอ่างเก็บน้ำตรงนี้ คือห้วยล่าง ช่างก็บอกว่าทำได้ ทางส่วนราชการได้แก่ กรมชลประทานกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทร่วมกัน ช่วยกันทำ ไปเยี่ยมตรงนั้น 27 กุมภา วันที่ 1 มีนา เขาทำงานแล้ว ชาวบ้าน ที่อยู่ตรงนั้นได้รับเงินตอบแทนในงานการแล้ว เศรษฐกิจเขาเริ่มดีขึ้นภายใน 3 วัน อันนี้เป็นผลโดยตรงสำหรับชาวบ้าน เป็นผลที่ได้ทันที ส่วนอ่างเก็บน้ำ อันนั้นเสร็จภายใน 7-8 เดือน เก็บน้ำได้ ในปีต่อไป ไปดูแล้วปลูกข้าวได้แล้ว น้ำในหมู่บ้านมี ไม่ต้องเดิน 3 กิโลเมตร ไปตักน้ำที่แหล่งน้ำอื่นภายในปี ประชาชนได้รับผลประโยชน์ของการกำจัดภัยแล้งที่ตรงนั้น ลงมือทำแล้วได้ผล นับว่าทันที ก็ขอให้ช่วยกันคิด ไม่ใช่แต่ละคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องไม่ใช่ธุระ แต่ที่จริงเป็นธุระของทุกคน

การสวนสนามเมื่อวานก็พูดถึงการสวนสนาม ที่พูดกับทหารว่าต้องสามัคคี คำว่าสามัคคีนี่ รู้สึกว่าเป็นคำที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อ เพราะว่าพูดทุกครั้ง วันนี้ก็ต้องมาพูดเรื่องสามัคคี สามัคคีคือ การช่วยกันร่วมมือกันแล้วก็ไม่ทะเลาะกันมากเกินไป ไอ้ทะเลาะกันนี้คนก็บอกว่า แต่ละคนมีสิทธิ์ทะเลาะ แต่ละคนมีสิทธิ์มีความคิดของตัว แล้วก็ต้องทะเลาะกันถึงจะสร้างสรรค์จริง เพราะว่าในหมู่คณะก็ตาม ในองค์การองค์กรหรือสมาคมประกอบด้วยคนต่างๆ ในสังคมประกอบด้วยคนต่างๆ ในประเทศชาติก็ประกอบด้วยคนต่างๆ ถ้าทุกคนพูดเหมือนกัน สัมมนาไม่ต้องสัมมนากัน ไม่ต้องประชุมกัน ไม่ต้องชี้แจงทุกคนคิดเหมือนกันทำเหมือนกัน น่าเบื่อ อันนี้ซิน่าเบื่อ ทุกคนเหมือนกันไม่มีอ้วนไม่มีผอมเหมือนกันหมด มันจะน่าดูไหม ก็เขามีสิทธิ์ของเขา และเขาก็มีความสุขของเขาได้

ฉะนั้นสามัคคีหรือการปรองดองกันนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนที่บอกอย่างหนึ่งแล้ว อีกคนหนึ่งก็พูดเหมือนกันหมด ลงท้ายชีวิตก็ไม่มีความหมาย ต้องมีต่างกัน แต่ว่าต้องทำงานให้สอดคล้องกัน แม้จะขัดกันก็ต้องสอดคล้องกัน ไม่อย่างนั้นพัง เรามานึกถึงทางวิศวกรรมอย่างรถยนต์คันหนึ่ง ทุกส่วนของรถยนต์ต้องทำงานสอดคล้องกัน ถ้าไม่สอดคล้องกัน รถพัง และไม่ได้ผลของการใช้รถยนต์ ถ้าล้อหน้า หมุนเดินหน้าล้อหลังหมุนถอยหลัง มันไปไม่ได้ ต้องให้หมุนสอดคล้องกัน อย่างพวงมาลัยต้องหมุนสอดคล้องกับล้อถึงจะเหมาะสม ทุกส่วนก็มีหน้าที่ของกันและกัน เครื่องยนต์ก็หมุนความเร็วเท่านั้น ล้อก็หมุนความเร็วเท่านั้น ถ้าเครื่องยนต์กับล้อหมุนความเร็วเท่ากัน ก็จะทำให้รถไม่มีกำลัง อย่างเวลาไปก่อนต้องใส่เกียร์หนึ่ง ก็ต้องทดขึ้น เครื่องก็ต้องหมุนเร็วกว่าล้อ ไม่อย่างนั้นไม่มีแรง ก็มีความแตกต่างกันในหน้าที่ มีความแตกต่างกันในทิศทาง

คนก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าคนหนึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีหน้าที่เหมือนกัน แต่ก็ต้องสอดคล้องกันเพื่อให้งานส่วนรวมนั้นดำเนินไป ถ้าอยู่ในหมู่คณะเดียวกัน ก็จะต้องสอดคล้องกันให้งานนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด เท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าหากว่า มาทะเลาะกันมาเถียงกันโดยหลักหรือพื้นความคิด แตกต่างกัน ก็คุยกันไม่ได้ พูดกันไม่ได้ อย่ามาพูดกันดีกว่าเพราะว่าถ้าทัศนะของ คนอย่างหนึ่ง และทัศนะของอีกคนอีกอย่างหนึ่ง โดยที่ไม่พยายามปรองดอง โดยที่ไม่พยายามปรองดอง ไม่พยายามหาทางออกที่เหมาะสม มาพูดยิ่งพูดยิ่งยุ่ง ยิ่งทำให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ดูแล้วเสียขวัญ มันเข้ากันไม่ได้ มันคนละเรื่อง อย่างที่เขาพูดว่าพูดคนละเรื่องเดียวกัน ไอ้คำพูดคนละเรื่องเดียวกันนี้เหมือน มันจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่มันพูดคนละเรื่อง มันไม่มีทางออกไม่มีผล พูดอย่างนี้ก็คงพอเข้าใจว่าหมายถึงอะไร ไม่ใช่หมายถึงเรื่องอะไร แต่หมายถึง เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ท่านถึงหัวเราะ หัวร่อหมายถึงท่านเองก็รู้ ว่าการเถียงกันอย่างข้างๆคูๆ อันนี้ไม่ดี เดี๋ยวนี้ข้างคูทำคูแล้วก็ต้องระบายน้ำออก เพราะถ้าขุดคูกลางถนนมันก็ไปไม่ได้ ไม่ถูก ฉะนั้นอันนี้ก็คงพอเข้าใจไม่ต้องพูด ให้ยืดยาวเกินไป แต่ว่า ความสามัคคีหรือความปรองดองนั้นก็ให้เหตุว่าอันไหน ควรจะพูด อันไหนไม่ควรจะพูด พูดไปแล้วให้ยอมรับว่าพูดอย่างนั้น ไม่ถูกก็บอกว่า ไม่ถูก ไม่ต้องมาหัวชนฝาว่าถูกๆๆ ลงท้ายตัวเองก็รู้ว่าไม่ถูก อันนี้เป็นเรื่อง ที่จะต้องเอ่ยขึ้นมา เพราะว่าถ้าอย่างนี้นานๆไป สังคมเราพัง ประเทศก็พัง คนที่รักชาติก็ไม่อยากให้ประเทศพัง คนที่ไม่รักชาติเขาก็ไม่ทุกข์ แต่ลงท้ายก็ทุกข์เอง เพราะไม่มีชาติอยู่ ไปที่เมืองอื่นเขาเหยียดหยามเรา

เดี๋ยวนี้เราทำอะไรต่างประเทศเขามอง แม้จะทำอะไรดีเขาก็ต้องหาเรื่อง หาทางที่จะบอกว่าไม่ดี แต่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของเขาทีเดียว แต่ว่าเขาพูด เขาอาจจะอิจฉาเรา อิจฉาว่าเมืองไทยนี่ทำไมประเทศอื่นๆ เขาพัง ประเทศเรา ยังไม่พัง เขาก็อยากให้พัง อยากให้เราทะเลาะกัน ถ้าเราทะเลาะกัน เราพัง ชาวต่างประเทศเขาไม่ได้อะไรแต่เขาหัวเราะ เขาชอบเป็นเรื่องมหรสพ สมัย ก่อนนี้ฝรั่งเขามีหนังสือเกี่ยวกับการทุรนทุรายไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ เขาอยากสนุก เขาก็เขียนเรื่อง เช่นชาวยุโรปเขาว่า เหตุการณ์ในแอฟริกาบ้าง ในอินเดียบ้าง เขาว่าเป็นเมืองที่เขาเห็นว่ามันมืด

เมืองไทยนี่เองเราก็เป็นประเทศที่ลึกลับ เขาจะต้องเขียนเรื่องให้สนุกว่า เมืองไทยเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ ป่าเถื่อนยังไง ก็เพื่อความสนุกของเขา แต่คราวนี้เราอ่านแล้วเราไม่พอใจ เมื่อเราไม่พอใจแล้ว แทนที่จะไปต่อว่าเขา เพราะว่าสมัยนี้เป็นสมัยที่มีวัฒนธรรมกัน ค่อนข้างจะศิวิไลซ์ ก็ต่อว่าเขา เรากลับมากัดกันเอง กลับมาทะเลาะกันเอง จะเอาเป็นเอาตาย ฉะนั้นอย่างนี้ ก็ท้อแล้ว เรากัดกันเองแล้ว เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราอยู่ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ที่ต้องเอ่ยนี่เล็กน้อยก็เพื่อความสบายใจ เพราะเราบอกไว้ว่า 47 ปีกว่าแล้ว ท่านนายกฯ 47 ปีกว่า แล้วก็โครงการมีถึง 50 ปี แล้วก็ยังมีต่อไป คือเรารู้สึกว่า บางเวลาน่าภูมิอกภูมิใจ ที่นายกฯ มาบอกว่า ทำอะไรทำให้เมืองไทยผ่านพ้นอุปสรรค อะไรต่างๆ อย่าไปนึกว่าสะดวกสบาย ง่ายที่จะทำให้ผ่านพ้นอุปสรรค แต่ว่าถ้า ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้จริงๆ แล้วก็ประเทศไทยเราเจริญจริงๆ มีความสุขกันทุกคน เออ..นี่น่าภูมิใจ แต่ว่าเมื่อเห็นว่ายังไม่ดี หรือมีปัญหาที่หนักอกอีกมาก เราก็ต้องนึกว่า ต้องทำงานต่อไป รถมอเตอร์ไซค์

ตะกี๊ก็บอกว่า ทุกคนขวัญเสีย ทุกคนอารมณ์ไม่ดีเรื่องจราจร แต่ว่าก็ได้พยายาม ที่จะให้ทุกคนช่วยกันแก้ไข แล้วก็เห็นว่า ดีใจที่เห็นคนเอะใจว่ามีทางแก้ไข ช่วยกันได้ แล้วก็มีคนช่วยกันไม่น้อย อย่างเช่นตอนแรกที่ให้มีโครงการพระราชดำริ ก็ทำเพราะคิดออกอย่างนั้น ให้ตำรวจสามารถที่จะทำให้มีระเบียบขึ้นหน่อย วิธีที่จะทำก็จะต้องมีตำรวจสายตรวจอื่น ตำรวจจราจรต้องมีอุปกรณ์ ถ้ามีรถมอเตอร์ไซค์สัก 100 หรือ 150 คัน ก็สามารถที่จะทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น ในสภาพปัจจุบันที่มีรถจำนวนนี้และถนนจำนวนนี้ ทำให้รถไปโดยมีระเบียบมากขึ้นก็จริง ถ้ารถมีระเบียบมากขึ้นก็เท่ากับมีทางมากขึ้นเท่ากับทำให้คล่องขึ้น เวลานี้บางเวลาก็คล่องจริงๆ แต่บางเวลาก็ยังแน่น ได้ผลบ้าง

อันนี้ที่ให้เงินค่าซื้อรถจักรยานยนต์กะว่าคันหนึ่งราคา 4 หมื่นบาท ร้อยคันก็ 4 ล้านบาท มาเพิ่มเติมขึ้นอีก 2 ล้านบาทเป็น 150 คัน 4 ล้านบาทกับอีก 2 ล้าน บาท ที่เหลือนั้นเป็นค่าอุปกรณ์ ค่าน้ำมัน ค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ แล้วก็ทำ โครงการขึ้นมา เริ่มมาจนถึงเดี๋ยวนี้ วันนี้ วันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันสิ้นสุดของ โครงการ คือว่าโครงการนี้ไม่ใช่ทำเข้าไปเป็นโครงการถาวร เป็นโครงการ ชั่วคราวทดลอง เขาจะต้องมีการสรุปผลในวันพรุ่งนี้ วันที่ 5 ธันวาคม แล้วก็ถ้า มีผลดีก็จะต้องต่อไป ทางเราได้จ่ายเงินไป 12 ล้าน เป็นเงินไม่ใช้เงินงบประมาณ เป็นเงินเอกชน เป็นเงินบริจาค 12 ล้านบาท บวกกับเงินที่มีคนได้บริจาคอีกเพื่อโครงการนี้บ้าง

ต่อไปถ้าเห็นว่าใช้งานได้ดี ทางราชการก็จะต้องวางโครงการนี้ และงบประมาณ ต่อไปเพื่อให้ได้ผบ คือให้ไป 12 ล้านบาท จะให้อีกก็ยังพอมี แต่ว่าจะเลี้ยงไม่โต มันไม่ดี ก็ต้องให้ดำเนินไป เป็นโครงการถาวรไป โครงการนี้ต้องมีต่อ ขั้นต่อไป ก็คือ ตอนนั้นฝนตก มีน้ำท่วม เมื่อมีน้ำท่วมทำให้ผิวจราจรแคบลงไป ก็ได้คิดทำ โครงการนำร่องอีกอย่าง คือซื้อรถกระบะและเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องและค่าใช้จ่ายเป็นมูลค่า รวมทั้งค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาท มอบให้ตำรวจดับเพลิงไป ให้ไปสูบน้ำ ในที่ที่น้ำท่วมถนนครึ่งทางเจาะจงที่เขาก็ออกไป เอาเครื่องของตำรวจดับเพลิง ไปช่วยด้วยและบุคคลากรเพิ่มเติม ที่จริงก็สิ้นเปลืองเหมือนกัน

แต่ว่าสูบในที่ตรงนั้น 2 ชั่วโมง สูบแห้ง ถนนนั้นก็กว้างพอสำหรับรถแล่นได้ ฝนตกใหม่ น้ำก็ท่วมอีก แต่ว่าเขาก็ทำ ทางราชการก็ได้ทำอีกอย่าง คือได้ขุดคู และใส่ท่อบางส่วน ลงท้ายไม่ต้องสูบ ฝนตกลงมาน้ำก็ระบาบออกไป ผลก็คือ ทางสัญจรนั้นก็กว้างเต็มที่ทำให้การจราจรดีขึ้น อันนี้ก็เป็นแผนการขั้นที่สองครึ่ง คือไปปรับปรุงถนนให้มีพื้นที่จราจรที่กว้างขึ้น กว้างขวางตามที่ควร

สถานีบางกอกน้อยต่อไปโครงการที่สามคือสร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อย ระหว่างสถานีบางกอกน้อยคือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ แล้วก็เป็นที่ที่ลุ่ม มีทางเดินเข้าไป แล้วก็ขรุขระ ไม่ทะลุ ทางกรุงเทพมหานครก็ได้จัดการ มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของ การรถไฟบ้าง แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น แล้วก็รู้สึกว่าเข้าใจว่า เป็นที่พอใจ ของผู้ที่บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน กำลังสร้างยังไม่เสร็จ ต้องถมทราย ในเนื้อที่ 600 เมตร ได้กรุยมาเรียบร้อย การถมยังไม่ครบ แต่ถ้าครบแล้ว ก็จะเป็นทางที่จะทะลุจากถนนอิสรภาพซึ่งตัน ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาลงมาเข้าที่ถนนอรุณอัมรินทร์ ตอนนี้จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมไปจรัญสนิทวงศ์ ก็เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นไปเล็กน้อย

อันนี้ก็ได้ให้เงินไปส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ แต่ต้องใช้งบของกรุงเทพมหานคร และมีเงินบริจาคเพิ่มเติม จะสำเร็จก็ราคาไม่ใช่น้อย ที่อื่นก็มีการเชื่อมถนนเข้าใจว่านานๆไป ถนนในกรุงเทพมหานคร จะสามารถปรับปรุงให้เป็นทางจราจรที่เหมาะสมขึ้น เพราะว่าจนถึงเดี๋ยวนี้ การจราจรที่เหมาะสมไม่ได้ เกิดขึ้นเพราะไม่มีแผน ผังเมืองทำไม่ได้ คนนั้นสร้างที คนโน้นสร้างที ก็ไม่ค่อยสอดคล้องกัน ความจริงโครงการที่สอดคล้องกันก็มี ตั้งแต่ที่เรียกว่า ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งทำมาเป็นเวลา 23 ปีแล้ว เพิ่งมาครบเมื่อ 2-3 วันนี้ ที่สมเด็จพระบรมฯ ไปเปิดที่สะพานรัชดาภิเษกข้ามถนนวิภาวดีรังสิตกับ พหลโยธิน ซึ่งลงท้ายโครงการรัชดาภิเษกนี้ก็สำเร็จมา หลังจาก 23 ปี ก็นับว่านาน เป็นโครงการระยะยาวพอดู

โครงการรัชดาภิเษกนี้ ไม่ทราบท่านทราบหรือเปล่า ว่ามากจากตอนนั้น จะฉลองรัชดาภิเษกมาประมาณ 25 ปีของรัชกาลปัจจุบัน ก่อนนั้นหน่อย วันนั้นเป็นวันที่ไปที่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ วันที่ 11 พฤศจิกายน ไปฉลองแล้วก็มีการเลี้ยงพระ พอดีจอมพลประภาส จารุเสถียรที่เป็น ผู้บัญชาการกองทัพบก และเป็นรัฐมนตรีมาพูดบอกว่า รัชดาภิเษกนี่ทางรัฐบาลขอมีการฉลองหน่อย ก็ได้บอกว่าฉลองอะไร จอมพลประภาสก็บอกว่า จะสร้างอนุสาวรีย์ที่ไหนไม่ทราบ จำไม่ได้ ก็เลยบอกว่า ขอเถอะ อนุสาวรีย์อย่าเพิ่ง สร้างถนนมา สร้างถนนเรียกว่า วงแหวน เพราะมันเป็น ความฝันมาตั้งนานแล้ว มาประมาณเกือบ 40 ปี อยากสร้างถนนวงแหวน แล้วก็รัฐบาลครั้งนั้นบอกว่าถนนวงแหวนมีแล้ว คือถนนทหารราบที่  1ราชวิถี ข้างหลังเป็น ถนนวงแหวน เดี๋ยวนี้ท่านหัวเราะ แต่ครั้งนั้นรู้สึกว่าเป็นวงแหวน เพราะที่นี่ เราอยู่บ้านนอก

สมัยโน้นห่างจากที่นี่ไปดอนเมือง พอไปนิดเดียวก็เป็นทุ่งนาแล้ว ก็นี่เป็นวงแหวน มานึกถึงควรจะทำวงแหวนในเพื่อรัชดาภิเษก ไปถึงสะพาน พระรามหก ก็บอกจอมพลประภาส จอมพลประภาสก็รับจะทำให้ ก็ได้ลงศิลาฤกษ์แถวๆ สะพานกรุงเทพ แล้วก็สร้าง เขาก็สร้าง จนกระทั่ง จนลืมว่า ยังสร้างไม่เสร็จ มาบอกว่าขอเชิญเสด็จฯ ไปเปิดสะพานข้ามถนนที่ครบถ้วนแล้ว ก็มานึกว่าเดี๋ยวนี้การจราจรก็คับคั่ง ถ้าไปเปิดเดี๋ยวก็ยิ่งคับคั่งใหญ่ ก็เลยปรึกษาให้สมเด็จพระบรมฯไปเปิด แล้วสมเด็จพระบรมฯก็เกิดความคิด ว่าไป ไปเปิดปั๊บก็แล่นรถไปเลย ลงท้ายก็ดีเพราะว่าตอนแรกจะเปิดวันพฤหัส หรือวันอะไร สมเด็จพระบรมฯ ก็บอกว่าถ้าเปิดวันอาทิตย์จะดี เพราะว่าถ้าเปิดวันอื่นมันจะคับคั่งลำบาก

เป็นอันว่าการเปิดไปปั๊บ เปิดก็มีท่านผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครพูดนิดหน่อย เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ไม่ทันคับคั่ง ลงท้ายเปิดแล้วคนที่ใช้ทางนั้นก็ได้สะดวก จะไปไหนก็ไปได้ ผ่านสะพานนั้น ก็รู้สึกว่า ได้ช่วยการจราจรได้มาก ก็หมายความว่าโครงการนี้ มาตั้ง 23 ปีถึงสำเร็จ เพราะฉะนั้นต่อไปต้อง หาทางที่จะแก้ไข แล้วอย่าท้อใจว่า โอ..เดี๋ยวนี้ทำ มันจะเสร็จอีก 5 ปีข้างหน้าจะเสร็จ ถ้าเริ่มคนจะมีกำลังใจเมื่อคนมีกำลังใจแล้ว คนก็จะสามารถทนได้ต่อปัญหาจราจรคับคั่ง แล้วคนก็จะร่วมมือในงานการแก้ไขปัญหา ตอนนี้ต้องกลับมาหาปัญหาจราจร เพราะนึกถึงท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย มานี่ มานั่งอยู่นานแล้ว มาคับคั่งที่นี่ ก็มานึกดู ถ้าจะกลับบ้านถึง 2 ยาม หรือตี 1 ฉะนั้นก็ต้องให้ท่านมีกำลังใจที่ว่า มาที่นี่แล้วคุ้มค่า แล้วก็ตอนนี้ เมื่อเสร็จงานนี้ ท่านก็ออกไปแล้วก็หาทางกลับ อาจจะมีทางพิเศษ ทางเจ้าหน้าที่เขาทราบว่ามาประชุมที่นี่กัน เป็นคนจำนวนตั้งเกือบหมื่น บวกกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นี่ก็คงได้ถึงหมื่น กลับบ้านกันหมื่นคน เขาก็คงให้ความสะดวกบ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปดึกเกินไป

เวลานี้ผ่านพ้นเวลาไปแล้ว เวลาไป เกือบเวลาแล้ว ก็ขอขอบใจท่าน ทั้งหลายอีกที ที่ได้มาให้ศีลให้พร แล้วก็ได้อุตส่าห์ฟังแล้วก็ช่วยกันไปคิด งานการเพื่อที่จะให้มีกำลังใจที่ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆต่อไป

 

 

 




ความเห็น

  • กบ.ทบ. wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 13:58

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics