ราชอาณาจักรตองกา (Kingdom of Tonga)

แบ่งปัน

ราชอาณาจักรตองกา (Kingdom of Tonga)

 

800px-flag_of_tongasvg

ราชอาณาจักรตองกา (Kingdom of Tonga) หรือ ตองกา (ออกเสียงที่ถูกตัองว่า โตงา ในภาษาตองกาแปลว่า ทิศใต้)

ประมุขรัฐ กษัตรย์ Taufa’ahau Tupou IV สืบราชสมบัติต่อจากพระราชมารดา Queen Salote Tupou III เมื่อ พ.ศ. 2508 และหลังจากนั้น 2 ปีจึงได้มีพิธีบรมราชาภิเษก (วันที่ 4 กรกฎาคม 2510)สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5

ที่ตั้ง มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนิวซีแลนด์ พื้นที่ 748 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะ 169 เกาะ เป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่จำนวน 96 เกาะ แบ่งเกาะทั้งหมดเป็น 3 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะ Tongatapu หมู่เกาะ Haapai tongatapuและหมู่เกาะ Vava’u มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 720,000 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศ เกาะหินประการัง และบางส่วนเป็นหินภูเขาไฟ ภูมิอากาศ ร้อนชื้น (Tropical)

เมืองหลวง กรุงนูกูอะโลฟา (Nuka’alofa) บนเกาะตองกาทาปู (Tongatapu) มีประชากรประมาณ 34,000 คน

ประชากร 110,237 คน (กรกฎาคม 2547)nukualofa1

เชื้อชาติ ชาวตองกันร้อยละ 98 อื่นๆ ร้อยละ 2

ศาสนา คริสต์

ภาษา ตองกัน และอังกฤษ

หน่วยเงินตรา Pa’anga (Tonga Dollar) 1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 1.23 ดอลลาร์ ตองกา

วันชาติ 4 มิถุนายน 2513 (ค.ศ. 1970)

GDP 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2547)palace

GDP Per Capita 1,287 ดอลลาร์สหรัฐ

Real GDP Growth ร้อยละ –0.5

อุตสาหกรรม มะพร้าวแปรรูป

สินค้าส่งออก ฟักทอง น้ำเต้า วานิลา ปลา เผือก มันเทศ

ตลาดส่งออก สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อิตาลี

สินค้านำเข้า อาหาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องเคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ตลาดนำเข้า นิวซีแลนด์ ฟิจิ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
ระบบรัฐสภา ระบบสภาเดี่ยว ประกอบด้วยสมาชิก 3 กลุ่ม คือ
(1) คณะรัฐมนตรี 12 คน คัดเลือกและแต่งตั้งโดยกษัตริย์ ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุ
(2) ผู้แทนขุนนาง (Noble MPs) 9 คน คัดเลือกโดยกลุ่มขุนนาง (ซึ่งมีทั้งหมด 33 คน)
(3) ผู้แทนสามัญชน (Commoner MPs) จำนวน 9 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลฏีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลแขวง และศาลที่ดิน กษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้พิพากษา

feleti_sevele_crop การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2548 (ค.ศ. 2005) ครั้งต่อไปกำหนดให้มีขึ้นในปี 2552 (ค.ศ. 2009)

สถานการณ์ทางการเมือง
สมาชิกรัฐสภาตองกาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) คณะรัฐมนตรี 12 คน คัดเลือกและแต่งตั้งโดยกษัตริย์ ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุ (2) ผู้แทนขุนนาง (Noble MPs) 9 คน คัดเลือกโดยกลุ่มขุนนาง (ซึ่งมีทั้งหมด 33 คน) (3) ผู้แทนสามัญชน (Commoner MPs) จำนวน 9 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปการปกครองสู่การเป็นประชาธิปไตย โดยเพิ่มตำแหน่งรัฐมนตรีอีก 4 ตำแหน่ง (รวมเป็น 16 ตำแหน่ง) ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2548 โดยรัฐบาลได้จัดสรร 2 ใน 4 ตำแหน่งใหม่ให้แก่ผู้แทนสามัญชน นับเป็นครั้งแรกที่ผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการบริหาร และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการเมืองของตองกา
รัฐมนตรีใหม่ 2 รายที่มาจากการเลือกตั้งคือ Dr. Feleti Sevele รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พาณิชย์ และอุตสาหกรรม และนาย Peauafi Haukinima รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ มีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี ทั้งสองเป็นสมาชิกกลุ่ม Tongan Human Rights and Democracy Movement ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีบทบาทสำคัญและมีแนวโน้มที่จะได้รับ ความนิยมจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเห็นได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิเป็นจำนวนมากและผู้แทนสามัญชนจำนวน 8 ใน 9 ตำแหน่งเป็นสมาชิกกลุ่มนี้ หัวหน้ากลุ่มคือนาย Akilisi Pohivi
อนึ่ง ในการเลือกตั้งผู้แทนขุนนางนั้น ปรากฏว่า Prince Tu’ipelehaka พระราชนัดดาของกษัตริย์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และเป็นผู้นิยมประชาธิปไตย (pro-democracy) ไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยรายงานข่าวระบุว่า สาเหตุมาจากนายกรัฐมนตรีตองกาจงใจกลั่นแกล้งให้พ่ายแพ้ โดยให้ Prince Tu’ipelehaka เปลี่ยนเขตการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ Prince Tu’ipelehaka เคยมีหนังสือถึงนาย Alexander Downer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เรียกร้องให้ออสเตรเลียบีบบังคับให้รัฐบาลตองกามีประชาธิปไตยมากขึ้น
ตองกาจัดเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านประชาธิปไตยช้าที่สุดประเทศหนึ่ง แม้ว่าประชาชนจะเริ่มมีการเรียกร้องประชาธิปไตยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 แล้วก็ตาม แต่บ่อยครั้งที่รัฐบาลเริ่มไม่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสภานิติบัญญัติ ฝ่ายประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินและการขายหนังสือเดินทางให้แก่ชาวต่างชาติ

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
เศรษฐกิจของตองกายังคงพึ่งพาสินค้าเกษตรเป็น
Tongaหลัก สินค้าออกที่สำคัญและทำรายได้อันดับ 1 คือ ฟักทอง (squash pumpkins ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปขายที่ญี่ปุ่น) เนื้อมะพร้าวตากแห้ง (Copra) สินค้าอื่น ๆ ทำจากมะพร้าว (coconut products) วนิลา (vanilla) และพืชประเภทรากไม้ต่างๆ (root crops) สำหรับอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ การท่องเที่ยว รวมถึง ายได้จากการส่งเงินกลับบ้านของชาวตองกาที่ทำงานในต่างประเทศ และเงินช่วยเหลือจาก ต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราร้อยละ 20 ของ GDP ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ (ออสเตรเลีย ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้ทุนการศึกษานิวซีแลนด์ ส่งเสริมการพัฒนาภาคเอกชน และให้ทุนการศึกษา)

     ตองกาได้จัดตั้งธนาคารแห่งชาติชื่อว่า The Reserve Bank โดยแยกหน้าที่จาก Bank of Tonga Tongaเพื่อ ปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งทำให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปดีขึ้นมาก ปัญหาด้านการเงินคือชาวตองกาได้รับการปล่อยสินเชื่อจากธนาคารน้อยมาก เนื่องจากมีกลไกการควบคุมอัตราดอกเบี้ยที่เข้มงวด ประเทศที่มีความสำคัญทางการค้าของตองกา คือ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งสินค้าออกที่ใหญ่ที่สุดของตองกา ส่วนสินค้าเข้าของ ตองกาส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกอาหารตองกาไม่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่สำคัญ แต่มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเลที่กว้างใหญ่ ซึ่งเหมาะแก่การประมงน้ำลึก อย่างไรก็ดี ในปี 2517 ตองกาได้พัฒนาโครงการสำรวจแหล่งน้ำมันในทะเล และในปัจจุบันได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรตองกา

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรตองกา
ตองกามีความร่วมมือทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิกด้วยกัน เช่น ฟิจิ ซามัว นาอูรู หมู่เกาะคุก ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งมีนโยบายที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ ให้มากที่สุด ปัจจุบันตองกามีสำนักงานผู้แทนทางการทูต 6 แห่ง คือ ลอนดอน ฮาวายซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ปักกิ่ง และซิดนีย์
ตองกาเป็นประเทศแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเมื่อเดือน เมษายน 2515 (ค.ศ.1972) ภายหลังที่ไต้หวันถูกขับออกจากสหประชาชาติแล้ว 1 ปี แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมายึดถือนโยบายจีนเดียว ในขณะที่หลายประเทศในแปซิฟิกใต้ ได้แก่ ปาเลา หมู่เกาะมาร์แชลล์ คีรีบาส หมู่เกาะโซโลมอน ตูวาลูและ นาอูรูยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ในกลุ่มอาเซียน ตองกามีความสัมพันธ์ทางการทูตกับมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ บรูไน และไทย
ตองกามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิวซีแลนด์มาโดยตลอด เนื่องจากมีความผูกพันกันทางเชื้อชาติ (Polynesian) ศาสนาและประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ตองกาได้รับอิทธิพลทางการเมืองและการปกครองจากนิวซีแลนด์เป็นอันมาก ผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของตองกาหลายคนสำเร็จการศึกษาจากนิวซีแลนด์ และมีชาวตองกาจำนวนมากเข้าไปตั้งถิ่นฐานในนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังเป็นผู้ให้รายใหญ่ โดยเน้นให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาเป็นหลัก

ความสัมพันธ์กับไทย
1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยกับตองกาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2537 (ค.ศ. 1994) และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน มีเขตอาณาคลุมตองกา เอกอัครราชทูตคนปัจจุบัน คือ นายนรชิต สิงหเสนี

2. เศรษฐกิจและการค้า
ในปี 2547 (ค.ศ. 2004) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 8 แสนดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับปริมาณการค้าในปี 2546 (ค.ศ. 2003) โดยไทยส่งออกสินค้าไปตองกาทั้งหมดสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผ้าผืน รองเท้าและชิ้นส่วน

3. ความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการ
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ตองกา 2 ครั้งคือ กรณีพายุไซโคลน Weka ปี 2545 ไทยให้เงินบริจาค 10,000 royal-tonga-airlines-1ดอลลาร์สหรัฐ และกรณีพายุ Heta ปี 2547 ไทยให้เงินบริจาค 20,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับตองกาได้มอบเงินบริจาคแก่ไทยกรณีเหตุการณ์สึนามิปี 2547 จำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ตองกาเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ที่ให้ความช่วยเหลือ แก่ไทยในเหตุการณ์ครั้งนี้ สำหรับความช่วยเหลือทางวิชาการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่มีผู้แทนตองกาเข้ามารับการฝึกอบรมในไทย

4. ความร่วมมือด้านอื่นๆ
ความร่วมมือด้านการบิน

เจ้าชายอูลูกาลาลา ลาวากา อาตา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน เสด็จเยือนไทย ระหว่างวันที่ 22-28 เมษายน 2548 เพื่อหารือข้อราชการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านการบิน ในการหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีตองกาทรงเสนอให้บริษัทการบินไทยและ Royal Tonga Airlines เป็น Virtual Airlines โดยบริษัทการบินไทยอาจเปิดเส้นทางการบินจากนครซิดนีย์หรือนครโอ๊คแลนด์ต่อไป ยังตองกาประมาณ 1-2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในนามของสายการบินตองกา
ทั้งนี้ ปัจจุบันสายการบินตองกาไม่มีเครื่องบินเป็นของตนเอง แต่มีความตกลงการบริการเดินอากาศกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซามัว
royal-tonga-airlinesสิงคโปร์ สหรัฐฯ บรูไนดารุสซาลาม และอยู่ระหว่างการจัดทำความตกลงกับฟิจิ ทั้งนี้ ในชั้นแรกทั้งสองฝ่ายต้องจัดทำความตกลงการบริการเดินอากาศระหว่างกัน ซึ่งในเรื่องนี้ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมแจ้งว่าสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว และบริษัทการบินไทยรับจะนำเรื่องการเปิดเส้นทางบินไปพิจารณา โดยฝ่ายตองกาจะส่งคณะผู้แทนมาหารือรายละเอียดอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน 2548
อนึ่ง Royal Tonga Airline ได้ระงับการบินระหว่างประเทศเมื่อเดือนเมษายน 2547 เนื่องจากสายการบิน Royal Brunei Airlines ยึดเครื่องบิน Boeing 757 ซึ่งเป็นเครื่องบินเพียงลำเดียวที่ใช้ในเส้นทางการบินระหว่างประเทศมา ตั้งแต่ปี 2545 คืนจากสายการบินตองกา เนื่องจากไม่ชำระค่าเช่า ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2547 ก็ต้องระงับการบินในเส้นทางภายในประเทศ เนื่องจากขาดเงินทุนในการซ่อมบำรุงเครื่องบิน เป็นเหตุให้การคมนาคมทางอากาศระหว่างเกาะใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง (กรุง Nuku’alofa) และเกาะเล็กๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง และส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่มาของรายได้สำคัญของประเทศ

5. การเยือนของผู้นำระดับสูง
ฝ่ายตองกาเยือนไทย

– วันที่ 19 ธันวาคม 2523 เจ้าชาย Tupouto’a มกุฏราชกุมารแห่งตองกาได้เสด็จเยือนไทยเพื่อบรรยายสรุปในที่ประชุม ESCAP และในโอกาสนี้ได้พบหารือกับ ฯพณฯ พล อ.อ. สิทธิ เศวตศิลา รมว.กต.
– วันที่ 4-11 พฤศจิกายน 2533 สมเด็จพระราชินี Halaevalu Mata’aho เสด็จเยือนไทยในฐานะแขกพิเศษของสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์ (The Pan Pacific and
tongan_king_went_to_thailanSoutheast Asia Women’s Association – PPSEAWA) ณ สวนสามพราน โดยในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2533 พระราชินีแห่งตองกาได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการส่วนพระองค์ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ของขวัญที่พระราชินีตองกาถวายเป็นภาชนะหวายถัก 3 ชิ้นใหญ่ ซึ่งเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของตองกา สถานที่ที่ พระราชินีเสด็จเยือนได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่บ้านพักรถไฟ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดญาณสังวราราม โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง พระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม
– วันที่ 22-28 เมษายน 2548 เจ้าชายอูลูกาลาลา ลาวากา อาตา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน เสด็จเยือนไทย และได้พบหารือกับนายนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ฝ่ายไทยเยือนตองกา
– วันที่ 8-21 สิงหาคม 2537 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รมช.กต. ได้นำคณะเยือนปาปัวนิวกินี ฟิจิ ตองกา และนิวซีแลนด์ โดยในการเยือนฟิจิ คณะได้เข้าเยี่ยมคารวะพลตรี Sitiveni Rabuka นายกรัฐมนตรี นาย Berenado Vunibobo รัฐมนตรีรับผิดชอบกิจการภายใน และคณะกรรมการส่งเสริมการค้าและการลงทุนของฟิจิ โดยฝ่ายไทยเสนอให้มีการจัดสัมมนาด้านการค้าและการลงทุนร่วมกันที่ฟิจิ
– วันที่ 19-21 เมษายน 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนตองกาอย่างเป็นทางการ




ความเห็น

  • เฟิร์น wrote on 28 กรกฎาคม, 2013, 9:45

    เนื้อหารายละเอียดเยอะดีค่ะ

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:10

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics