ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

แบ่งปัน

      

ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

800px-flag_of_cambodiasvg1 

กัมพูชา (Cambodia) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

ประมุขรัฐ – พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหโมนี (Preah Bat Samdech Preah Baromneath Norodom Sihamoni) โดยได้รับการคัดเลือกจากสภาราชบัลลังก์ให้ขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547) Norodom Sihamoni

ลักษณะภูมิประเทศ – ที่ตั้ง กัมพูชามีที่ตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทิศเหนือ ติดประเทศไทย (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) และลาว(แขวงอัตตะปือและจำปาสัก) ทิศตะวันออกติดเวียดนาม (จังหวัดกอนทูม เปลกู ซาลาย ดั๊กลั๊ก ส่องแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกียงซาง) ทิศตะวันตกติดประเทศไทย (จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด) และทิศใต้ติดอ่าวไทย
– ขนาด กว้าง 500 กิโลเมตร ยาว 450 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย เส้นเขตแดนโดยรอบประเทศยาวประมาณ 2,000 กิโลเมตร โดยมีเส้นเขตแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นระยะทาง 798 กิโลเมตร
cambodiamap– แม่น้ำ/ทะเลสาบสำคัญ
(1)แม่น้ำโขง ไหลจากลาวเข้าสู่ภาคเหนือของกัมพูชาแล้วไหลผ่านเข้า เข้าเขตเวียดนาม มีความยาวในเขตกัมพูชารวม 500 กิโลเมตร
(2)แม่น้ำทะเลสาบ เชื่อมระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลสาบ ความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร
(3)แม่น้ำบาสัก (Bassac) เชื่อมต่อกับแม่น้ำทะเลสาบที่หน้าพระมหาราชวัง กรุงพนมเปญ ความยาว 80 กิโลเมตร
(4) ทะเลสาบ (Tonle Sap) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมด 3,000 ตารางกิโลเมตร

ลักษณะภูมิอากาศ – ร้อนชื้น มีฤดูฝนยาวนาน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 20 – 36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยในกรุงพนมเปญ 27 องศาเซลเซียส

เมืองหลวง – กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)

เขตการปกครอง – มี 4 กรุง ได้แก่ กรุงพนมเปญ กรุงไพลิน กรุงแกบ กรุงพระสีหนุ และ 20 จังหวัด ได้แก่ กระแจะ เกาะกง กันดาล กัมปงจาม กัมปงชนัง กัมปงทม กัมปงสะปือ กัมปอต ตาแก้ว รัตนคีรี พระวิหาร พระตะบอง โพธิสัต บันเตียเมียนเจย เปรเวง มณฑลคีรี สตึงเตรง สวายเรียง เสียมราฐ อุดรมีชัย phnom_penh_aerial

วันชาติ – 9 พฤศจิกายน

ประมุขฝ่ายบริหาร – สมเด็จฮุน เซน (Samdech Hun Sen)

ภาษา – ภาษาราชการ ได้แก่ ภาษาเขมร ส่วนภาษาที่ใช้งานทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย

ศาสนาประจำชาติ – พุทธศาสนานิกายเถรวาท (มี 2 นิกายย่อย ได้แก่ ธรรมยุติและมหานิกายโดยมีสมเด็จพระสังฆราช 2 องค์) ศาสนาอิสลาม (หรือเขมรจามซึ่งมีประมาณ 200,000 คน) และศาสนาคริสต์อีกเล็กน้อย

ธงชาติ/เพลงชาติ – เป็นธงที่เคยใช้ก่อนวันที่ 18 มีนาคม 2513 มีแถบสีน้ำเงิน – แดง – น้ำเงิน ตามแนวนอน โดยมีรูปปราสาทนครวัดสามยอดสีขาวอยู่ตรงกลางบนแถบสีแดง

เพลงชาติ – เพลงนาคราช (Nokoreach)

สกุลเงิน – เรียล อัตราแลกเปลี่ยนราว 4,000 เรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100 เรียลต่อ ๑ บาท

ระบบชั่งตวงวัด – ระบบเมตริก

      

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
ระบอบการปกครอง
– ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  

รัฐบาล
– รัฐบาลผสมระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party: CPP)กับพรรคฟุนซินเปค (Front Uni National pour un Combodge Independent, Neutre, Pacifique et Cooperatif : FUNCINPEC)
hun_sen_2– มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 27 กรกฎาคม 2546 ปรากฏว่ามีพรรคการเมือง ที่ชนะการเลือกตั้งและได้รับการจัดสรรที่นั่งในสภาแห่งชาติ ได้แก่ พรรค CPP ได้ 73 ที่นั่ง พรรค FUNCINPEC ได้ 26 ที่นั่ง และพรรคสมรังสี (Sam Rainsy Party: SRP) ได้ 24 ที่นั่ง โดยสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2547

สภานิติบัญญัติ
– สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก 123 คน มาจากการเลือกตั้งโดยระบบสัดส่วนตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี มีสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เป็นประธานสภาแห่งชาติ และมีสมเด็จเฮง สัมริน เป็นรองประธานคนที่หนึ่งและนายงวน ยึลเป็นรองประธานคนที่สอง
– วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก 61 คน มาจากการเลือกตั้ง (กษัตริย์ทรงแต่งตั้ง 2 คน) ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี (ยกเว้นวุฒิสมาชิกชุดแรก ซึ่งรัฐธรรมนูญมีบทเฉพาะกาลให้มาจากการแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งในวาระ 5 ปี) สมเด็จเจีย ซิม เป็นประธานวุฒิสภา และมีพระองค์เจ้าศรีสวัสดิ์ ชีวันมณีรักษ์ เป็นรองประธานคนที่หนึ่งและนายพอ บุน สเรอ เป็นรองประธานคนที่สองโครงสร้างการบริหาร
– มีกระทรวงหลัก 26 กระทรวง ได้แก่ (1) สำนักนายกรัฐมนตรี (2) กลาโหม (3) มหาดไทย (4) ประสานงานกับรัฐสภาและการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ (5) การต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ (6) เศรษฐกิจและการคลัง (7) ข่าวสาร (8) สาธารณสุข (9) อุตสาหกรรม เหมืองแร่ และพลังงาน (10) วางแผน (11) พาณิชย์ (12) ศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา (13) เกษตร ป่าไม้ และการประมง (14) วัฒนธรรมและศิลปากร (15) สิ่งแวดล้อม (16) พัฒนาชนบท (17) แรงงานและการฝึกฝนอาชีพ (18) ไปรษณีย์และโทรคมนาคม (19) ศาสนา (20) กิจการสตรี (21) กระทรวงกิจการสังคมและทหารผ่านศึก (22) โยธาธิการและการขนส่ง (23) ยุติธรรม (24) การท่องเที่ยว (25) พัฒนาผังเมืองและการก่อสร้าง (26) ชลประทาน และอีก 2 สำนักงานอิสระ (เทียบเท่าทบวง) ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือน และสำนักงานข้าราชการพลเรือน

พรรคการเมืองที่สำคัญ – พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party: CPP) พรรคฟุนซินเปค (FUNCINPEC) พรรคสมรังสี (Sam Rainsy Party: SRP)

        

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
cambodias_first_skyscraper

– ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (แยกสัดส่วนเป็น ภาคการเกษตรร้อยละ 36.9 ภาคบริการร้อยละ 41.2 และภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 21.9)
– รายได้ประชาชาติ (GDP per capita) 280 ดอลลาร์สหรัฐ (ชาวกัมพูชาที่มีรายได้น้อยกว่าหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ/วันเท่ากับร้อยละ 44, World Bank)
– อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 4.8 (2546, World Bank) (5.5 ใน ปี 2545)
– การค้าระหว่างประเทศ (2544) 3,401 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นมูลค่า ส่งออก 1,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 1,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– หนี้ต่างประเทศ ประมาณ 2,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– การลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามาก ได้แก่ มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย
– สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไม้ สิ่งทอ ยาง ข้าว ปลา
– ประเทศส่งออกที่สำคัญของกัมพูชา ได้แก่ สหรัฐฯ (60.2%) เยอรมนี (9.1%) สหราชอาณาจักร (7.1%) สิงคโปร์ (4.4%) ญี่ปุ่น (3.9%)
– สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ยาสูบ ทองคำ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และยานพาหนะ
– ประเทศนำเข้าที่สำคัญของกัมพูชา ได้แก่ ไทย (25.7%) สิงคโปร์ (17.6%) จีน (12.5%) ฮ่องกง (11.3%) ไต้หวัน (8.8%)

ประชากร – 13 ล้านคน (พ.ศ. 2546) อัตราการเกิดร้อยละ 2.2 อายุเฉลี่ย 54 ปี อัตราการรู้หนังสือร้อยละ 31
– โครงสร้างประชากร เชื้อชาติเขมรร้อยละ 94 เชื้อชาติจีนร้อยละ 4 เชื้อชาติเวียดนาม ร้อยละ 1.1

โครงสร้างแรงงาน – จำนวนแรงงาน 3,500,000 คน ขยายตัวร้อยละ 2.6 โดยกระจายในภาค การผลิตต่าง ๆ ได้แก่ ภาคการเกษตรร้อยละ 74.5 ภาคบริการร้อยละ 18.9 และภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 6.6
– จำนวนข้าราชการและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ 230,000 คน

siem_reap_airportการคมนาคม – ทางรถไฟ มีเส้นทางรถไฟสำคัญ 2 สาย ได้แก่ กรุงพนมเปญ – ปอยเปต (ใช้การได้เป็นบางช่วง) และกรุงพนมเปญ – กัมปงโสม มีความยาวรวมทั้งสิ้น 702 กิโลเมตร
– ทางรถยนต์ มีความยาวรวมกันทั้งสิ้น 14,790 กิโลเมตร แต่อยู่ในสภาพใช้การได้ดีเพียง 2,600 กิโลเมตร เส้นทางสำคัญ ได้แก่
(1)เส้นทางหมายเลข 1 กรุงพนมเปญ – บ่าเว็ต (ชายแดนเวียดนาม) ระยะทาง 165 กิโลเมตร (ซึ่งต่อไปถึงนครโฮจิมินห์ของเวียดนามอีก 68 กิโลเมตร)
(2) เส้นทางหมายเลข 4 กรุงพนมเปญ – กรุงพระสีหนุ (กัมปงโสม) ระยะทาง 246 กิโลเมตร
(3)เส้นทางหมายเลข 5 กรุงพนมเปญ – ปอยเปต ระยะทาง 402 กิโลเมตร
(4) เส้นทางหมายเลข 6 เสียมราฐ – ศรีโสภณ ระยะทาง 106 กิโลเมตร
– ทางน้ำ มีท่าเรือระหว่างประเทศที่กรุงพนมเปญและกรุงพระสีหนุ (กัมปงโสม) และมีเส้นทางเดินเรือภายในประเทศตามลำแม่น้ำโขง แม่น้ำทะเลสาบ และ แม่น้ำบาสัก
– ทางอากาศ มีท่าอากาศยานที่สำคัญ 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนานาชาติโปเชนตง กรุงพนมเปญ และท่าอากาศยานเมืองเสียมราฐ กับมีท่าอากาศยาน สำรองเพื่อการขนส่งสินค้าที่จังหวัดกำปงชนัง และท่าอากาศยานขนาดเล็กที่กรุงพระสีหนุ

ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ – ข้าว ยางพารา ไม้ ผลิตภัณฑ์ประมง

ผลผลิตทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ – อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร สิ่งทอ เคมี

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ – อัญมณี (พลอย ไพลิน ฯลฯ) เหล็ก ฟอสเฟต บ๊อกไซต์ ซิลิคอน ถ่านหิน แมงกานิส

          

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ความสัมพันธ์ทางการทูต
– สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2493 (ค.ศ. 1950)
– เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ คือนายปิยวัชร นิยมฤกษ์
_r020695
– เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยคือนายอึง เซียน (Ung Sean) 
 

การค้าทวิภาคีไทย – กัมพูชา – การค้าทวิภาคีปี 2546 มีมูลค่ารวม 29,186.1 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 29 ไทยได้เปรียบดุลการค้า 28,170.9 ล้านบาท (ในปี 2545 การค้าทวิภาคีมีมูลค่ารวม 22,622.3 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้ากัมพูชา 21,659.3 ล้านบาท) สำหรับการค้าทวิภาคีในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2547 มีมูลค่า 14,166.9 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 13,331.3 ล้านบาท
– การค้าชายแดนไทย – กัมพูชา ในปี 2546 มีมูลค่ารวม 17,782 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.7 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าชายแดน 15,806.4 ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดนในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2547 มีมูลค่า 11,323 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 9,771.7 ล้านบาท
– สินค้านำเข้าจากไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย จักรยานยนต์/อุปกรณ์/ส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง เครื่องดื่ม เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องอุปโภคบริโภค

สถานะความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย – กัมพูชา
ความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล

– ความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา ในปัจจุบันนับได้ว่าพัฒนาขึ้นอย่างมากและดำเนินไปบนพื้นฐานของความ เข้าอกเข้า
ayeyawady-e28093-chao-phraya-e28093-mekong-economic-cooperation-strategy-acmecsใจระหว่างกัน ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย –กัมพูชาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2546 ที่เมืองเสียมราฐและจังหวัดอุบลราชธานี (ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการนำความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชากลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แบบภายหลังการเกิดเหตุการณ์ไม่สงบใน กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2546) และการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ที่เมืองพุกามเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทยกับประเทศ เพื่อนบ้านทั้งสามประเทศ โดยเฉพาะกับกัมพูชา ซึ่งความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดในระดับนานาประเทศด้วย
– ล่าสุด กองทัพเรือได้จัดหมู่เรือรบ 2 ลำพร้อมกำลังพล 189 นายไปเยือนกรุงพระสีหนุระหว่างวันที่ 13 – 18 กันยายน 2547 ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันอันจะนำไปสู่การขยาย ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในทะเลต่อไป นอกจากนี้ ยังมีนัยสำคัญเนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายกัมพูชาอนุญาตให้ เรือรบไทยไปเยี่ยมเยียนเมืองท่าของกัมพูชานับตั้งแต่ที่ทั้งสองประเทศสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2493

ความร่วมมือตามมติที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีไทย – กัมพูชา
การพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร

– คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหาร (ฝ่ายไทย) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานตามที่ได้รับมอบหมายโดยมติ คณะรัฐมนตรีร่วมฯ ได้เริ่มดำเนินงานแล้วตั้งแต่วันที่ 30
เขาพระวิหารกันยายน 2546 โดยในส่วนของกัมพูชาได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการระหว่างกระทรวงเพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่ตาเฒ่าและเขาพระวิหาร” โดยมีนายสก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธาน

– ฝ่ายไทยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 2 ชุด ได้แก่ (ก) คณะอนุกรรมการวางแผนการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร โดยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์) เป็นประธาน และ (ข) คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีนายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะนักประวัติศาสตร์ เป็นประธาน
– คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหารไทยและกัมพูชาได้จัดประชุมกลุ่มย่อย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายสก อัน รัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธานการประชุมร่วมกัน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2547 ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในการพัฒนาร่วมเขาพระ วิหาร ทั้งนี้ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหารจะเริ่มดำเนินการภายหลังจากที่ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว

ความร่วมมือชายแดน
     ได้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มขึ้น 3 แห่ง ได้แก่ (1) บ้านแหลม – กุมเรียง (2) บ้านผักกาด – เมืองพรม และ (3) ช่องสะงำ – อันลองเวง การขยายเวลาเปิด – ปิดจุดผ่านแดนถาวรเป็นระหว่าง 07.00 – 20.00 น. การเริ่มทดลองขยายขอบเขตการเดินทางของผู้ถือบัตรผ่านแดน (border pass) ให้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ของแต่ละฝ่ายได้จนถึงจังหวัดที่อยู่ถัดจากจังหวัด ชายแดนอีกหนึ่งจังหวัดและพำนักได้ 7 วัน โดยให้เริ่มดำเนินการที่จุดผ่านแดนถาวรคลองลึก – ปอยเปต ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2546 สำหรับการขยายพื้นที่เดินทางของผู้ถือบัตรผ่านแดนในพื้นที่อื่น ๆ ต้องรอการประเมินผลโครงการทดลองดังกล่าวก่อน โดยจะมีการหารือเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 2 ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นที่กรุงพนมเปญ

ความร่วมมือด้านแรงงาน
     ไทยกับกัมพูชาได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน ไทย – กัมพูชาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2546 เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามแดนผิดกฎหมายชาวกัมพูชา ฝ่ายไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระดับเจ้า หน้าที่อาวุโสครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 – 17ธันวาคม 2546 ที่กรุงเทพฯ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและขยายความร่วมมือด้านการจ้างแรง งานไทย – กัมพูชาเพื่อให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว และอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้จัดส่งร่างแบบฟอร์มสำหรับใช้ประกอบการพิสูจน์สัญชาติและ เอกสารประจำตัวแก่แรงงานกัมพูชาให้ฝ่ายไทยพิจารณาแล้ว พร้อมกับคัดเลือกบริษัท 3 แห่งเพื่อรับผิดชอบในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา รวมทั้งการคัดเลือกและจัดส่งแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือด้านแรงงานระดับเจ้า หน้าที่อาวุโสครั้งที่ 2 และระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 – 27 ตุลาคม 2547 เพื่อผลักดันความร่วมมือให้เป็นไปตาม MOU

ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม
     ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย – กัมพูชาว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมเพื่อเป็นกลไกในการขยาย ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย – กัมพูชาให้กระชับแน่นแฟ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดำเนินความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ โดยมีนายเตช บุนนาค ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ (อดีตปลัด กระทรวงการต่างประเทศ
250px-bayon_angkor_relief1) และนายสอน ซัมนาง นายกราชบัณฑิตสถานของกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาตามลำดับ สำหรับกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
(1) การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานโดยนายเตช บุนนาค ไปทอดถวาย ณ วัดอุณาโลม กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 5 – 6 พฤศจิกายน 2546
(2) การจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย – กัมพูชา ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือ
ด้านวัฒนธรรม ครั้งที่ 1 ที่กรุงพนมเปญและเมืองเสียมราฐ ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤษภาคม 2547 เพื่อ ร่วมกำหนดนโยบาย/หลักการพื้นฐาน และพิจารณาแผนปฏิบัติการประจำปีในการขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างสอง ประเทศ
(3) การจัดคณะสื่อมวลชนกัมพูชาสาขาต่าง ๆ มาเยือนไทยระหว่างวันที่ 9 –15 มิถุนายน 2547 และระหว่างวันที่ 6 – 13 กันยายน 2547 ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์
(4) โครงการนำคณะเจ้าหน้าที่ด้านศิลปวัฒนธรรมและช่างฝีมือกัมพูชาเยือนไทยระหว่าง วันที่ 22 – 28 สิงหาคม 2547
(5) โครงการสัมมนามัคคุเทศก์และนักเขียนไทยที่จังหวัดเสียมราฐระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2547 เพื่อให้มัคคุเทศก์และนักเขียนไทยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติ ศาสตร์ของกัมพูชาที่ถูกต้อง
(6) การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานโดยนายเตช บุนนาคไปทอดถวาย ณ พุทธสถานพระสีหนุธรรมาธิราช จังหวัดกัมปงสะปือ ซึ่งในชั้นนี้กำหนดไว้เป็นระหว่างวันที่ 20 – 21 พฤศจิกายน 2547

ความร่วมมืออื่น ๆ
     ได้มีการจัดการประชุมร่วมไทย-กัมพูชาในหลายวาระโอกาส เพื่อปรึกษาหารือและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การแก้ไขปัญหาคลื่นความถี่วิทยุทับซ้อนกันบริเวณพื้นที่ชายแดน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ
260px-angkor_wat การเกษตร สาธารณสุข การท่องเที่ยว และด้านวิชาการ การจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคทั้ง 3 คณะ การจัดประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน เป็นต้น

สำรวจและปักปันเขตแดนทางบกไทย – กัมพูชา
     ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ (TOR) ในการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย – กัมพูชาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 คณะเจ้าหน้าที่เทคนิคไทย – กัมพูชาได้จัดประชุมร่วมกันรวม 3 ครั้งเพื่อเปรียบเทียบเอกสารสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจเพื่อให้เป็น ไปตามแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ คาดว่าจะสามารถเริ่มต้นการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกได้ภายในต้นปี 2548

ความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด
     ไทยและกัมพูชามีความร่วมมือในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ ชิด ผลการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี และล่าสุดไทยได้ขอความร่วมมือจากกัมพูชาในการดำเนินการกับยาเสพติดที่กำลัง ระบาดและเป็นปัญหาสำหรับไทย ได้แก่ “เคตามีน” (Ketamine) ทั้งนี้ เป็นไปตามดำริของนายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายไทยก็ได้ดำเนินการประสานเพื่อขอความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาเพื่อ พิจารณากำหนดให้ตัวยาดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทตามกฎหมาย กัมพูชา และให้การใช้ยาดังกล่าว ในกัมพูชาต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชารับในหลักการที่จะให้ความร่วมมือ

ความช่วยเหลือของไทยที่ให้แก่กัมพูชาในการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมทางบก
-การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 48 (เกาะกง – สแรอัมเบิล) ระยะทาง 153 กิโลเมตร และการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2546
(1) ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 48 แล้วเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2546
(2) คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2547 อนุมัติการเพิ่มวงเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อ
monivong_bridgeการพัฒนาเส้นทางหมายเลข 48 สำหรับลดความลาดชันของเส้นทาง อันจะส่งผลให้การขนส่งระหว่างไทย – กัมพูชาตามเส้นทางสายดังกล่าวมีความสะดวก ปลอดภัยและสามารถใช้รถยนต์บรรทุกประเภทคอนเทนเนอร์ได้
(3) สำหรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อใช้ศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม และการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตลอดเส้นทางรวม 4 แห่ง ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเทคนิค คาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2547 และเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2549

– การปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางหมายเลข 67 (สะงำ – อันลองเวง – เสียมราฐ) ระยะทาง 151 กิโลเมตร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546
(1) ประกอบด้วย (ก) ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อใช้ในการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเส้นทาง การก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางในส่วนที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมไทย – กัมพูชา และ (ข) ความช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ในการปรับปรุงเส้นทางจากอันลองเวง – เสียมราฐ
(2) ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการด้านเทคนิค คาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนได้ในราวสิ้นปี 2547 และเสร็จสิ้นในปี 2548

ความช่วยเหลือทวิภาคีไทย – กัมพูชา
– ความร่วมมือและช่วยเหลือทางวิชาการไทย – กัมพูชา โดยผ่านกรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ โดยในปี 2546 เป็นเงินประมาณ 37.41 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2547 เป็นเงินประมาณ 28.52 ล้านบาท
– โครงการความร่วมมือตามแผนความร่วมมือไทย – กัมพูชา ปี 2546 – 47 รวม 4 โครงการ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) โครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งตลาดกลางค้าส่งและส่งออกของกัมพูชา (2) โครงการศึกษาความเหมาะสมเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดเกาะกง (3) โครงการปรับปรุงการผลิตพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และ (4) โครงการส่งเสริมการลงทุนและการตลาดด้านการท่องเที่ยวไทย – กัมพูชา ทุกโครงการดำเนินไปตามแผนและมีความคืบหน้าที่น่าพอใจ
– ความช่วยเหลืออื่น ๆ ได้แก่ จัดการฝึกอบรมและศึกษาดูงานต่าง ๆ อาทิ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แก่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ กัมพูชาระหว่างวันที่ 19 – 25 มกราคม 2547 และด้านการประกันคุณภาพการศึกษาแก่คณะเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะกรรมการรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาระดับสูงของกัมพูชาโดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาระหว่างวันที่ 26 – 31 มกราคม 2547

การค้าไทย – กัมพูชาcentral_market_phnom_penh
     การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยการค้ารวมเมื่อปี 2546 มีมูลค่า 29,186.10 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 และไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 28,170.9 ล้านบาท และการค้าชายแดนในปีเดียวกันมีมูลค่า 17,782 ล้านบาท ขยายตัวลดลงร้อยละ 5.7 ไทยได้เปรียบดุลการค้า 15,806.4 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าหลังการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมทางบกระหว่างไทย – กัมพูชาแล้วเสร็จ การค้าชายแดนระหว่างสองประเทศจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก สำหรับการค้าไทย – กัมพูชาในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2547 การค้าทวิภาคีมีมูลค่า 14,166.9 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 13,331.3 ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดนในช่วงเดียวกันมีมูลค่า 11,323 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 9,771.7 ล้านบาท

ความตกลงไทย – กัมพูชา
1. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on the Establishment of the Joint Commission for the Bilateral Cooperation) ลงวันที่ 1 มกราคม 2537

2. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia for the Promotion and Protection of Investments) ลงวันที่ 29 มีนาคม 2538

3. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Agreement on Tourism Cooperation between the Government of the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ 29 มีนาคม 2538

4. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Establishment of the Border Committees) ลงวันที่ 29 กันยายน 2538

5. ความตกลงว่าด้วยการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Agreement on Trade, Economic and Technical Cooperation between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2539

6. ความตกลงระหว่างกระทรวงการคลังของราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงเศรษฐกิจและ ารคลังของราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยคณะอนุกรรมการร่วมด้านการคลัง (Agreement between the Ministry of Finance of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Economy and Finance of the Kingdom of the Cambodia on the Joint Sub-committee on Finance) ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2539

7. ความตกลงทางวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Cultural Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2540

8. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Border-Crossing between the Two Countries) ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2540

9. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความ ร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด สารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารตั้งต้น (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Cooperation on Suppression of Trafficking and Illegal Trading of Narcotic Drugs, Psychotropic Substances and Precursor Chemicals) ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2541

10. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินทางอากาศระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา (Air Service Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543

11. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบขนส่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมข้ามแดนและการส่งคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia to Combat against Illicit Trafficking and Cross-Border Smuggling of Movable Cultural Property and to Restitute it to the Country of Origin) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543

12. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการส่งคืนยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมหรือยักยอก (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on the Cooperation for the Return of Stolen of Embezzled Vehicles) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543

13. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Survey and Demarcation of Land Boundary) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543

14. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Treaty between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Extradition) ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2541 (มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2544)

15. กรอบความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Framework Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Economic Cooperation) ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544

16. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่กัมพูชาและไทยอ้างสิทธิ์ไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (Memorandum of Understanding between the Royal Thai Government and the Royal Government of Cambodia regarding the Area of their Overlapping Maritime Claims to the Continental Shelf) ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544

17. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Exemption of Visas for Holders of Diplomatic Passports) ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2544

18. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการพัฒนาถนนหมายเลข 48 (เกาะกง – สแรอัมเบิล) และถนนหมายเลข 67 (สะงำ –อันลองเวง – เสียมราฐ) (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Development of Road Number 48 (Koh Kong – Sre Ambel) and Road Number 67 (Sa-Ngam – Alongveng – Siem Reap)) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

19. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการขจัดการค้าเด็กและหญิง และการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Bilateral Cooperation for Eliminating Trafficking in Children and Women and Assisting Victims of Trafficking) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

20. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Agricultural Cooperation) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

21. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Cooperation in the Employment of Workers) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

22. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Memorandum of Understanding on Cooperation in Education between the Ministry of Education of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Education, Youth and Sports of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

23. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืช (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Technical Cooperation on Sanitary and Phytosanitary Measures) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

24. แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยเอกสารแนวความคิดเกี่ยวกับการสัญจรข้ามแดนไทย – กัมพูชา (Joint Ministerial Statement on the Concept Paper on Thailand-Cambodia Border Points of Entry) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

137-rural-cambodia2




ความเห็น

  • เจน wrote on 11 พฤษภาคม, 2010, 16:16

    ិชอบประเทศกัมพูชามากๆๆ รักกัมพูชา

  • แอน wrote on 20 กุมภาพันธ์, 2011, 10:43

    ชอบกัมพูชามากคะสวยมาก

  • น้ำ.........ใส wrote on 30 สิงหาคม, 2011, 19:04

    ดีมากเลยค่ะ…..สาระเยอะมากกกกกกกกก

  • แดน wrote on 14 กันยายน, 2011, 19:04

    ชอบประเทศกัมพูชาแต่ไม่ชอบฮุนเซ็น ขี้โกง

  • ฟาง wrote on 1 กรกฎาคม, 2012, 22:52

    เป๊นประเทศที่สวยมาก

  • ปาเลา เทพ wrote on 12 ธันวาคม, 2012, 14:16

    ประเทศชาติ

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:08

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics