ราชรัฐลิกเตนสไตน์ (Principality of Liechtenstein)

แบ่งปัน

 

ราชรัฐลิกเตนสไตน์ (Principality of Liechtenstein)

liechtenstein

ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) หรือชื่อทางการคือ ราชรัฐลิกเตนสไตน์ (Principality of Liechtenstein)

 

 

ประมุขประเทศ His Serene Highness Reigning Prince Hans Adam II (ขึ้นครองราชย์วันที่ 13 พฤศจิกายน 2532) และเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2547 ได้โปรดเกล้าให้ Hereditary Prince Alois ปฏิบัติพระราชภารกิจทุกเรื่องแทนพระองค์Hans-Adam II, Prince of Liechtenstein

liechtensteinที่ตั้ง ใจกลางของทวีปยุโรป ระหว่างออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ พื้นที่ 160 ตารางกิโลเมตร พรมแดน รวม 78 กิโลเมตรติดออสเตรีย 37 กิโลเมตร ติดสวิสเซอร์แลนด์ 41 กิโลเมตร (ไม่มีทางออกทะเล) ภูมิอากาศ ภาคพื้นยุโรป อากาศเย็น ฤดูหนาวมีเมฆหมอกทึบ ฝนและหิมะ ฤดูร้อนเย็นหรืออบอุ่น ชื้น มีเมฆหมอกปกคลุม  สภาพภูมิศาสตร์ แบ่งเป็น 2 เขต คือ Lowland (Schellenberg) ใกล้แม่น้ำ Rhine และ Upland (Vaduz) ในบริเวณเทือกเขาแอลป์ ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานน้ำ

เมืองหลวง วาดุซ (Vaduz)

vaduzประชากร 34,000 คน (ปี 2546) โดยร้อยละ 34 เป็นชาวต่างชาติ (สวิส ออสเตรียน และเยอรมัน)
เชื้อชาติ อลิมานนิค-ลาติน (Alemannic-Latin) ร้อยละ 87.5และอีกร้อยละ 12.5 เป็นชาวอิตาเลี่ยน เติร์ก และอื่นๆ

ศาสนา โรมันคาธอลิคร้อยละ 80 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ร้อยละ 7 นับถือนิกายโปรเตสแตนท์

ภาษา เยอรมัน (ภาษาราชการ)

วันชาติ 15 สิงหาคม

เงินตรา สวิสฟรังค์ อัตราแลกเปลี่ยน 1.75 สวิสฟรังค์ = 1 ดอลลาร์สหรัฐ(พฤษภาคม 2544)

GDP 2.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.3 พันล้านสวิสฟรังก์ (ปี 2546)

GDP per capita 23,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2541), 126,000 สวิสฟรังก์ (ปี 2546) เป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงที่สุดในโลก

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.6 (ปี 2547)

อัตราคนว่างงาน ร้อยละ 2.2 (ปี 2547)

ความสัมพันธ์ทางการทูต ลิกเตนสไตน์มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 39 ประเทศ

การเมืองการปกครอง

ระบบการปกครอง ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เขตปกครอง แบ่งเป็น 11 เขต (Commune) คือ Balzers, Eschen, Gamprin, Mauren, Planken, Ruggell, Schaan, Schellenberg, Triesen, Triesenberg, Vaduz

รัฐสภา มีสภาเดียว คือ Diet (Landtag) เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี 25 นาย ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุก 4 ปี พรรคการเมือง มี 3 พรรค คือ Patriotic Union (VU) มี 13 เสียง พรรค the Progressive Citizens’ (ปี 1997) Party (FBP) มี 10 เสียง และพรรค the Free List (FL) มี 2 เสียงregierungsgeb-ude_vaduz_li

นโยบายต่างประเทศ
– ก่อนรัชสมัยเจ้าชายฮันส์ อาดัม ที่สอง ลิกเตนสไตน์มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศน้อยมาก โดยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเพียง 3 ประเทศ (สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และนครวาติกัน) เท่านั้น หลังจากที่เจ้าชายฮันส์ อาดัม ที่สอง ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี 2532 ลิ
กเตนสไตน์ก็ได้เจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 66 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ดี ลิกเตนสไตน์แต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเพียงประเทศเดียวคือ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วนออสเตรียกับนครวาติกันมีเพียงเอกอัครราชทูตที่ไม่มีถิ่นที่อยู่เป็นผู้ แทนทางการทูต
– ลิกเตนสไตน์เป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ที่สำคัญ ได้แก่ Council of Europe (เข้าร่วมเมื่อปี ค.ศ. 1978), United Nations (ค.ศ. 1990), European Free Trade Association (ค.ศ. 1991), European Economic Area (ค.ศ. 1995) และ World Trade Organization (ค.ศ. 1995)
– ลิกเตนสไตน์ดำเนินนโยบายเป็นกลาง โดยมีความสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษที่ใกล้ชิดมากกับสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ มีความตกลงทางศุลกากรกับสวิตเซอร์แลนด์ (ค.ศ.1924) ให้ศุลกากรสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้จัดเก็บภาษีศุลกากรให้ และความตกลงให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ในต่างประเทศ (ค.ศ. 1919) นอกจากนั้น ยังมีสนธิสัญญากับสวิตเซอร์แลนด์ด้านบริการ ไปรษณีย์ โทรเลข และโทรศัพท์ สำหรับประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดรองลงไป คือ ออสเตรีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในด้านประวัติศาสตร์และเชื้อชาติ
– ข้อพิพาทระหว่างประเทศ ลิกเตนสไตน์อ้างสิทธิในดินแดนของสาธารณรัฐเช็ก 620 ตารางไมล์ ซึ่งสาธารณรัฐเช็กริบมาจากราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ในปี ค.ศ. 1918 แต่ฝ่ายเช็กไม่ยอมรับการอ้างสิทธิดังกล่าว โดยถือว่าการเรียกร้องสิทธิเหนือดินแดนใดๆ จะต้องไม่ย้อนหลังเกินกว่าเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1948 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมีอำนาจ

 

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
การผลิตภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละ 40 ของ GDP) อิเล็คโทรนิคส์ การผลิตโลหะ สิ่งทอ เซรามิคเวชภัณฑ์ อาหาร precision instruments การท่องเที่ยว

 

vaduz_centreการเงินการธนาคาร (ร้อยละ 30 ของ GDP) การบริการรวมทั้งการท่องเที่ยว (ร้อยละ 25 ของ GDP)
การผลิตภาคเกษตรกรรม (ร้อยละ 5 ของ GDP) ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด มันฝรั่ง ปศุสัตว์ ผลผลิตนม เนย
แรงงาน 22,187 คน ในจำนวนนี้ 13,576 คนเป็นชาวต่างชาติ 7,781 คนเดินทางไป-กลับ ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ทุกวัน
ประเภทแรงงาน ทำงานในภาคอุตสาหกรรม การค้า และการก่อสร้าง 45%
สินค้าส่งออก เครื่องจักรขนาดเล็กและเครื่องจักรที่สั่งทำพิเศษ เครื่องมือเครื่องใช้ด้านทันตกรรม สแตมป์ เครื่องใช้โลหะ เครื่องปั้นดินเผา
ประเทศคู่ค้า สหภาพยุโรป และประเทศสมาชิก EFTA 60.57% (สวิตเซอร์แลนด์ 15.7%) (2538)
สินค้านำเข้า เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์โลหะ สิ่งทอ อาหาร รถยนต์ ประเทศคู่ค้า สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์

ภาษี มีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ สำหรับบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีช่วงปลอดภาษี ขึ้นกับประเภทธุรกิจ ภาษีสำหรับ estate tax เก็บในอัตรา 0.2 – kunstmuseum_liechtenstein_0.9 %ภาษีเงินได้อัตรา 4-18 % สำหรับบริษัทถือหุ้น (holding company) ที่มีถิ่นที่อยู่ในลิกเตนสไตน์ได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเสียภาษี

นโยบายด้านเศรษฐกิจ มีความร่วมมือใกล้ชิดกับสวิตเซอร์แลนด์ และเข้าร่วมกลุ่ม EFTA ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 มีส่วนร่วมในความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสวิตเซอร์-แลนด์ กับยุโรป และเป็นภาคีความตกลงเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1995 หลังปี ค.ศ. 1945 ได้เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากเกษตรกรรมเป็นการท่องเที่ยว ภาคบริการทางการเงิน และอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก คือ อุตสาหกรรมผลิตเครี่องจักรกล สิ่งทอ เซรามิค ผลิตภัณฑ์ เคมีและยา อิเล็คโทรนิคส์ อาหารกระป๋อง

ข้อพิพาทระหว่างประเทศลิกเตนสไตน์ อ้างสิทธิในดินแดนของสาธารณรัฐเช็ก 620 ตารางไมล์ ซึ่งเช็กริบมาจากราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ในปี ค.ศ. 1918 แต่ฝ่ายเช็กไม่ยอมรับการอ้างสิทธิดังกล่าว โดยถือว่าการเรียกร้องสิทธิเหนือดินแดนใดๆ จะต้องไม่ย้อนหลังเกินกว่าเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1948 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมีอำนาจ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชรัฐลิกเตนสไตน์

 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชรัฐลิกเตนสไตน์
     Hereditary Prince Alois_ลิกเตนสไตน์ประเทศไทยและลิกเตนสไตน์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2540 (เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น ถวายพระราชสาส์นตราตั้งต่อ His Serene Highness Prince Hans Adam II) ปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นผู้ดูแลความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ลิกเตนสไตน์ ส่วนลิกเตนสไตน์มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตสวิสดูแลความสัมพันธ์ฯ

การเยือน สมเด็จพระเทพรรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลิกเตนสไตน์ในฐานะแขกส่วนพระองค์ของเจ้าชาย Hans-Adam II

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
ในบรรดาประเทศสมาชิกกลุ่ม EFTA ลิกเตนสไตน์เป็นประเทศที่มีปริมาณการค้ากับไทยน้อยที่สุด ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2541 ปริมาณการค้าระหว่างไทย-ลิคเตนสไตน์มีเพียง 82.8 ล้านบาท แต่ช่วงเดียวกันของปี 2542 มีมูลค่า 105.0 ล้านบาท โดยไทยส่งออกเป็นมูลค่า 104.9 ล้านบาท ส่วนการนำเข้ามีเพียง 0.1 ล้านบาท

สินค้าส่งออกของไทย
อัญมณี และเครื่องเพชรพลอย สิ่งทอ เครื่องยกทรงและรัดทรงและชิ้นส่วน ผ้าถัก เครื่องใช้สำหรับเดินทาง รองเท้าและชิ้นส่วน ดอกไม้ประดิษฐ์ ผัก ผลไม้ เครื่องโทรศัพท์และชิ้นส่วน ใบยาสูบ

สินค้าส่งออกที่มีอัตราการขยายตัวสูง
เพชรไม่ใช้ในทางอุตสาหกรรมที่แต่งแล้วหรืออื่น ๆ และเครื่องยกทรง ถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ Vaduz Castle

สินค้านำเข้าของไทย
ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องใช้สำหรับห้องน้ำและอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้า รองเท้า สิ่งทอ หนังดิบ เครื่องเพชรพลอยรวมทั้งเครื่องเงินและเครื่องทอง เครื่องแก้ว กระดาษ กระดาษแข็งและผลิตผลจากกระดาษ
การตรวจลงตรา ไทยและลิกเตนสไตน์มีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ โดยสามารถพำนักได้เป็นระยะเวลา 90 วัน



ความเห็น

  • อวี้ฉิน wrote on 28 ตุลาคม, 2010, 8:59

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:14

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics