ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

แบ่งปัน

ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

japanญี่ปุ่น มีชื่อทางการคือ ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

ประมุข สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (His Majesty Emperor Akihito) จักรพรรดิอะกิฮิโตะ

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว จากทางตอนเหนือที่ละติจูด 45 องศา 33 ลิปดาเหนือ มาทางใต้ ที่ละติจูด 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ โดยมีความยาวทั้งสิ้น 3,800 กม. ลักษณะภูมิประเทศ เป็นประเทศหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,900 เกาะ โดยมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ 1. ฮอกไกโด (83,517 ตารางกม.) 2. ฮอนชู (231,012 ตารางกม.) 3. ชิโกกุ (18,800 ตารางกม.) 4. คิวชู (44,379 ตารางกม.) โดยทั่วไปเป็นภูเขา โดยร้อยละ 71 ของพื้นที่ทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นภูเขา ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25 ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียงร้อยละ11 เท่านั้น ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่japan_mapสุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ พื้นที่ ประมาณ 377,835 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยผืนดิน 374,744 ตารางกิโลเมตร และผืนน้ำ 3,091 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ชายฝั่งทะเล 29,751 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น
ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู เเละร้อนจัดในช่วงสิงหาคม-กันยายน
ฤดูใบไม้ร่วง : (ตุลาคม-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน
ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกโดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า

shinjukustreet02เมืองหลวง กรุงโตเกียว (Tokyo)

ประชากร ประมาณ 127,619,000 คน (พฤษภาคม 2547) อัตราการขยายตัวของประชากร คือ ร้อยละ 0.08 (2547) ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ความหนาแน่นของประชากรประมาณ 336 คน/ตร.กม.

เชื้อชาติ เชื้อชาติญี่ปุ่น ในทางประวัติศาสตร์เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่นได้แก่กลุ่ม เผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุซึ่งอาศัยอยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย

ศาสนา ศาสนาใหญ่ ๆ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาชินโต นอกจากนั้นได้แก่ ศาสนาคริสต์และลัทธิขงจื้อ

ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี(ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี)

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 99.9

วันชาติ วันที่ 23 ธันวาคม: วันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พ.ศ. 2476 หรือ ค.ศ. 1933)

imperial_palace_tokyo_panor2

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
รูปแบบการปกครอง
ระบอบเสรีประชาธิปไตย โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่าสมเด็จพระ จักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการsaikosai_thumbบริหารประเทศ
รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2490 (ค.ศ. 1947)

รัฐสภา เรียกชื่อว่า “สภาไดเอท” ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิก 252 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี
การปกครองท้องถิ่น ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) ด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครอง เฉพาะในส่วนใจกลาง 23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่ ของเมืองและของหมู่บ้านตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้งอาคารสภานิติบัญญัติแห่งญี่ปุ่น

การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร มีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 11 กันยายน 2548 วุฒิสภามีการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อ 11 กรกฎาคม 2547 โดยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกครึ่งหนึ่ง ในทุก 3 ปี เเละจะมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงกลางปี 2549

พรรคการเมือง พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่
– พรรคเสรีประชาธิปไตย ( Liberal Democratic Party : LDP) เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล
– พรรคนิว โคเมโต (New Komeito) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
– พรรคอนุรักษ์นิยมใหม่ (New Conservative Party หรือ Hoshushinto) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
– พรรคประชาธิปัตย์ญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan : DPJ : Minshuto) แกนนำฝ่ายค้าน
– พรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan : SDP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน

– พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party – JCP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)
4,800.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 450px-tokyo_stock_exchange2547) (อัตราเเลกเปลี่ยน 105 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)
อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ 2.9 (ปี 2548)
เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y )(?)
รายได้ประชาชาติ 37,655 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2547)
อัตราการว่างงาน ร้อยละ 4.5 (มกราคม 2548)
อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 105 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 36.5 บาท/ 100 เยน (29 พฤศจิกายน 2547)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ –0.3 (ปี 2546)
สินค้าส่งออก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะเหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ และเครื่องบริโภค
สินค้านำเข้า เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ สิ่งทอ
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน สหรัฐฯ สาธารณรัฐเกาหลี อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไต้หวัน เยอรมนี ฮ่องกง และไทย(อันดับที่ 10)
ตลาดส่งออกที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ ได้หวัน ฮ่องกง เยอรมนี เเละไทย(อันดับที่ 6)
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 664.5 พันล้านดอลลาร์สหรั

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
ความสัมพันธ์กับไทย
ความสัมพันธ์
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 (ค.ศ. 1887)จักรพรรดิอะกิฮิโตะ

กลไกความสัมพันธ์
1) การประชุมหุ้นส่วนทางการเมืองไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Political Partnership Consultations – JTPPC)
2) การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหารทวิภาคีระหว่างกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับญี่ปุ่น (Bilateral Political and Military Meeting)
3) การประชุมความร่วมมือทางวิชาการประจำปีไทย-ญี่ปุ่น
4) การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ชื่อเดิม คือ การประชุมปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น)
5) การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ภาคเอกชน)

การค้าไทยกับญี่ปุ่น
ในปี 2547 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 35,958 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้าสองฝ่ายในปี 2546 ร้อยละ 18.1 ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 13,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.2 นำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 22,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24

สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่น ๆ

สินค้าส่งออกจากไทย เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ

เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น นายสุวิทย์ สิมะสกุล (10 กรกฎาคม 2547- ปัจจุบัน)

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย นายฮิเดะอากิ โคบายาชิ(H.E. Mr. Hideaki Kobayashi) (พฤศจิกายน 2548 – ปัจจุบัน)

ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น
1.ความสัมพันธ์ทั่วไป ในภาพรวมที่ผ่านมาไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและราบรื่น ความร่วมมือระหว่างกันของทั้งสองประเทศครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ ไทยจักรพรรดิอะกิฮิโตะได้มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับญี่ปุ่นให้พัฒนาไปสู่ความ เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษกิจ (strategic and economic partnership) ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดคือ นายกรัฐมนตรีโคอิซึมิ ของญี่ปุ่นได้มาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 20-21 ต.ค. 2546 และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเยือนญี่ปุ่นล่าสุด เมื่อ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2548
การเยือนสำคัญในระดับราชวงศ์ คือ การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (17-19 ก.ย. 2544) เพื่อทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบันฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยกัก กุชูอิน การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ (10-19 ต.ค. 2544) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น (8-12 เม.ย. 2545) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้เสด็จฯ ร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ จ.โออิตะ (26-30 เม.ย. 2545) และเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ในงาน Asia Orchestra Week 2002 ที่กรุงโตเกียว (23-28 ก.ย. 2545) การเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน พระชายา และพระธิดา 2 พระองค์ (7-21 ส.ค. 2546) เพื่อทรงนำพระธิดาเสด็จเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก และทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาเกษตรศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เเละการเสด็จเยือนไทยของเจ้าหญิงทาคมาโดะ (17-21 พ.ค. 2547) เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุม World Conservation Congress ของ IUCN เเละการเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน (17-23 สิงหาคม 2548) เพื่อทรงศึกษาวิจัยด้านไก่ป่า

2. ด้านนโยบายต่างประเทศ ญี่ปุ่นต้องการเพิ่มบทบาทและส่วนร่วมในประชาคมระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ อาทิ ความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การผลักดันให้มีการเจรจาการค้ารอบใหม่ของ WTO เป็นต้น เเละยังคงให้นำหนักความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และอาเซียน
ไทยสนับสนุนบทบาทดังกล่าวของญี่ปุ่น โดยเห็นว่าจะเป็นการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงทั้งในภูมิภาค และเวทีโลก เเต่กระนั้น ในช่วงที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินนโยบายการต่างประเทศในเชิงรุกมายิ่ง ขึ้น ส่งผลให้เกิดมีกรณีพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิจีน เเละสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มมากขึ้น เเละยังมีข้อพิพาทซึ่งเกิดจากเขตเเดนเเละการเเย่งชิงเเหล่งพลังงานเเละ ทรัพยากรธรรมชาติ
ภายหลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อกันยายน 2544 ญี่ปุ่นได้มีบทบาทที่ชัดเจนและสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการปฏิบัติการต่อต้าน การก่อการร้ายของสหรัฐฯ ทั้งในการปรับขยายบทบาททางทหารของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นให้สามารถให้ การสนับสนุนแนวหลังแก่กองกำลังสหรัฐฯ ในการโจมตีอัฟกานิสถาน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบและประเทศที่อาจได้รับ ผลกระทบ การให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นการหมุนเวียนทางการเงินของขบวนการก่อการร้าย และเป็นตัวกลางรณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือในการ ฟื้นฟูบูรณะอัฟกานิสถาน ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 21-22 ม.ค. 2545 ด้วย
เมื่อ 26 ก.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อต่ออายุกฎหมายที่ให้การสนับสนุนการต่อต้านการ ก่อการร้าย เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถจัดส่งทหารไปปฏิบัติการในอิรัก ญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าวโดยจะบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ส่งทหารไปอิรักในปลายปี 2546 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการปฏิบัติการขนส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงและการซ่อมบำรุง สาธารณูปโภคพื้นฐาน เเละเมื่อ 8 ธันวาคม 2548 รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายเพื่อขยายเวลาประจำการของกองกำลังป้องกันตนเอง ญี่ปุ่นในอิรักออกไปอีก 1 ปีถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2549
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ระหว่าง 11-12 ธ.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้เป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งครึ่งกันระหว่างอาเซียนกับการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ผู้นำอาเซียนและญี่ปุ่นได้ลงนามปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนที่มี พลวัตและยั่งยืนระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นในสหัสวรรษใหม่
ญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือเเก่ฝ่ายไทยต่อกรณีธรณีพิบัติเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 โดยญี่ปุ่นได้ประกาศให้ความช่วยเหลือจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเเก่ประเทศที่ประสพภัย สำหรับประเทศไทยนั้นญี่ปุ่นได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเเละกู้ภัย ทีมชันสูตรศพ เเละเครื่องอุปโภคเเละเวชภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือฝ่ายไทย โดยความช่วยเหลือดังกล่าวมาจากทั้งทางภาครัฐบาลเเละภาคเอกชน

yokohama_minatomirai213. ความช่วยเหลือด้านเงินกู้และวิชาการ นับตั้งแต่ปี 2539 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการไทย-ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับผลสำเร็จ เชิงคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการดำเนินงานในลักษณะเอกเทศเป็นรายโครงการมาใช้กลยุทธ์ที่เน้น เอกภาพในการดำเนินงานความร่วมมือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในภาพรวม โดยคำนึงถึงความชัดเจนของวัตถุประสงค์ แผนงาน และการติดตามและประเมินผลในลักษณะ Program Approach ภายใต้ 5 สาขาความร่วมมือที่มีลำดับสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาชนบท (2) การพัฒนาสังคม (3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (4) การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (5) ความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาภาคทางการ (Official Development Assistance –ODA) สูงสุด โดยปีงบประมาณ 2545 ไทยได้รับ ODA จากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 211 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 32.6 ของมูลค่าความช่วยเหลือด้านเงินกู้และวิชาการจากต่างประเทศทั้งหมด หน่วยงานไทยที่ได้รับ ODA จากญี่ปุ่นสูงสุดในปีงบประมาณ 2545 คือ กระทรวงสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ญี่ปุ่นต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เริ่มมีแรงกดดันจากภายใน ประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดงบประมาณ ODA ลง โดยอ้างปัญหาความไม่โปร่งใสของการใช้ ODA ในประเทศผู้รับ และผลประโยชน์ตอบแทนที่ญี่ปุ่นจะได้รับจาก ODA ที่ให้กับประเทศต่าง ๆ โดยในปีงบประมาณญี่ปุ่น 2545 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศลดงบประมาณ ODA ลงร้อยละ 10 โดยในส่วนของประเทศไทยลดลงร้อยละ 8.9

4. ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ปี 2547 ระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเยือนไทยจำนวน 995,363 คนเพิ่มขึ้นnipponร้อยละ 19.96 คิดเป็นร้อยละ 10.49 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในไทย คิดเป็นลำดับที่ 2 รองจากมาเลเซีย เเละมีชาวไทยเดินทางเยือนญี่ปุ่นจำนวน 122,546 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.94 คิดเป็นร้อยละ5.43 ของขาวไทยที่เดินทางเยือนต่างประเทศ คิดเป็นลำดับที่ 7

5. กรอบความร่วมมือทวิภาคีสำคัญ
5.1 การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคง ครั้งที่ 5 ที่ กรุงเทพฯ โตเกียว เมื่อ 16 ธันวาคม 2546 โดยมีนายนภดล เทพพิทักษ์ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กต. และพล.ท. วิทวัส รชตะนันท์ รองผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กห. เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและทบวงป้องกันตน เองของญี่ปุ่น และได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและ การต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

5.2 การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 12 ก.ค. 2545
โดยมีนายโชทาโร โอชิมา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หัวหน้าคณะผู้แทนญี่ปุ่นเป็นประธานร่วมกับ นายเตช บุนนาค ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้ การประชุมในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในการส่งเสริมหุ้นส่วน เศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (Closer/Comprehensive Economic Partnership : CEP) ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น โดยให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งคณะทำงานขึ้นหารือเพื่อจัดทำความตกลง CEP โดยเร็ว ที่ประชุมจึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย -ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership : JTEP) ซึ่งรวมถึงการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA) ระหว่างทั้งสองประเทศด้วย

6. การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement – JTEPA)
รัฐบาลไทยและญี่ปุ่นเจรจาจัดทำเอฟทีเอ หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ มาแล้ว 9 ครั้ง นับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2547 โดยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นหัวหน้าคณะเจรจา และมีคณะเจรจาประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนหน้าการเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายได้หารือและศึกษาร่วมกันในระดับคณะทำงานโดยมีผู้แทนภาคเอกชนและ นักวิชาการเข้าร่วมด้วย เกือบ 2 ปี การเจรจารอบล่าสุด คือ การประชุมเพื่อยกร่างตัวบทความตกลง JTEPA ครั้งที่ 5 ระหว่าง 5-9 ธันวาคม 48
ความตกลง JTEP มีสาระครอบคลุม 21 บท ทั้งในด้านการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การเคลื่อนที่ของบุคคล และด้านความร่วมมือในสาขาต่างๆ อาทิ การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว การส่งเสริมการค้าและการลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการเกษตร ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของความตกลง JTEP และจะเป็นประโยชน์กับไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเกษตร ประกอบด้วยความปลอดภัยด้านอาหารหรือ SPS และความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและทำให้สินค้าเกษตรของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น ได้มากขึ้น อันจะช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยตรง
ประเด็นสำคัญที่ไทยได้ผลักดันในการเจรจา ได้แก่ การเปิดเสรีสินค้าเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายญี่ปุ่นมีท่าทียืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังมีเรื่องที่ไทยต้องผลักดันต่อไป อาทิ ไก่ปรุงสุก น้ำตาลและสับปะรดกระป๋อง เช่นเดียวกับด้านการค้าบริการและการเคลื่อนที่ของบุคคล ที่ญี่ปุ่นยังยอมเปิดให้เพียงเฉพาะสาขาคนครัวไทย และสาขาผู้ดูแลผู้สูงอายุ แต่ก็มีท่าทีเชิงบวกต่อข้อเสนอของไทยที่จะให้จัดตั้งกลไกถาวรเพื่อพิจารณา การจัดส่งแรงงานทักษะในสาขาที่ญี่ปุ่นต้องการและไทยมีศักยภาพ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังคงยืนยันเรียกร้องเปิดเสรีเหล็ก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ และการค้าบริการสาขาต่างๆ อาทิ สาขาที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต โดยเฉพาะการบำรุงรักษาและซ่อมแซม การเช่า/เช่าซื้อ การค้าส่งและค้าปลีก ตลอดจนสาขาการก่อสร้างและการขนส่ง
การจัดทำหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นน่าจะมีผลบวกทางด้านเศรษฐกิจต่อประเทศ ไทยอย่างมาก โดยในมิติยุทธศาสตร์จะทำให้ไทยเป็นหุ้นส่วนที่มีความเท่าเทียมใกล้ชิดยิ่ง ขึ้นกับญี่ปุ่น ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ จะส่งผลในการขยายตลาดและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทยในญี่ปุ่น ตอกย้ำการเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในไทย สนับสนุนการปรับโครงสร้างเพื่อความสามารถในการแข่งขันในอนาคต และขยายโอกาสทางด้านตลาดแรงงานฝีมือของไทยในญี่ปุ่น และในมิติการพัฒนา จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

1112561623




ความเห็น

  • จัง wrote on 11 มีนาคม, 2011, 19:37

    แม่กับพ่อของผมอยู่ที่ญี่ปุ่นเมื่อ16.30น.แผนดินไหว7.5ริตเตอตอนนี้ไฟ่ดับทังประเทศประชากรต่อใช้เทียนแทนไฟฟ้าผมวังว่าทุกคนจะไม่เป็นอะไรมากนะครับ

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:07

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics