ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of Lesotho)

แบ่งปัน

ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of lesotho)

800px-flag_of_lesothosvg2

เลโซโท หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า  ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of lesotho)

ประมุขของรัฐ กษัตริย์ Letsie III (ขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2539) ph99p009

ที่ตั้ง อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ อาณาบริเวณล้อมรอบด้วยประเทศแอฟริกาใต้

พื้นที่ 30,355 ตารางกิโลเมตร (11,720 ตารางไมล์)lesothomap


เมืองหลวง กรุงมาเซรุ (Maseru)
ภูมิอากาศ อบอุ่นและเย็น มีฝนตกทั่วประเทศในฤดูร้อน (เดือนตุลาคม –เมษายน)

ประชากร 2.14 ล้านคน (2543) โดยมีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 1.65

ภาษา ภาษาอังกฤษและภาษาเซโซโท (Sesotho) เป็นภาษาราชการนอกจากนี้ ก็มีการใช้ภาษา Zulu และ Xhosa

ศาสนา ร้อยละ 80 นับถือศาสนาคริสต์ ที่เหลือเป็นความเชื่อท้องถิ่น

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
เลโซโทเป็นหนึ่งในสามของประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (อีก 2 ประเทศ คือ โมร็อกโก และสวาซิแลนด์) เดิมเลโซโทมีชื่อว่าประเทศ Basutho
events20061_moshoeshoeก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2361 (1818) โดยมีกษัตริย์ Moshoeshoe I เป็นผู้ปกครอง ต่อมา Basotho ถูกเผ่าซูลู และคนผิวขาวเข้าไปตั้งแหล่งในบริเวณประเทศแอฟริกาใต้รุกราน จึงต้องขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลอังกฤษ และมีฐานเป็น British protectorate of Basutoland ตั้งแต่ปี 2411 (1868) ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2509 (1996) ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเลโซโท ปัจจุบันเลโซโทมีการปกครองแบบ constitutional monarchy ในเดือนพฤษภาคม 2541 ได้มีการเลือกตั้งทั่วไป และพรรค LCD (Lesotho Congress for Democracy) ภายใต้การนำของ Professor Pakalitha Mosisili ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยได้ครอบครองที่นั่ง 79 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 80 ที่นั่งของรัฐสภาเลโซโท ในช่วงต้น ๆ ของปี 2537 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเลโซโท โดยในเดือนมกราคม 2537 ได้มีการปะทะกันระหว่างทหารของ RLDF (Royal Lesotho Defence Force) กับทหารของกองทัพเลโซโท ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันในเมือง Maseru เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มเงินเดือนอีกเท่าตัว แต่ได้มีผู้สังเกตการณ์ว่า สาเหตุของการจลาจลที่แท้จริงอาจเกิดจากการที่นายทหารบางส่วนไม่พอใจพรรค BCP (Basotholand Congress Party ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน) และกลุ่ม LLA (Lesotho Liberation Army) อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้แทนกลุ่มเครือจักรภพได้เข้าไปช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ทั้งสองก็ยอมสงบศึก ต่อมาในเดือนเมษายน 2537 ได้เกิดเหตุการณ์จราจลขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อกลุ่มทหารได้สังหารรองนายก รัฐมนตรี Solemetsi Baholo และจับรัฐมนตรี 4 คน เป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของทหารบางกลุ่มเท่านั้น มิได้เป็นการก่อรัฐประหารอย่างใด ในเดือนสิงหาคม 2537 กษัตริย์ Letsie III ซึ่งปกครองประเทศเลโซโทในขณะนั้นได้ร่วมกับฝ่ายทหารทำการรัฐประหารขับไล่ รัฐบาลพลเรือนของนาย Mokhehle ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย นานาชาติได้ประณามการกระทำของกษัตริย์ Letsie II ในครั้งนี้ และเรียกร้องให้คืนอำนาจให้นาย Mokhehle ต่อมากษัตริย์ Letsie III ได้ยินยอมเข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ยกับคณะผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งนำโดยประมุขของ แอฟริกาใต้ บอตสวานา และซิมบับเว และในที่สุดกษัตริย์ Letsie III ได้ยอมคืนอำนาจโดยให้ Mokhehle กลับเข้าเป็นนายกรัฐมนตรีตามเดิม และได้ทรงสละราชสมบัติให้กษัตริย์ Moshoeshoe II พระราชบิดา ซึ่งเคยถูกทหารยึดอำนาจในปี 2533 กลับมาครองราชย์อีกครั้งหนึ่ง (ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2538) กษัตริย์ Moshoeshoe II ทรงครองราชย์อยู่ได้เพียงประมาณ 1 ปี ก็เสด็จสวรรคตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2539 กษัตริย์ Letsie III จึงได้กลับมาปกครองประเทศอีกครั้งหนึ่ง

รูปแบบการปกครอง ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
สถาบันทางการเมือง

ฝ่ายบริหาร มีกษัตริย์เป็นประมุข กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ได้แก่ กษัตริย์ Letsie III ซึ่งขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2539 (1996) ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา คือ กษัตริย์ Mosheshoe II ทั้งนี้กษัตริย์ Letsie III ได้ทรงเคยขึ้นครองราชย์มาแล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2533 (1990) – กุมภาพันธ์ 2538 (1995) ขณะที่พระบิดาทรงอยู่ระหว่างการลี้ภัย
ฝ่ายนิติบัญญัติรัฐสภา (National Assembly) แบบ 2 สภา (bicameral) ประกอบด้วยวุฒิสมาชิก 33 คน (ซึ่งในจำนวนนี้ 11 คน กษัตริย์เป็นผู้เสนอและพรรครัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งอีก 22 คนมาจากหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 65 คน ซึ่งอยู่ในวาระคราวละ 5 ปี
ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วย ศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลพิพากษา และศาลพื้นเมืองวันชาติ 4 ตุลาคม (เป็นวันที่ได้รับเอกราชจากการปกครองของอังกฤษเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2509)

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศlesotho
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของเลโซโทคือความสัมพันธ์กับ แอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ 60 – 80 ความสัมพันธ์ระหว่างเลโซโทกับแอฟริกาใต้ค่อนข้างตึงเครียดอันเนื่องมาจาก ปัญหาบริเวณชายแดน ต่อมาเมื่อประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ไปเยือนเลโซโทอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2538 ได้ย้ำถึงความสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแอฟริกาใต้กับเลโซโทและ ผลประโยชน์ร่วมกันในความสำเร็จของโครงการ Highlands Water Project (HWP) ซึ่งเป็นโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์ส่งน้ำร่วมกันระหว่างแอฟริกาใต้กับเลโซโท ภายใต้โครงการนี้ เลโซโทจะขายน้ำให้แอฟริกาใต้ และจะได้ผลตอบแทนประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และโครงการนี้จะช่วยให้ชาวเลโซโทมีงานทำประมาณ 10,000 คน หนึ่งปีหลังจากนั้นรัฐมนตรีกลาโหมแอฟริกาใต้ได้ไปเยือนเลโซโทเพื่อหารือกับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของเลโซโทในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งการป้องกันการปฏิวัติทางทหารในกูมิภาคกลุ่มประเทศประชาคมด้านการ พัฒนาแห่งภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community – SADC) การปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนและการเรียกร้องให้กลุ่มประเทศสมาชิก SADC เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ ยังมีการย้ำถึงความจำเป็นที่จะจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศทั้งสอง เกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านการทหารที่แอฟริกาใต้จะให้แก่เลโซโทให้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็ว

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 9

รายได้ประชาชาติต่อหัว 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (2540)800px-african_landscape

ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2540)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 8.7 (2539)

หนี้สินต่างประเทศ 427.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ น้ำ เพชร และแร่ธาตุอื่น ๆ

ผลิตภัณฑ์ทางเกษตรที่สำคัญ ข้าวโพด ข้าวสาลี พืชตระกูลถั่ว ข้าวฟ่างข้าวบาร์เล่ย์ ปศุสัตว์

อุตสาหกรรมที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ สินค้าหัตถกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมก่อสร้าง

ดุลการค้า นำเข้า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออก 218 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าเข้าที่สำคัญ ข้าวโพด เสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง ยานพาหนะ เครื่องจักรกล ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์น้ำมัน

สินค้าออกที่สำคัญ เสื้อผ้า รองเท้า ขนแกะ ขนแพะ

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
นำเข้า จากกลุ่ม ประเทศในสหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ (Southern Africa Customs Union) 90% จากกลุ่มประเทศในเอเชีย 6% และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป 2%
ส่งออก กลุ่มประเทศในสหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ 52% กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ 38% และกลุ่มประเทศในสหภาพ ยุโรป 9%

สกุลเงิน 1 loti (L) = 100 lisente

อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 6.12 maloti (maloti คือพหูพจน์ของ Loti) (2543)

589955191_360_237โทรคมนาคม
ถนน
ในปี 2535 มีถนนราดยางยาว 1,005 กิโลเมตร และถนนไม่ราดยาง 4,319 กิโลเมตร ถนนโรยกรวด 2,337 กิโลเมตร และถนนลูกรัง 1,806 กิโลเมตร ในปี 2526 มียานพาหนะที่ใช้ในการพาณิชย์ 10,200 คัน และรถยนต์โดยสารส่วนบุคคล 4,359 คัน
ทางรถไฟ มีเส้นทางรถไฟที่สร้างโดย South African Railways ความยาว 1 ไมล์ เชื่อมต่อเมืองหลวง Maseru กับทางรถไฟสาย Bloemfontein – Natal ที่เมือง Marseilles
การบินพลเรือน สายการบินแห่งชาติชื่อ Air Lesotho ซึ่งมีเครื่องบินจำนวน 3 ลำ ในปี 2538 และทำการบินทุกวัน ๆ ละ 2 เที่ยว ระหว่างเมือง Maseru กับ Johannesburg นอกจากนี้ สายการบินดังกล่าวยังมีเที่ยวบินภายในไปตามเขตต่าง ๆ ที่ห่างไกลของเลโซโทด้วย
โทรคมนาคม ในปี 2535 มีโทรศัพท์จำนวน 11,456 เครื่อง สถานีวิทยุเลโซโทออกอากาศทุกวันเป็นภาษาอังกฤษและภาษาเซโซโท ในปี 2535 มีวิทยุ 420,000 เครื่อง และโทรทัศน์ 50,000 เครื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท
ด้านการเมือง

– ไทยและเลโซโทได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2532 (1989) โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย แอฟริกาใต้ มีเขตอาณาครอบคลุมเลโซโท และเอกอัคร
1358271ราชทูต ณ กรุงพริทอเรียดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำเลโซโทอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ส่วนเลโซโทได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเลโซโทที่กรุงปักกิ่งมีเขตอาณา ครอบคลุมประเทศไทยและให้เอกอัครราชทูตเลโซโท ณ กรุงปักกิ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยด้วย
– เลโซโทให้การสนับสนุนไทยมาตลอดในเรื่องปัญหากัมพูชา
– รัฐบาลไทยได้ส่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรียเข้าร่วมในพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ Moshoeshoe II ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2536
– รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพืชพันธุ์ธัญญษหารอัน เนื่องมาจากความแห้งแล้งแก่นรัฐบาลเลโซโทในปี 2538 (1995ป เป็นมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต่อมาในปี 2539 (1996) ไทยได้ให้ความช่วยเหลืออีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเลโซโทประสบภัยจากหิมะ

ด้านเศรษฐกิจ
– มูลค่าการค้าระหว่างไทย – เลโซโทยังมีไม่มากนัก ในปี 2543 การค้าระหว่างไทย – เลโซโทมีมูลค่ารวม 3.1 ล้านบาท โดยไทยเป็นฝ่ายส่งออก 3.1 ล้านบาท สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเลโซโท ได้แก่ กระดาษ เยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัวและบ้านเรือน น้ำมันสำเร็จรูป ปูนซีเมนต์ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเลโซโท ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็นและแช่แข็ง ยากำจัดศัตรูพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและไม้อื่น ๆ เคมีภัณฑ์ เมล็ดพืช น้ำมัน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

maseru_panorama_1-2007

kingswaymaseru



ความเห็น

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:24

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics