ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium)

แบ่งปัน

    

ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium)

450px-flag_of_belgiumsvg 

ประเทศเบลเยียม  มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า  ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium)

 

 
ประมุข สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 (9 สิงหาคม 2536)albert_ii2
 
 
 
 

ที่ตั้ง ยุโรปตะวันตก มีอาณาเขตจรดทะเลเหนือ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนีฝรั่งเศส และลักเซมเบิร์ก 

 

พื้นที่ 32,545 ตารางกิโลเมตรbelgium-v12

 

 

 

 

 

 

 

luc_viatour_hotel_de_ville_

 

 

 

 

ประชากร กลุ่มชนชาติ ประมาณ 10.27 ล้านคน เป็นชาวเฟลมมิช 58% ชาววอลลูน 31% และชาวเยอรมนีและอื่น ๆ 11%

ภาษา เฟลมมิช ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ศาสนา ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค 75% นิกายโปรแตสเตนท์และอื่น ๆ 25%

ทรัพยากรธรรมชาติ ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ

เมืองหลวง กรุงบรัสเซลส์

สกุลเงิน ยูโร

วันชาติ 21 กรกฎาคม

ระบบการเมือง เป็นสหพันธรัฐ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

        

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
     การเมืองการปกครอง เมื่อปี 2538 เบลเยียมปฏิรูปการปกครองเป็นสหพันธรัฐ (Federal State) ซึ่งกระจายอำนาจการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายในสาขาต่างๆ ให้รัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้น การทำข้อตกลงระหว่างประเทศในสาขาความร่วมมือ (ดังเช่นที่เบลเยียมจะจัดทำ Joint Plan of Action กับไทย) ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
wappers_belgian_revolution– รัฐบาลกลาง /สหพันธรัฐ (Federal State) มีอำนาจกำหนดนโยบายในด้านสำคัญๆ อาทิ การป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ยุติธรรม ตำรวจ งบประมาณของประเทศ และความมั่นคงทางสังคม
– ชุมชน (Community) แบ่งตามภาษาที่ใช้ คือ ชุมชนพูดภาษาเฟลมมิช ชุมชนพูดภาษาฝรั่งเศษ และชุมชนพูดภาษาเยอรมัน มีอำนาจกำหนดนโยบายการศึกษา และวัฒนธรรม
– เขตการปกครอง (Administrative region) คือ Flanders Wallonia และ Brussels มีอำนาจกำหนดนโยบายการค้าระหว่างประเทศ สิ่งแวดล้อม การคมนาคม พลังงาน การเกษตร และ งานสาธารณะ
– มณฑลหรือจังหวัด (Province)
– เทศบาล (Commune)
     ในปี 2544 รัฐบาลได้มอบอำนาจให้รัฐบาลเขตการปกครองดูแลงานด้านการค้าระหว่างประเทศ และเกษตร ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นสามารถจัดทำสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศได้ รัฐบาลให้ความสำคัญลำดับต้นในการปฏิบัติตามพันธกรณีและกฎเกณฑ์ของสหภาพ เศรษฐกิจและการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดหนี้ภาครัฐ ในปี 2536 หนี้ภาครัฐเคยสูงถึงร้อยละ 138 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ลดลงเพียงร้อยละ 100 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปลายปี 2546 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนั้น รัฐบาล
ประกาศนโยบายเพิ่มการจ้างงาน 2 แสนตำแหน่ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ภายในปี 2550
     รัฐบาลมีนโยบายทางสังคมที่เปิดเสรี โดยออกฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน การุณยฆาต (euthanasia) การเสพกัญชา เป็นต้น ประเด็นปัญหาที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากคือ การที่รัฐบาลออกกฎหมาย “universal jurisdiction” ซึ่งอัยการเบลเยียมสามารถยื่นฟ้องอาชญากรสงครามไม่ว่าชนชาติใดหรือเกิดขึ้น ที่ใด โดยในปี 2545 ศาลเบลยียมตัดสินลงโทษชาวรวันดา 4 คน ซึ่งเป็นแม่ชี 2 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ชาว Tutsi ในรวันดา และปรากฏว่ามีการฟ้องร้องผู้นำประเทศต่างๆ อย่างมาก อย่างไรก็ดี ในปี 2546 รัฐบาลได้แก้ไขกฎหมายนี้ โดยกำหนดขอบเขตให้บังคับใช้ในกรณีที่ส่งผลกระทบต่อเบลเยียมเท่านั้น
     เบลเยียมมีนโยบายสนับสนุนกระบวนการรวมตัวของสหภาพยุโรปตลอดมาโดยเบลเยียม ประสงค์จะเป็นประเทศแรกๆ ที่ให้สัตยาบันธรรมนูญยุโรป ซึ่งประชาชนเบลเยียมให้การสนับสนุน และจะไม่มีการลงประชามติ การขยายสมาชิกภาพสหภาพยุโรปทำให้โครงสร้างอำนาจในสหภาพยุโรปเปลี่ยนแปลงไป และทำ
parlement_r-gion_bruxellesให้ความสำคัญของกลุ่ม Benelux มีแนวโน้มลดลง ในอดีตเบลเยียมเคยอาศัยเสียงของกลุ่ม Benelux ในสหภาพยุโรป เพื่อผลักดันประเด็นผลประโยชน์ของเบลเยียม ดังนั้นปัจจุบันเบลเยียมจึงมุ่งแสวงหาพันธมิตรในสหภาพยุโรป บนพื้นฐานความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ
     เบลเยียมให้ความสำคัญลำดับต้นต่อภูมิภาคแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอฟริกากลาง เนื่องจากความผูกพันทางประวัติศาสตร์ ในฐานะอดีตเจ้าอาณานิคม และนโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนในเบลเยียม เบลเยียมมีบทบาทแข็งขันในสหภาพยุโรปเพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาความไร้ เสถียรภาพในแอฟริกากลางหรือภูมิภาค Great Lakes และซูดาน ซึ่งเบลเยียมมีแผนที่จะมีบทบาทในการบรรเทาปัญหานี้ ทั้งในระดับทวิภาคีและในกรอบสหภาพยุโรปและสหประชาชาติ
     ปัจจุบัน รัฐบาลเบลเยียมกำหนดงบประมาณสำหรับโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนา เป็นร้อยละ 0.44 ของ GNP คือประมาณ 1,137 ล้านยูโร มีโครงการความร่วมมือผ่านองค์การระหว่างประเทศ NGOs และความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศกำลังพัฒนา 25 ประเทศ ใน 5 สาขา คือ สาธารณสุข การฝึกอบรมและการศึกษา เกษตรและความมั่นคงด้านอาหาร โครงสร้างพื้นฐาน และ โครงสร้างทางสังคม (รวมทั้งการป้องกันความขัดแย้ง) อาทิ กัมพูชา (โครงการทำลายทุ่นระเบิด 2544 – 2545) ลาว (โครงการเตรียมความพร้อมสำหรับระบบความมั่นคงทางสังคม 2544-2545 และมีโครงการความร่วมมือใหม่ 2545 – 2549) เวียดนาม (สินเชื่อสำหรับความร่วมมือกันของสตรีเวียดนาม)
     รัฐบาลเบลเยียมมีแผนที่จะเพิ่มเงินช่วยเหลือต่างประเทศเป็นร้อยละ 0.7 ของ GDP ภายในปี 2550 จากเดิมร้อยละ 0.4 ของ GDP ในปี 2545 และร้อยละ 0.6 ของ GDP ในปี 2546 โดยจะเน้นให้ความช่วยเหลือประเทศ 15 ประเทศ ในภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาเหนือ และประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน
     เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2547 มีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2547 เนื่องจากรัฐมนตรีรัฐบาลสหพันธรัฐลาออกไปรับตำแหน่งในรัฐบาลท้องถิ่น รวมทั้งนาย Louis Michel รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการยุโรปด้านการพัฒนาและความช่วยเหลือด้าน มนุษยธรรม (European Commissioner for Development and Humanitarian Aid) ทั้งนี้ รัฐบาลโดยการนำของนาย Guy Verhofstadt ยังคงเป็นรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเสรีนิยม (พรรค VLD) และพรรค MR (Francophone Liberal Party) โดยมีพรรคสังคมนิยมร่วมอยู่ด้วย คือ พรรค SPA (Flemish Social Party) และพรรค PS (Francophone Socialist Party)
     ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2547 พรรค VLD มีจำนวนที่นั่งน้อยกว่าพรรค CD&V (Christian Democratic and Flemish Party) และพรรค Vlaams Blok ซึ่งทำให้องค์ประกอบของฝ่ายบริหารในรัฐบาลสหพันธรัฐ และรัฐบาล ท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน และอาจส่งผลให้การประสานนโยบายต่างๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก
 
 

 

     

เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้า
สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

     อัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของเบลเยียมในช่วงครึ่งแรกของปี 2543 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อุปสงค์ภายในประเทศและอัตราการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2542 อ
ougree_16ย่างไรก็ตาม ปรากฎว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2543 เศรษฐกิจเริ่มตกต่ำลง เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ในปี 2543 เศรษฐกิจเบลเยียมมีการขยายตัวโดยเฉลี่ยร้อยละ 4 สำหรับปี 2544 มีการหดตัวของภาคการผลิตและการค้าอย่างมาก รวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศได้ค่อยๆ ตกต่ำลง ประกอบกับเศรษฐกิจของโลกได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงลดลงมาเท่ากับร้อยละ 1 สำหรับปี 2545 คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1.5 จากการขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศ ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น และจากการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของภาคการส่งออก การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อัตราเงินเฟ้อจะลดลงจากร้อยละ 2.5 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 2 ในปี 2545 เป็นที่คาดหมายว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2546 ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 1.3 และคาดว่าจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 2.7ในปี 2547
 
 

นโยบายด้านเศรษฐกิจ
     รัฐบาลเบลเยียมให้ความสำคัญลำดับต้นในการปฏิบัติตามพันธกรณีและกฎเกณฑ์ของ สหภาพเศรษฐกิจและการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดหนี้ภาครัฐในปี 2536 หนี้ภาครัฐเคยสูงถึงร้อยละ 138 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ลดลงเพียงร้อยละ 100 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปลายปี 2546 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนั้น รัฐบาลประกาศนโยบายเพิ่มการจ้างงาน 2 แสนตำแหน่ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ภายในปี 2550

        

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรเบลเยียม

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรเบลเยียม
ความสัมพันธ์ทางการทูต

     ไทยและเบลเยียมลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ระหว่างกัน เมื่อปี 2411 และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2426 โดยเบลเยียมเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2447 ปี 2547 จึงเป็นวาระการฉลองการครบรอบ 100 ปี ของการตั้งสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย
     ปัจจุบันเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ คือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย คือ นาย Jan Matthysen ไทยมีกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมือง Liege และ Antwerp  

ความสัมพันธ์ทางการเมือง
     ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระราชวงศ์ของทั้งสองประเทศมีส่วนสำคัญในการ กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ปัจจุบันเบลเยียมให้ความสนใจต่อไทยมากขึ้น โดยกำหนดให้ไทยเป็นประเทศเป้าหมายในการ เพิ่มพูนความร่วมมือในทุกสาขาอย่างเป็นรูปธรรมในลักษณะหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ และเสนอการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมไทย – เบลเยียม (Joint Plan of Action for Thai – Belgian Cooperation) ซึ่งนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Karel De Gucht รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม ได้แสดงเจตจำนงร่วมกันในการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมฯ โดยระบุในแถลงการณ์ร่วมฯ ที่ลงนามในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองหารือทวิภาคี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2547      นอกรอบการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 59 ที่นครนิวยอร์ก แถลงการณ์ร่วมฯ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสของทั้งสองฝ่ายดำเนินการหารือเพื่อจัดทำแผน ปฏิบัติการร่วมฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
     การค้ารวม เบลเยียมเป็นคู่ค้าอันดับที่ 20 ของไทย และเป็นอันดับที่ 5 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2547 การค้ารวมมีมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ร้อยละ 16.21
bru-brussels-grand-place-be

     การส่งออก ในปี 2547 การส่งออกมีมูลค่ารวม 1.192.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ร้อยละ 5.77
     สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมนีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้าและชิ้นส่วน กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

     การนำเข้า ในปี 2547 การนำเข้ามีมูลค่า 706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ร้อยละ 52.39
     สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เพชร พลอย อัญมนี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ และเศษโลหะ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ การวัด การตรวจสอบ และการถ่ายรูป ผักผลไม้ และของปรุงแต่งที่ทำจากผลไม้ กระดาษ กระดาษแข็ง และผลิตภัณฑ์กระดาษ

การลงทุน ยังมีปริมาณน้อยมาก นับตั้งแต่ปี 2533 – 2545 มีโครงการลงทุนจากเบลเยียมที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากคณะ กรรมการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งสิ้น 51 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 10,346.1 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2547 ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน มีบริษัทเบลเยียมยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพียง 2 โครงการ (เป็นโครงการใหม่ 1 โครงการ และโครงการขยายจากเดิม 1 โครงการ) คิดเป็นมูลค่า 128 ล้านบาท

ความร่วมมือทางวิชาการ รัฐบาลไทยและเบลเยียมมีความร่วมมือทางวิชาการมาตั้งแต่ปี 2510 แต่ปัจจุบันรัฐบาลเบลเยียมระงับการให้ความช่วยเหลือใหม่แก่ประเทศไทย เนื่องจากไทยมีความเติบโตทางเศรษฐกิจและมีการพัฒนาที่ค่อนข้างสูงกอปรกับ ประเทศอื่นในภูมิภาคมีความต้องการความช่วยเหลือมากกว่า ทั้งนี้ โครงการความช่วยเหลือที่รัฐบาลเบลเยียมได้ผูกพันงบประมาณไว้สำหรับไทยได้ สิ้นสุดไปเมื่อสิ้นปี 2540 โดยเบลเยียมหันไปให้ความช่วยเหลือกับเวียดนาม และประเทศในแอฟริกาแทน รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือกับฟิลิปปินส์มากขึ้น
ในปี 2539 เบลเยียมให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ไทยจำนวน 139.2 ล้านฟรังก์ เบลเยียม โดยให้ความช่วยเหลือแก่ไทยมากเป็นอันดับสองของประเทศในภูมิภาครองจาก อินโดนีเซีย ด้วยมูลค่าความช่วยเหลือ 84.7 ล้านฟรังก์เบลเยียม

กลไกของการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-เบลเยียม คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจเบลโก-ลักเซ มเบอร์ก จัดตั้งขึ้นตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือ พ.ศ. 2522 มีการประชุมมาแล้ว 7 ครั้ง ครั้งสุดท้ายจัดที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2537 โดยฝ่ายไทยมี ฯพณฯ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน

ความตกลงไทยและเบลเยียม มีความตกลง 8 ฉบับ ดังนี้
1. อนุสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างสยามกับเบลเยียม ลงนามเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2479
2. หนังสือแลกเปลี่ยนไทย-เบลเยียมเกี่ยวกับการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดิน ทางทูตและราชการ ลงนามเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2502
3. ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเบลเยียมว่าด้วยบริการเดินอากาศลงนามเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2518
4. Basic Agreement on Co-operation between the Kingdom of Thailand and the Belgo-Luxembourg Economic Union ลงนามเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2522
5. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรเบลเยียมเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจาก เงินได้และจากทุน ลงนามเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2521 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2523
6. Exchange of Notes Between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Belgium on Installation of a Radio Transmitter ลงนามเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2529 และวันที่ 9 มกราคม 2530
7. Exchange of Notes between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Belgium on Land and Buildings for Residential and Office Accommodation ลงนามเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2529 และวันที่ 9 มกราคม 2530
8. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนไทยกับสหภาพเศรษฐกิจเบลโก-ลักเซมเบอร์ก ลงนามเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2545 และแลกสัตยาบันสารเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2547
9. สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางอาญา และ สนธิสัญญาโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ในคดีอาญา (อยู่ระหว่างการดำเนินการ)

ph2008102801948

การแลกเปลี่ยนการเยือน
ฝ่ายไทย
พระบรมวงศานุวงศ์

– พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ เยือนเบลเยียมอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะในสมเด็จพระราชาธิบดีโบ ดวงเมื่อปี 2503
– สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนเบลเยียมเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2534
_r021458– สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ในฐานะผู้แทนพระองค์ เพื่อร่วมพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2536
– สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนเบลเยียม ระหว่างวันที่ 8 -12 พฤศจิกายน 2538
– สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนเบลเยียมเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 11-16 มีนาคม 2542
– สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนเบลเยียมอย่างเป็นการส่วนพระองค์ระหว่างวันที่ 23 – 24 เมษายน 2544
– สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนเบลเยียมเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน 2544
– สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนเบลเยียมเป็นการส่วนพระองค์ และทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานกังหันน้ำชัยพัฒนาให้แก่ประธานองคมนตรีภูมิ ภาคบรัสเซลส์ ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2546

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
– พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีเยือนเบลเยียมอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2525
– พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีเยือนเบลเยียมระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2533
– นายศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เยือนเบลเยียม พ.ศ. 2536
– นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย -เบลโกลักเซมเบิร์ก ที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2537
– นายประจวบ ไชยสาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนเบลเยียม เมื่อเดือนตุลาคม 2540
– ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนเบลเยียมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2541
– นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนเบลเยียมระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2542
– พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเยือนเบลเยียมระหว่างวันที่ 12-13 มิถุนายน 2545
– นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนเบลเยียมเพื่อร่วมการประชุม ASEAN-EU Ministerial Meeting (AEMM) ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม 2546 (และได้มีโอกาสพบกับนาย Louis Michel รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม)

ฝ่ายเบลเยียม
พระราชวงศ์

– สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง และสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา เสด็จ ฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2507
_r010044
– สมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา เสด็จฯ เยือนไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2538
– สมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา เสด็จฯ เยือนไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์เมื่อเดือนตุลาคม 2541
– มกุฎราชกุมารฟิลิปป์แห่งเบลเยียม เสด็จฯ นำคณะนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ประมาณ 100 คน เดินทางมาเยือนไทย ระหว่างวันที่ 11-16 กุมภาพันธ์ 2544 โดยมีนาง Annemie Neyts รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม ร่วมตามเสด็จฯ ด้วย
– เจ้าหญิงอัสตริดแห่งเบลเยียม พร้อมด้วยเจ้าชายลอเรนซ์ พระสวามี เสด็จฯ เยือนไทย ระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2546 ในโอกาสเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 5

บุคคลระดับสูง
– นาย Wilfried Martens นายกรัฐมนตรีเบลเยียมเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-24 เมษายน 2526
– นาย Jean-Luc Dehaene นายกรัฐมนตรีของเบลเยียมเดินทางมาเยือนไทยเพื่อร่วมการประชุม ASEM I เมื่อปี 2539
– นาย Willy Claes รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2536
– นาย Erik Derycke รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมเยือนประเทศไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2541
– นาย Eddy Boutmans รัฐมนตรีช่วยด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา และ นาย Pierre Chevalier รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านการค้าต่างป
ระเทศเบลเยียมเยือนไทย ช่วงการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนาครั้งที่ 10 (UNCTAD X) ระหว่างวันที่ 12-16 กุมภาพันธ์ 2543
  

 




ความเห็น

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:23

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics