ราชอาณาจักรสเปน (Kingdom of Spain)

แบ่งปัน

       

ราชอาณาจักรสเปน (Kingdom of Spain)

 

750px-flag_of_spainsvg 

สเปน หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรสเปน (Kingdom of Spain)

 

ประมุข สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์ลอส ที่ 1 (Juan Carlos I) ทรงขึ้นครองราชย์วันที่ 22พฤศจิกายน ค.ศ.1975king_large

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรปบนคาบสมุทรไอบีเรีย อาณาเขต ทิศเหนือ จรด ทะเลกันตาบริโก ราชรัฐอันดอร์รา และประเทศฝรั่งเศส ทิศตะวันออก จรด ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศใต้ จรด ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ช่องแคบยิบรอลต้า และมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตก จรด ประเทศโปรตุเกส และมหาสมุทรแอตแลนติก
เนื้อที่ 504,880 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป รองจากรัสเซียและฝรั่งเศส เนื้อที่ของประเทศสเปนแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่
ส่วนที่เป็นคาบสมุทร คือ คาบสมุทรไอบีเรีย และ ดินแดนทางเหนือของโมร็อกโก ได้แก่ เซวตา (Ceuta) และเมลิยา (Melilla)
ส่วนที่เป็นหมู่เกาะ คือ หมู่เกาะบาเลอาริค (Balearic Islands) หมู่เกาะคะเนรี (Canary Islands)
นอกจากนี้ ยังมีดินแดนอื่นที่อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของรัฐบาลสเปน
– Islas Chafarinas
– Penon de Alhucemas
– Penon de Velez de la Gomera
ภูมิอากาศ ประเทศสเปนตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น แต่เนื่องจากลักษณะของภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ อากาศของภูมิภาคต่างๆ จึงมีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพของภูมิประเทศ เช่น ภาคเหนือ มีสภาพอากาศของริมฝั่งทะเล ซึ่งโดยปกติในฤดูหนาวไม่หนาวจัด และเย็นสบายในฤดูร้อน แต่เป็นภาคที่ฝนตกฉุกและมีความชื้นสูง ส่วน ภาคกลาง และ ภาคใต้ สภาพอากาศแห้ง ฝนตกน้อย ในฤดูร้อนอากาศร้อนจัด แต่ในฤดูหนาวไม่หนาวจัด

3752374-general_map_of_spaiเมืองหลวง กรุงมาดริด
เมืองสำคัญ
* บาร์เซโลนา (Barcelona)
* บาเลนเซีย (Valencia)
* เซวิญ่า (Sevilla)
* ซาราโกซา (Zaragoza)
* มาลากา (Malaga)
* บิลเบา (Bilbao)

ประชากร 41,116,842 คน (ค.ศ. 2002) ประกอบด้วยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่ * Spanish (ร้อยละ 74) * Catalan (ร้อยละ 17) * Galician (ร้อยละ 7) * Basque (ร้อยละ 2)

สเปนมีอัตราการขยายตัวของประชากร เพียงร้อยละ 0.1 (1999)94)Castellano)
ภาษาท้องถิ่น ได้แก่ ภาษากาตาลัน (Catalan) พูดในแค้วนกาตาลุนยา
ภาษากาเยโก (Gallego) พูดในแค้วนกาลิเซีย
ภาษาบาเลนเซียโน (Valenciano) พูดในแคว้นบาเลนเซีย
ภาษาบาสโก (Vasco) พูดในแคว้นบาสก์12 ตุลาคม

ศาสนา ชาวสเปนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคธอลิก (ร้อยละ

ภาษา ภาษาราชการ คือ ภาษาสเปน

สกุลเงิน ยูโร (EURO)

skyscrapers_in_madrid

             

การเมืองการปกครอง

 

การเมืองการปกครอง
รูปแบบการปกครอง
ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมีกษัตริย์เป็นประมุข (Constitutional monarchy)

การเมือง
เขตการปกครอง
ประเทศสเปนแบ่ง เขตการปกครองเป็นแคว้นอิสระ 19 แคว้น(autonomous communities) โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดโอกาสให้แคว้นต่างๆ มีสิทธิในการปกครองตนเองได้ในระดับที่ต่างกันตามภูมิหลังการปกครองตนเองของ แต่ละแคว้น โดยที่แต่ละแคว้นมีสภาของตนเอง มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทุก ๆ 4 ปี และได้รับสิทธิและอำนาจบริหารท้องถิ่นของตนเอง ทั้งนี้ ภายใต้รัฐบาลสเปน
แคว้นอิสระทั้ง 19 แคว้น ประกอบด้วย
ccaa-spain
* Andalucia * Aragon * Asturias * Balearic Islands
* Canary Islands * Cantabria * Castilla La Mancha
* Castilla y Leon * Cataluna * Comunidad Valenciana
* Ceuta * Extremadura * Galicia * Madrid
* Melilla * Murcia * Navarra * Pais Vasco
* Rioja

สถาบันทางการเมือง
ประเทศสเปนมีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมีกษัตริย์เป็นประมุข มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 หลังจากที่ถูกปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการโดยจอมพลฟรังโก(General Francisco Franco) มา 36 ปี (ค.ศ. 1939-1975)ในปี ค.ศ.1978 เมื่อสเปนเปลี่ยนมาปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ.1978 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ประมุขแห่งรัฐ
ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ปี ค.ศ.1978) ของสเปน พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐและทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพสเปน
– ทรงมีพระราชอำนาจที่จะอนุมัติและประกาศใช้พระราชบัญญัติต่างๆ
– เรียกประชุม ยุบรัฐสภา และประกาศ ให้มีการเลือกตั้ง
– ทรงเสนอนามผู้ที่ทรงเห็นว่าสมควรจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ทรงแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
     ทั้งนี้ พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับราชการจะต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยว ข้องผู้หนึ่ง ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในพระราชกรณียกิจนั้นๆ
     รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีบทบัญญัติว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ไว้ว่าให้เป็นไป ตามลำดับแห่งความเป็นทายาทองค์แรกของพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงสืบเชื้อสายพระ ราชวงศ์ที่ใกล้ชิดที่สุด และในเชื้อสายพระราชวงศ์เดียวกันพระโอรสมีลำดับมาก่อนพระธิดา หากทรงเป็นเพศเดียวกันให้พระโอรสผู้มีพระชันษามากกว่ามีลำดับมาก่อน รัชทายาทองค์ปัจจุบันของสเปน คือ เจ้าชายฟิลิเป (Filipe de Borbon)

รัฐสภา
รัฐสภาสเปน คือ สภากอร์เตส (Las Cortes) ทำหน้าที่เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติของรัฐ
-ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ
congreso-diputadosควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล ใช้อำนาจอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

รัฐสภาสเปนประกอบด้วย
สภาผู้แทนราษฎร (Congreso de los Diputados or Congress of Deputies) ประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 300 คน และอย่างมาก 400 คน ขึ้นอยู่กับการแบ่งเขตเลือกตั้งและจำนวนพลเมือง ปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกทั้งหมด 350 คน และ อยู่ในตำแหน่งวาระละ 4 ปี
วุฒิสภา (Senado or Senate) รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องมีจำนวนสมาชิกเท่าใด แต่กำหนดให้เลือกตั้งทำนองเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันวุฒิสภามีสมาชิก 259 คน โดยสมาชิก 208 คนจะได้รับการเลือกตั้งโดยตรง และ 51 คน จะได้รับแต่งตั้งจากแคว้นต่างๆ 19 แคว้นสมาชิกวุฒิสภาดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปี
     หลักเกณฑ์การเลือกตั้งกำหนดไว้ว่า ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ในกรณีที่เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล (ไม่รวมถึงนายกรัฐมนตรี) ข้าราชการพลเรือนและทหารจะต้องลาออกจากตำแหน่งก่อนจึงจะมีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งได้

รัฐบาล
     ตามรัฐธรรมนูญของสเปน รัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจและหน้าที่ฝ่ายบริหารภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นผู้กำหนดและดำเนินนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการป้องกันประเทศ รัฐบาลประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี (President of the Government)
รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมายในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์จะทรงปรึกษาหารือกับผู้แทนของพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีสมาชิกอยู่ในรัฐสภา แล้วเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรได้รับการเลือกตั้งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอรับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงข้างมากโดยเด็ดขาด (absolute majority) พระมหากษัตริย์จะได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
jos-_luis_rodr-guez_zapaterแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้พระมหากษัตริย์มีพระ บรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องขอรับความไว้วางใจจากรัฐบาลอีก รัฐบาลมีวาระ 4 ปี หรือจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป

สถาบันตุลาการ
     รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติไว้ว่า ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่บริหารราชการ ตุลาการอย่างเป็นอิสระในนามของพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะถอดถอน ไล่ออก สั่งพักราชการและโยกย้ายมิได้ทั้งสิ้น เว้นแต่การกระทำที่กล่าวข้างต้นจะเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ

พรรคการเมือง สเปนมีพรรคการเมืองที่สำคัญ ดังนี้
1. พรรค Partido Popular – PP (Popular Party) พรรคฝ่ายขวา แบบcenter-right เป็นพรรครัฐบาลในสมัยที่ผ่านมา (พฤษภาคม 2539 – มีนาคม 2543) และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2543 เป็นสมัยที่ 2 หัวหน้าพรรค คือ นาย Jos? Mar?a Aznar นโยบายหลักของพรรคโดยทั่วไป คือ สนับสนุนการค้าเสรี ร่วมมืออย่างใกล้ชิดทางการเมืองและเศรษฐกิจกับสหภาพยุโรป
2. พรรค Partido Socialista Obrero Espa?ol – PSOE (Spanish Socialist Workers Party) พรรคสังคมนิยมแรงงาน มีนาย Rodrigo Zapatero เป็นเลขาธิการพรรค (General Secretary) มีอุดมการณ์ทางการเมืองซึ่งไม่ซ้ายจัดนัก หรือ ที่เรียกว่า middle left center เป็นพรรคที่เคยมีบทบาทสำคัญและเป็นรัฐบาลของสเปน มายาวนานถึง 14 ปี (2225-2539)
3. พรรค Izquierda Unida – IU (United Left) แต่เดิมคือพรรค Communist มีนาย Gaspar Llamazares Trigo เป็นเลขาธิการพรรค (General Secretary)
4. พรรค Convergencia i Unio – CiU (Convergence and Union) มีนาย Jordi Pujol ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลของแคว้น Cataluna เป็นหัวหน้าพรรค
5. พรรค Partido Nacionalista Vasco – PNV (Basque Nationalist Party) เป็นพรรคการเมืองของแคว้น Basque มีนาย Xavier Arzallus เป็นหัวหน้าพรรค
6. พรรค Coalicion Canaria – CC (Coalition of Canary Islands) พรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของหมู่เกาะ Canary มีนาย Paulina Ribera Bank เป็นหัวหน้าพรรค

             

เศรษฐกิจการค้า

 

เศรษฐกิจการค้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 582.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2001) 828 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2002)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 20,155 ดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2001) 20,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2002)panormadrid170108

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.8 (ค.ศ. 2001) ร้อยละ 2.0 (ค.ศ. 2002)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 3.6 (ค.ศ. 2001) ร้อยละ 3.0 (ค.ศ. 2002)

อัตราการว่างงาน ร้อยละ 13.0 (ค.ศ. 2001) ร้อยละ 13.2 (ค.ศ. 2002)

มูลค่าการส่งออก 118.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2001) 122.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2002)

มูลค่าการนำเข้า 150.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2001) 156.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค.ศ. 2002)

สินค้าส่งออกสำคัญ เครื่องจักร ยานพาหนะและส่วนประกอบ ผักและ ผลไม้สด/แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์การสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เหล็กและเหล็กกล้า

สินค้านำเข้าสำคัญ เครื่องจักรและส่วนประกอบ เชื้อเพลิงน้ำมัน เคมีภัณฑ์ ยานพาหนะ รถยนต์และส่วนประกอบ

ประเทศคู่ค้าในการส่งออกที่สำคัญ สหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส โปรตุเกส เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร) ลาตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา

ประเทศคู่ค้าในการนำเข้าที่สำคัญ สหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เบเนลักซ์ สหราชอาณาจักร) กลุ่ม OPEC สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา

          

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรสเปน

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรสเปน
ความสัมพันธ์ทางการทูตและการเมือง
     สเปนเริ่มติดต่อกับไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไทยและสเปนได้มี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2413 (ค.ศ. 1870) ซึ่งทั้งสองประเทศได้ลง
นายมนู อามาตยกุลนามในสนธิสัญญาทางไมตรี การพาณิชย์ และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) และนับตั้งแต่ปี 2426 (ค.ศ.1883) ไทยได้แต่งตั้งอัครราชทูตประจำประเทศยุโรปให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำ กรุงมาดริดด้วยอีกตำแหน่ง โดยแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย อัครราชทูตประจำกรุงลอนดอนดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำกรุงมาดริดเป็นคนแรก และทั้งสองฝ่ายได้ยกฐานะสถานอัครราชทูตขึ้นเป็นสถานเอกอัครราชทูตฯ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2504 (ค.ศ. 1961) ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงมาดริด เมื่อปี 2506 (ค.ศ. 1963) และแต่งตั้งนายมนู อมาตยกุล ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริดคนแรก
เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสเปน นางอัจฉรา เสริบุตร
– เอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย H.E. Juan Manuel Lopez Nadal
– กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำนครบาร์เซโลน Mr. Jaime Sabate Herce
– กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำ Santa Cruz de Tenerife Mr. Wolfgang Kiessling(หมู่เกาะคะเนรี)
หมายเหตุ : * สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาดริด มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศตูนิเซีย 
               * สถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศ พม่า ลาว และกัมพูชา

สำนักงานอื่นๆ ที่ดูแลกิจการด้านต่างๆ ของไทยในประเทศสเปน ประกอบด้วย
1) สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและทหารเรือ ณ กรุงมาดริด
2) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
3) สำนักงานการบินไทย ณ กรุงมาดริด
4) สำหรับด้านการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวไทย ณ กรุงโรม ดูแลงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในสเปน
5) สำหรับด้านการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ณ กรุงปารีส ดูแลงานส่งเสริมการลงทุนในสเปน

ด้านการเมือง
     ไทยและสเปนมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น ไม่เคยมีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างกันทั้งนี้เป็นเพราะทั้งสองประเทศมี อุดมการณ์และนโยบายที่สำคัญหลายประการสอดคล้องกัน เช่น การมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างภูมิภาคของทั้งสองประเทศ ซึ่งสเปนไม่มีท่าทีขัดขวางต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่าง ASEAN-EU โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับพม่า นอกจากนี้ สเปนยังเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนท่าทีของไทยมาโดยตลอด ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เช่น การสนับสนุน ฯพณฯ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ WTO และการสนับสนุนคำขอของไทยให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาเปิดโควต้าภาษี (Global Quota) นอกกรอบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรโครงการใหม่ (GSP) สำหรับสินค้ากุ้งและผลิตภัณฑ์กุ้งให้แก่ไทย นอกจากนั้น การแลกเปลี่ยนการเยือน ระหว่างบุคคลสำคัญของประเทศทั้งสองที่มีมา อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในระดับพระราชวงศ์ บุคคลสำคัญ และเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาล ซึ่งช่วยให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
     โดยทั่วไปการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสเปนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศในปัจจุบันยังมีไม่มากนัก เนื่องมาจากผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงก่อนหน้านี้ แต่แนวโน้มการพัฒนาทาง
spainpledgeseconomicstimulusเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของทั้งสองประเทศจะเป็นแรงจูงใจให้ นักธุรกิจของทั้งสองประเทศหันมาค้าขายและลงทุนระหว่างกันมากขึ้น

การค้ารวม
     สเปนเป็นคู่ค้าลำดับ 30 ของไทยเมื่อเทียบกับการค้ากับทั่วโลกและอันดับที่ 7 ในกลุ่ม EU โดยในระยะ 4 ปี ที่ผ่านมา (ค.ศ. 1999-2002) การค้ารวมมีมูลค่าเฉลี่ย 708.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในปี ค.ศ. 2002 การค้ารวมมีมูลค่า 653.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี ค.ศ. 2001 ร้อยละ 12.40 โดยไทยยังเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 225.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 การค้ารวมมีมูลค่า 135.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี ค.ศ. 2002 ร้อยละ 40.06 โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 65.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออก
     ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 1999-2002) การส่งออกมีมูลค่าเฉลี่ย 524.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี ค.ศ. 2002 การส่งออกมีมูลค่า
gran_v-a_madrid_desde_ca439.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี ค.ศ. 2001 ร้อยละ 16.9 และในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 การส่งออกมีมูลค่า 100.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี ค.ศ. 2002 ร้อยละ 50.45
     สินค้าออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียงอุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผ้าผืน และอัญมณีและ เครื่องประดับเป็นต้น
     สินค้าออกที่มีศักยภาพ ได้แก่ ยางพารา ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ข้าว เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ และเลนส์ เป็นต้น

การนำเข้า
     ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 1999-2002) การนำเข้ามีมูลค่าเฉลี่ย 184.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในปี ค.ศ. 2002 การนำเข้ามีมูลค่า 214.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี ค.ศ. 2001 ร้อยละ 1.44 และในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 การนำเข้ามีมูลค่า 34.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี ค.ศ. 2002 ร้อยละ 16.78 สินค้านำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เหล็กและเหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม รถไฟและอุปกรณ์การรถไฟ ผลิตภัณฑ์โลหะ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก และแก้วและผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น 
     สินค้าเข้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม รถไฟและอุปกรณ์การรถไฟ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง แก้วและผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ผลิตภัณฑ์โลหะ ด้ายทอผ้าและด้ายเส้นเล็ก และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ปัญหาและอุปสรรคด้านการค้า
berria3_lou1) สเปนเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้ปัญหาการค้าทวิภาคีไทย-สหภาพ ยุโรป กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าระหว่างไทยและสเปนด้วย
2) สเปนตรวจพบสารแคดเมี่ยมในปลาหมึกในน้ำมันและปลาหมึกแช่แข็ง เชื้อ salmonella ในปลาหมึกแช่แข็ง เชื้อแบคทีเรียในปลา Hake เชื้อ vibrio Chelerae ในกุ้งกุลาดำ สาร 3MCPD ในซอสปรุงรส เชื้อ Aerbio Mesofilos ในปลาหมึกแช่แข็ง และเพลี้ยไฟในดอกกล้วยไม้ นำเข้าจากไทย จึงได้ใช้มาตรการกักกันสินค้าที่มีปัญหาเพื่อนำตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ก่อน (automatic detention) หากตรวจไม่พบเชื้อโรคจะอนุญาตให้นำเข้าได้ การยกเลิกมาตรการดังกล่าวอยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ

ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว
ในปี ค.ศ. 2001 มีนักท่องเที่ยวสเปนเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 38,212 คน คิดเป็นร้อยละ 0.38 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สำหรับปี ค.ศ. 2002 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสเปน 47,431 คน เพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2001 ร้อยละ 21.47 และคิดเป็นร้อยละ 0.44 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ความร่วมมือและความตกลงต่างๆ
ความร่วมมือและความตกลงที่ลงนามแล้ว
1.ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (Air Services Agreement)ลงนามเมื่อ 6 กันยายน ค.ศ.1979
2.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและ
spain-night-lifeอุตสาหกรรม (Agreement on Economic and Industrial Cooperation) ลงนามเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1986
3.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (Agreement en Cooperation on Tourism)ลงนามเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ.1987
4.สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา ระหว่างไทย-สเปน (Treaty on Cooperation in the Execution of Penal Sentences)ลงนามเมื่อ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1983 และมีผลบังคับใช้เมื่อ 20 พฤศจิกายน ค.ศ.1987
5.ความตกลงด้านวัฒนธรรม (Cultural Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ.1987
6. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุงระหว่างกระทรวง กลาโหมไทย-กระทรวงกลาโหมสเปน (Memorandum of Understanding on Logistics Support)ลงนามเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1994
7.ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้า อุตสาหกรรม และ ชิปปิ้งของสเปน (The High Council of Chambers of Commerce, Industry and Shipping of Spain) ลงนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ.1995
8.อนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (Convention on the Avoidance of Double Taxation and the Prevention of Fiscal Evasion with Respect to Taxes on Income)ลงนามเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ.1997 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1998
9.ความตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือกันทางการศาลในคดีแพ่งและพาณิชย์ (Agreement on Judicial Assistance in Civil and Financial Affairs) ลงนามเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1998 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ค.ศ.1999
10.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างไทย-สเปน (Memorandum of Understanding on Financial Cooperation) ลงนามเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998

การแลกเปลี่ยนการเยือน
ฝ่ายไทยเยือนสเปน
 
– ค.ศ. 1960 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนสเปนอย่างเป็นทางการ
– 16-19 มีนาคม ค.ศ.1987 ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีเยือนสเปนอย่างเป็นทางการ
e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b8a3e0b8b2e0b88ae0b8ade0b8b2e0b884e0b8b1e0b899e0b895e0b8b8e0b881e0b8b01– 27 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ
– ค.ศ.1988 เยือนสเปนอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งสเปน
– พฤษภาคม ค.ศ.1992 ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษเดินทางเยือนสเปน
– 29-31 พฤษภาคม ค.ศ.1992 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสเปนอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งสเปน และเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในคืนวันประจำชาติไทย ในงานแสดงสินค้าโลกที่เมืองเซวิญ่า (Sevilla)
– 22-28 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนสเปนอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส แห่งสเปน ที่ 1เพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 25 ณ เมืองบาร์เซโลนา
– 7-9 เมษายน ค.ศ.1993 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงร่วมงานพระราชพิธีพระศพของ Count Juan de Borbon (พระราชบิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีสเปน)
– 25 กันยายน – 3 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
– ค.ศ. 1993 กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ เยือนสเปน เป็นการส่วนพระองค์
– 17-28 มกราคม ค.ศ.1996 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ เยือนสเปนเพื่อประกอบพิธีปล่อยเรือรบหลวงจักรีนฤเบศรลงน้ำ ที่เมือง Ferrol (20 มกราคม ค.ศ.1996)
– 15-18 มิถุนายน ค.ศ.1997 พลเอก มงคล อัมพรพิศิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะเดินทางไปเยือนสเปนตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสเปน
– 14-15 ตุลาคม ค.ศ.1997 นายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนสเปนอย่างเป็นทางการ
– 11-16 มิถุนายน ค.ศ.1998 นายสุทัศน์ เงินหมื่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะเยือนสเปนอย่างเป็นทางการ
– 17-22 พฤศจิกายน ค.ศ.1998 ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางเยือนสเปน เพื่อขอความสนับสนุนในการสมัครเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ WTO
– 7-8 พฤษภาคม ค.ศ. 1999 นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะเดินทางไปดูงานอุตสาหกรรมเครื่องหนังขนาดกลางและย่อม (SME) ของสเปน
– 22-30 สิงหาคม ค.ศ. 1999 ดร. อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางไปชมกรีฑาโลก ครั้งที่ 7 ที่เมือง Sevilla ประเทศสเปน ตามคำเชิญของประธานคณะกรรมการ International Amateur Athletic Federation

ฝ่ายสเปนเยือนไทย
– ค.ศ. 1962,1965 สมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระยศเจ้าชายแห่งสเปนและสมเด็จพระราชินีโซเฟียเสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b8a3e0b8b2e0b88ae0b8ade0b8b2e0b884e0b8b1e0b899e0b895e0b8b8e0b881e0b8b021
– 18-22 พฤศจิกายน ค.ศ.1987 สมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอสที่ 1 แห่งสเปนและสมเด็จพระราชินีโซเฟียเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว
– 16-19 ธันวาคม ค.ศ.1987 เจ้าชายเฟลิเป้ มกุฎราชกุมารเแห่งสเปน เสด็จฯเยือนไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
– มกราคม ค.ศ.1994 นาย Javier Solana รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
– 14-18 ธันวาคม ค.ศ.1995 เจ้าฟ้าหญิงเอเลน่าแห่งสเปน พร้อมด้วยพระสวามีเสด็จฯ เยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล
– 1-2 มีนาคม ค.ศ.1996 นาย Carlos Westendorp รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสเปนในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีสเปนเดิน ทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 1
– 27-28 พฤศจิกายน ค.ศ.1996 สมเด็จพระราชินีโซเฟียของสเปนเสด็จฯเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์
– 25-28 มิถุนายน ค.ศ.1997 นาย Carlos Bastarreche ปลัดกระทรวงการต่งประเทศสเปนเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
– 24-29 มกราคม ค.ศ.1998 พลอากาศเอก Santiago Valderas Canestro ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสเปนและคณะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญ ของพลเอกมงคล อัมพรพิศิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
– 2 เมษายน ค.ศ.1999 นาย Ramon de Miguel รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสเปน เดินทางเยือนไทย

hemispheric_-_valencia_spa




ความเห็น

  • สุนัดดา wrote on 12 มกราคม, 2010, 17:12

    อยากให้มีให้มีมากกว่านีคะ

  • สรายุ wrote on 1 กรกฎาคม, 2010, 17:31

    สุดยอดไปเลย

  • กอไผ่ wrote on 31 กรกฎาคม, 2011, 11:44

    ขอบคุนมากนะค่ะ

  • ปริญญา wrote on 1 กันยายน, 2011, 13:10

    อยากให้มีรูปภาพ ที่สวยงามไว้ดูบ้างครับ (รูปภาพมีน้อย

  • รักข่าว wrote on 1 กรกฎาคม, 2014, 10:20

    ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ คับ 
    http://www.haijai.com

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics