"...คำว่า"ปัญญาชน"ที่ใช้กันในทุกวันนี้รู้สึกว่าจะมีความหมายกลายไปจากเดิมคือ แทนที่จะใช้หมายถึงคนมีปัญญากลับไปใช้หมายถึงคนที่กำลังแสวงหาปัญญา ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นผู้ที่ตกหลุมพรางหลงสำคัญผิดตามความคิดของคนอื่นไปง่ายๆด้วย   "ปัญญาชน"นี้แท้จริงควรจะเป็นคนที่มีความรอบรู้ และมีความฉลาดอันเกิดจากความรอบรู้หรือการได้ศึกษามากนั้น และโดยเหตุที่ปัญญาชนเป็นผู้มีความรู้ด้วยฉลาดด้วย จึงควรจะเป็นผู้สามารถรู้เท่าทันสิ่งทั้งปวงกล่าวโดยเฉพาะที่สำคัญ ควรจะรู้เท่าทันคนและรู้เท่าทันเหตุการณ์หมายความว่า เมื่อได้พบปะพูดจากับใครก็สามารถมองตามความคิดและคำพูดของเขาเข้าไปด้วยปัญญา ให้แลเห็นทะลุปรุโปร่งเข้าไปจนถึงความคิดและเจตนาที่แท้ของเขา   ทำนองเดียวกันเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์อันใดเข้า ก็พิจารณาเหตุการณ์นั้นด้วยความรู้ความฉลาด และด้วยจิตใจที่มั่นคงและหนักแน่นเป็นกลาง จนมองเห็นความจริงอันแน่ชัดไม่ต้องแพ้รู้ใครและตกหลุมพรางใดๆทั้งสิ้น   ในโอกาสอันเหมาะนี้จึงใคร่ขอมอบเรื่องนี้ให้ไปคิดกัน ในฐานที่แต่ละคนก็เป็นผู้มีการศึกษาสูงและจะเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองต่อไปในวันหน้า..."   (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่สามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ในการเปิดการประชุมใหญ่ประจำปี๒๕๒๑)  
        เรื่องน้ำนี้ มีเกร็ดเล็ก ๆ เล่าให้ฟังถึงพระอารมณ์ขัน หลายปีมาแล้ว เมื่อพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่านจะเสด็จฯ เยือนประเทศไทย และมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรเขื่อนภูมิพล เพราะทรงสงสัยว่า ทำไมเขื่อนภูมิพลจึงไม่เต็มเร็ว         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำรัสถาม กฟผ. ก็ได้กราบบังคมทูลตอบไปว่า เขื่อนในอิหร่านนั้นมีรูปทรงตีบ แคบ พอเปิดให้น้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้า น้ำจึงไหลเชี่ยวพัดเอาตะกอนมาทับถมทำใ...
      Copyright © 2015 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
      web analytics